ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษากาย คาร์ริค แสดง 4 สัญญาณน่ากังวล
ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษากายชี้ ไมเคิล คาร์ริค แสดง 4 สัญญาณน่ากังวล
Darren Stanton ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษากายและอดีตเจ้าหน้าที่สืบสวน ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น "เครื่องจับเท็จมนุษย์" ออกมาวิเคราะห์พฤติกรรมการตอบคำถามของ ไมเคิล คาร์ริค หลังเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 1-1
Darren Stanton ได้เปิดเผยกับ OLBG เว็บไซต์กีฬาชื่อดัง โดยกล่าวว่า
- ไมเคิล คาร์ริค ดูเหมือนคนที่กำลังรู้สึกถึงความกดดันอย่างรุนแรง มีสัญญาณเตือนภัยขนาดใหญ่ 4 ข้อในท่าทางและการแสดงออกของเขาที่ต้องโฟกัส"
1. ประการแรก เราเห็นอาการยักไหล่ข้างเดียว ซึ่งบ่งบอกถึงการขาดความมั่นใจในสิ่งที่เขากำลังพูด และเมื่อพูดถึงบางส่วนของเกมที่ดีขึ้น เขาไม่มีความเชื่อมั่นอย่างแท้จริงในสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่"
2. ประการที่สอง เราเห็นรอยย่นขวางหน้าผากของเขา ซึ่งเป็นสัญญาณของความทุกข์ ความกังวล ความวิตกกังวล และความหงุดหงิด"
- นอกจากนี้ เรายังเห็นการเม้มปากที่รุนแรง ซึ่งเป็นการแสดงออกทางกายภาพของการต้องการกลั้นคำพูดและสิ่งที่เขาอยากพูดจริงๆ แต่เขารู้ว่าเขาพูดไม่ได้ เขากำลังพยายามอย่างมีสติที่จะเก็บงำสิ่งที่เขาอยากพูดจริงๆ เอาไว้"
- ประการสำคัญถัดมาคือลิ้นของ คาร์ริค เขายื่นลิ้นออกมาซ้ำๆ ซึ่งเป็นท่าทางปลอบประโลมและสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง มันเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มท่าทาง อย่าง การเอามือแตะปาก หรือถูท้ายทอย หรือแสร้งทำเป็นมีอะไรเข้าตา ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลาย"
- การแลบลิ้นออกมาคือท่าทางสร้างความมั่นใจให้ตัวเองที่เราเห็นในเด็กเล็กมากๆ เวลาที่พวกเขาไม่มีความสุขและอึดอัดกับสถานการณ์นั้นๆ คาร์ริคเองก็รู้สึกอึดอัดมากๆ ในตอนนี้กับงานของเขาและทิศทางที่มันกำลังดำเนินไป"
- ใบหน้าของคาร์ริคซีดมากเช่นกัน เขามีเหงื่อออกเยอะมาก เราเห็นเขาเว้นจังหวะไปชั่วครู่เมื่อถูกขอให้ตอบคำถามเพิ่มเติม เพื่อที่เขาจะได้พยายามใช้เวลาสักนิดในการตั้งสติและรวบรวมตัวเอง"
- นอกจากนี้เรายังเห็นเขาก้มมองลงไปด้านล่างแต่ยังคงก้มหัวค้างไว้แม้กระทั่งตอนที่กำลังตอบคำถาม และนั่นคือความพยายามในการปกป้องตัวเอง โดยการเก็บคางเข้าไปชิดคอ"
- อารมณ์ข้างในของคนเรามันส่งผลต่อร่างกายครับ โดยเฉพาะอาการ 'กลัวโดนจับผิด' ตัวอย่างเช่น เวลาคนเรากำลังจะโดนจับได้ว่าพูดโกหก จร่างกายมันจะเปิดโหมดสัญชาตญาณทันทีว่าจะ 'สู้หรือหนี' (Fight or flight response) ถ้าสัญชาตญาณสั่งให้ 'สู้' เลือดก็จะฉีดไปที่มือก่อนเลย เพื่อเตรียมพร้อมที่จะลงมือทำอะไรสักอย่าง”
- หากสัญชาตญาณคือการหนี อะดรีนาลีนจะทำให้เลือดถูกสูบฉีดไปที่ขาและเท้าแทน นั่นคือสาเหตุที่บางครั้งเรารู้สึกขาสั่นก่อนที่จะทำอะไรที่มันเครียดๆ เช่น การพูดต่อหน้าสาธารณชน มันเป็นการระบายอะดรีนาลีนออกไป"
- ใบหน้าของคาร์ริคดูซีดจริงๆ การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเขาคือการหนีไปให้ไกลจากสถานการณ์นี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
- นอกจากนี้ Stanton เชื่อว่าเวลาของ คาร์ริค ในโอลด์แทรฟฟอร์ดอาจจะเหลือน้อยเต็มที โดยโปรแกรมการแข่งขันนัดถัดไปที่จะพบกับ แอตเลติโก มาดริด และ ลีดส์ อาจเป็นตัวตัดสินชี้ชะตา
- พวกเราทุกคนต่างรู้จักสำนวนที่ว่า ‘คนดีมักจะมาเป็นที่โหล่’ บางครั้งผู้คนก็ถูกวางไว้ในตำแหน่งที่มีอำนาจหรือได้รับมอบหมายงานที่เกินกว่าที่พวกเขาจะรับมือไหว"
- น่าเสียดายที่คาร์ริคดูเหมือนคนที่อยู่ผิดที่ผิดทางในฤดูกาลนี้ในฐานะกุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาไม่ได้เกิดมาเพื่อรับงานขนาดใหญ่แบบนี้และทุกสิ่งที่มาพร้อมกับมัน เขาดูเหมือนจะไม่สามารถรับมือกับการตรวจสอบอย่างหนักหน่วงที่พุ่งเป้ามาที่ตัวเขาและทีมของเขาได้"
- เราอาจจะได้เห็นเขาอำลาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก่อนเดือนพฤศจิกายนเสียด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงก่อนคริสต์มาสหรือปีใหม่เลย"
#ดูบอลกับแนท
พี่ปลัด ไหวไหม..