ความเหงาของคนเล่นเกมยุค AI
พอดีสักทีคนตั้งกระทู้เรื่องความเหงาในเกม
แล้วก็มีการย้อนไปเรื่องยุค 90 มีสังคมที่คับคั่งกว่านี้
ทีนี้ผมมองว่า จริงๆเกมเคยเป็น talk of the town อยู่พักใหญ่ ทุกคนตื่นมาในตอนเช้า คอยคนที่ถือ ro news มาเล่มนึงแล้วก็มาสุมหัวกันอ่าน
แบบสุมหัวจริงจังนะ หัวติดกันเลยไม่ใช่ถือโทรศัพท์คนละเครื่อง
แต่... ถามว่าทุกคนเล่นไหม คำตอบคือไม่ใช่ ผมและเพื่อนผมหลายคนเล่น RO ถึงแค่เลเวล 20-30 แล้วก็เลิก เพราะมันมีอะไรหลายอย่างที่ซับซ้อนและใช้เวลา และมีอะไรที่สนุกกว่านั้นอย่างเตะบอล เล่นบาส เล่นวินนิ่ง
แต่การฟังเพื่อนโม้ การที่ได้เห็นคนที่ทุ่มจริงจัง การที่ได้จินตนาการว่าถ้าเราเล่นอาชีพนี้เราจะไปทางไหน จะสร้างความประหลาดใจหรือประโยชน์ให้เพื่อนยังไง
พวกนี้ผมว่ามันสำคัญกว่าการลงไปเล่นจริงอีก ไม่ต้องมองในมุมผู้ประกอบการนะ มองในมุมความทรงจำ ผมเองก็ไม่ได้มีความทรงจำอะไรทุกเรื่องในยุคนั้นหรอก หลายอย่างก็แค่แตะๆ แต่มาเล่าได้เพราะแต่ก่อนมันมีการสุมหัวแบบนี้
Counter strike, mu, ทามาก๊อด, mortal Kombat, เบย์เบลด ทามิย่า บางทีเราเข้าไปมีส่วนร่วม แล้วแค่สนุก แค่ได้เจอคนที่เก่ง มันก็มีความหมาย
แต่... สมัยนี้มันเป็นสังคมที่ทุกคนแมร่งแตะไปทุกอย่างแต่อยากจะเก่งไปซะหมด
เราเล่นเกมออนไลน์ โหลดมา เล่นสองชั่วโมงแล้วก็ลบ
เจอเพื่อน นั่งดูว่ามันเล่นเกมอะไร โหลดมา เล่นด้วย 1 คืน แต่งานแมร่งเยอะชิบ วันต่อมาก็ไม่ได้เล่น
มันไม่ใช่แค่คนวัยทำงาน วัยเรียนก็พอกัน
เพราะฉะนั้นถามว่าเล่นเกมยังไงไม่เหงา คำตอบมันอาจจะย้อนไปว่า แล้วทำไมเล่นเกมยังไงถึงเหงา... ความพอใจของการเล่นเกมมันดูเป็นอัตราส่วนที่สวนทางกับเวลา
เราต้องการเกมที่มันสนุกชิบหายเลย แต่ใช้เวลาเล่นคืนเดียว สามารถเข้าถึงสังคมชั้นสูงในเกมในระยะเวลาอันสั้น ไม่กี่วัน โดยที่ไม่ต้องไปเทียบกับใครในห้องเหมือนสมัยเรียน ไม่ต้องรู้ความทุ่มเทของเขา ไม่ต้องมีเพื่อนที่ร่วมทุ่มเทไปกับเรา เราจะเทพ เราจะเติมทรูเข้าไป
อันนี้หรือเปล่าที่ทำให้เหงา ผมไม่แน่ใจนะ