ผมได้กลับบ้านละครับ(น้ำท่วม)
จากกระทู้นี้
https://www.soccersuck.com/boards/topic/2686205
กลับบ้านมาได้2คืนละ วันนี้วันที่3
ไปนอนอยู่ศาลากลางบ้าน(หอประชุมหมู่บ้าน) ได้5คืน ที่หมู่บ้านผมท่วมทางออกทุกทาง น้ำท่วมทางออกสูงประมาณเมตรนิดๆ ที่หมู่บ้านเลยเหมือนเกาะ ตรงโซนหมู่บ้านจะไม่ท่วม แต่บ้านทุกอยู่โซนนอกแถวทุ่งนาจะท่วมหมด
ชีวิตประจำวัน
ในทุกๆวัน ก็จะมีพี่ๆป้าๆอสม.ที่มานอนที่นี้ กับป้าๆยายๆที่อยู่ใกล้ๆ คอยทำกับข้าว เช้า กลางวัน เย็น มีให้กินดีกว่าอยู่บ้านเยอะเลย แบบอิ่มทุกวันแต่มันไม่มีอะไรให้ทำจริงๆ
เมนูหลักกลางวันจะเป็นส้มตำ ทุกวัน ย้ำทุกวัน และทุกวันจะมีมะละกอมาลงทีละกระสอบ(กระสอบใส่ข้าวเนี่ยแหละ) ลูกใหญ่ๆแบบ 3-5ลูก
น้ำปะปาหมู่บ้านก็เปิดปิดเป็นเวลา เพราะน้ำท่วมที่สูบ ทำให้ต้องตระเวนไปขอน้ำบาดาลของบางบ้านเพื่อปั้มน้ำขึ้นมาส่งท่อให้หมู่บ้าน
ที่นี้มีคนมานอนราวๆ14คน กลางวันจะมีคนแวะเวียนมากินข้าวเรื่อยๆราวๆ 50คน
ทุกวันจะมีคนเอาน้ำดื่ม ข้าวสาร มะละกอ ข้าวกล่อง วนมาลงเรื่อยๆ
ตอนกลางคืนนอนกันก็ไม่ปิดประตู เพราะห้องน้ำอยู่ด้านนอก บางทีดึกๆก็มีคนมาแวะกินข้าว
วันแรกที่ผมออกจากบ้าน
Spoil
อย่างที่เล่าไปกระทู้ก่อน
ข้อความแจ้งเตือนตอนเช้าว่าน้ำจะท่วมอีก50เซ็น +กับ พี่ผู้ช่วยที่มารับแกว่านี่คือตั๋วเที่ยวสุดท้ายแล้วถ้าไม่ออกเกิดเหตุจากนี้จะไม่มีใครมารับอีกแล้ว ผมเลยออกไปกับแก
เรือเครื่องที่มารับ เล่าว่ามาจากเชียงใหม่ได้ข่าวว่าน้ำท่วมที่นี้หนักก็บึ่งรถมาจากเชียงใหม่ทั้งคืน เพื่อมาช่วยทีนี้ ถ้าเสร็จหมู่บ้านผมแล้วจะไปต่อหมู่บ้านอื่น
น้ำท่วมตรงถนนราวๆ 180เซ็น -2เมตรได้
แต่ว่าน้ำที่ว่าจะขึ้น50เซ็นสรุปไม่ขึ้น
และช่วงเวลาที่ออกไปคือน้ำสูงที่สุดของการท่วมครั้งนี้แล้ว
วันที่สองโคตรของความชิหาย (กินข้าวอยู่อย่าอ่าน)
Spoil
ตอนเที่ยงๆ ผมปวดขี้มากๆ แต่น้ำมันไม่ไหล แล้วน้ำที่มี สามถัง หนึ่งกะละมัง แม่งหมด หมดแบบเกลี้ยง
เขาก็แจ้งไว้ว่าจะเปิดบ่ายสอง ผมก็นั่งขมิบรอไปเว้ย แต่แม่งบ่ายสองก็ไม่ไหล
ผมก็ไม่ไหวละโว้ย สรุปผมท้องเสีย ผมต้องเอาน้ำดื่มมาล้างตูด ส่วนส้วมผมเอาน้ำที่แช่จานมาราด ค่อยสบายตัวขึ้นหน่อย แบบทรมานมานานมาก
คืนที่สอง
Spoil
สักสองทุ่มได้ พี่อสม.แกอ่านไลน์หมู่บ้าน แกก็เล่าว่าตอนนี้มีโจรพายเรือตะเวนงัดบ้านคน
ผมนี่ได้แต่คิดชิบหายละ ตอนผมออกมา ปีนหน้าต่างออกมาแล้วมันปิดไม่ได้ ก็เปิดทิ้งไว้แบบนั้นอะ
จะโดนขโมยไหมวะเนี่ย
ไอโจรพวกนี้ เข้าไปขโมยของ งัดบ้าน งัดแม้แต่บ้านที่มีคนนอนเฝ้าอยู่ (ดีที่ว่าแม่งถอยไม่งัดต่อ)
โดนไปหลายบ้านอยู่
วันที่สาม เดินกลับบ้าน
Spoil
มีคำเตือนตลอดว่า ให้ระวังโดนไฟช้อต มีมิเตอร์ไฟฟ้าที่จมน้ำเกิดไฟไหม้ ก็ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร
ผมเลยไม่กล้าเดินเข้าบ้าน เพราะมิเตอร์อันนั้นมันเป็นทางผ่าน
น้ำลดไปได้ 20เซ็นแล้ว ก็ลังเลอยู่จนเจอพี่ข้างบ้านกำลังจะเดินเข้าบ้าน ก็เลยถามแกว่าออกมายังไงแกก็ว่าเดินมา เดินห่างจนสุดเลนถนนเอา
ผมเลยลองเดินเข้าบ้านตามมาดู ห้องนอนยังท่วมอยู่ราวๆ5-10เซ็น ห้องน้ำใช้การไม่ได้ ไฟฟ้า-เนตใช้ได้ปกติ
คืนของวันที่3
มีตาคนนึงอายุ80กว่าๆแกมีอาการหลงๆลืมๆ
Spoil
เดินได้ปกติแต่ไม่แข็งมาก อาบน้ำแปรงฟันดูแลตัวเองได้ แกมากับลูกชายและลูกสะใภ้
พอตอนห้าทุ่มกว่า ผมตื่นขึ้นมา ก็มีคนคุยกันว่า มีใครเห็นตาแกไหม
น้องคนนึงก็พูดว่าหนูเห็นแกลุกออกไปล่าสุดตอนสามทุ่มครึ่ง
สรุปตาแกหายไปจากที่นอน
ถึงกับระดมคนในหมู่บ้าน ผู้ช่วย ผู้ใหญ่บ้าน พวกผู้ช่วยนายกอบตเก่า คนที่บ้านอยู่แถวศาลากลางบ้านก็ตื่นขึ้นมาดู
ทุกคนพยายามนึกว่าแกจะไปไหน ตอนกลางวันแทบทุกวัน แกจะบ่นเชิงว่าบ้านเนี่ยกลับไปอยู่ไม่ได้หรอ อยากกลับบ้าน
คืนวันที่3แกก็ลุกขึ้นมาถามทำไมกลับบ้านไม่ได้ บลาๆ
ก็เลยคิดว่าแกน่าจะเดินเข้าบ้าน
แต่! ถนนเข้าบ้านแกมันท่วมเมตรห้าสิบเซ็น แถมถนนมันก็ลื่น
ลูกชายแกเลยเดินลุยน้ำไปดูในบ้านว่าแกเข้าไปจริงไหม ก็หาไม่เจอ ทีนี้ก็ไม่รู้แล้วว่าแกจมน้ำไปแล้ว หรือหายไปไหน
เดินหาซ้ายขวาไปจนทางออกทั้งสามทางก็ไม่เจอ
พอสักเที่ยงคืนครึ่งยายคนนึงแกเลยแนะนำไปจุดธูปไหว้เจ้านะขอให้หาเจอ
หากันอยู่2-3ชั่วโมง จนจะตีสอง ก็เริ่มเครียดหาไม่เจอสักที
ทีนี้เริ่มกลัวละว่าที่หาไม่เจอแกเดินเข้าบ้านละจมน้ำจริงๆ ผู้ช่วยผู้ใหญ่แกเลยไปเรียกให้เรือมอเตอข้ามฝั่งมาจะค้นหา
ลูกชายแกก็เครียดจัดให้เพื่อนไปซื้อบุหรี่ในร้านขายของชำ
เผอิญเพื่อนที่ไปซื้อเนี่ยไปบ่นว่าหาตาแกอยู่
ตาแกที่นอนอยู่ก็ลุกขึ้นมาว่าตาอยู่นี่
ถึงจบคดีกันได้
สายๆวันที่5
แล้วเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น?
Spoil
ตาแกลุกไปเข้าห้องน้ำ แล้วกลับมาที่นอนหยิบกระเป๋าตัง แล้วก็ลุกออกไป
แกเล่าว่าจะกลับบ้าน แต่ไม่รู้บ้านไปทางไหนเลยเดินมั่วๆไปเรื่อยๆ
จนไปเจออีบ้านนี้ถามแกว่าตาจะไปไหน
แกเลยว่าจะกลับบ้าน
คนในบ้าน(รู้จักตาแก)ก็เลยบอกว่า ดึกแล้วตาเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปส่งมานอนนี้มา
แกเลยไปนอนที่บ้านเขา
ความเชื่อเรื่องปอบ
Spoil
ทีนี้ป้าอสมแกก็พูดว่า หรือจะปอบวะ เมื่อวานตอนบ่ายอีปอบมาถามว่าอยู่สบายดีกันไหม
พอตกดึกอยู่ดีๆตาแกก็เดินออกไปเหมือนโดนมนต์สะกด
ปอบตนนี้อยู่ในหมู่บ้านมานานแล้ว
ตอนแรกคนก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นปอบ จนมีคนไปเรียกที่บ้าน ถึงเห็นว่าแกโซ้ยของสดอยู่
ปอบเคยตามป้าแกไปเยี่ยมคนป่วย ไปบีบๆนวดๆให้แล้วว่าขอให้หายไวๆนะ ตกกลางคืนคนนั้นเกิดอุบัติเหตุคอหักตาย
อีกเหตุการณ์นึง แกไปเยี่ยมคนบ้านนึงเข้าบ้านเขาดิบดี พอวันถัดมามีคนพูดกับบ้านนี้ว่าอีนี้ปอบนะ บ้านนี้เลยเอาของแสลงมาห้อยไว้ ปอบตนนี้จากเข้าบ้านเป็นไปยืนคุยตรงหน้าต่างแทน
ข่าวลือมันกระจายคนเลยเชื่อไปกันใหญ่
ป้าอสมก็แซวตาแกว่าอย่าหาตามสาวๆไปอีกนะ บ้านนั้นยิ่งเป็นแม่ม่ายอยู่ด้วย
วันถัดมา ก็มีนายกอบต.มาแจกถุงยังชีพบ้านละถุง(งบของอบตหรือนายกเองก็ไม่ทราบได้)
Spoil
ถุงยังชีพประกอบด้วย
น้ำมัน1ขวด น้ำปลา1ขวด
น้ำเปล่า 600มล*12ขวด(1แพค)
มาม่า4ห่อ
ปลากระป๋อง4กระป๋อง
ขนมยูโร่3ห่อ(ห่อเล็ก)
ผมก็ได้แต่คิดว่าถ้าบ้านนึงมีสัก 3-4คน วันเดียวหมดไม่น่าจะพอนะนิ
จนได้ไปเจอกับสาวคนนั้นขาวจั้ว ขาวแบบโอโม่ หน้าตาน่ารักใช้ได้ ช้างเผือกของจริง
ผมก็ได้แต่มองเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร (เดี๋ยวมีต่อ)
วันนี้ผมเดินเข้าบ้านอีกก็ว่าห้องนอนน้ำมันลงแล้ว ห้องน้ำยังท่วมอยู่กดไม่ลง แต่ทางเข้ามันท่วมระดับ150เซ็นอยู่ เดินก็เหนื่อย ก็เลยยังไม่เข้ามานอน
วันสุดท้าย
Spoil
ผมก็เดินเข้าบ้านแบบท่วมๆนั้นแหละ
เอาน้ำประปามาด้วย 1ขวด6ลิตร กับใส่น้ำแกลอนที่เก็บได้จากลอยน้ำมา1ถัง
แก้ผ้าอาบน้ำมันหน้าบันไดบ้าน
แต่บ้านผมสำรวจแล้วที่ขัดก็จมน้ำ ผงซักฟอกก็จมน้ำ
ได้แต่ขัดด้วยแปรงขัดผ้าแบบมือ
หลังจากนี้ก็คงลำบากเก็บบ้านละ
ส่วนวันนี้ อกหักจากสาวคนนั้น
Spoil
ที่ศาลากลางบ้านมีประชุมหมู่บ้าน เรื่องเยียวยาน้ำท่วม
ก็มีผู้หญิงรุ่นป้าคนนึงมาทักจำป้าได้ไหม
ก็เลยบอกไปว่าหน้าคุ้นๆจำไม่ได้
เขาก็เลยแนะนำตัว ญาติที่รู้จักกันนี่เองไม่ได้เจอกันนานราวๆ20ปีได้
แกก็ว่าบ้านแกอยู่ใกล้ๆนี้เอง
แล้วถามว่าจำลูกสาวแกได้ไหม
ผมก็บอกจำได้(ก็คนมันจำชื่อได้นิหว่า)
แกก็ชี้ไปที่สาวคนนั้น นั้นอะน้อง
ผมนี่แอบเชี้ยช้างเผือกนี่ญาติกรูนี้เอง
เป็นญาติฝั่งตา(พี่สาวของยายผม)
และวันนี้ได้ข้าวสาร5กิโล(น่าจะจากสส.)+ได้ถุงยังชีพจากเมืองไทยประกันชีวิตมา
Spoil
ประกอบไปด้วย
ข้าวกล่องแบบที่เก็บไว้ได้นานลงเวฟละกินได้ สามกล่อง
กับข้าวแบบเวฟ 4ถุง
มาม่า4ห่อ
น้ำ1ลิตร
ทิชชู่ ห่อประมาณ10บาท1ห่อ
ขนมคบเคี้ยว1แพค
นม4กล่อง(หนึ่งแพค)
ไทลินอล10เม็ด
ข้าว+ถุงไม่ได้แจกทุกบ้าน แต่แจกบ้านที่ท่วมจริงๆ
อันนี้บ่นจบท้ายนิดนึง
ที่ผมเล่าเรื่องถุงยังชีพเนี่ย
สรุปตอนนี้ผมได้มาสองถุง
จะว่าไงดี ไม่ได้น้อยใจนะ เข้าใจความลำบากของทุกคนทุกหน่วยงาน
หลายๆคนๆที่ติดยศเช่นนายกอบต อดีตนายกอบต ผู้ใหญ่บ้าน หรือต่างๆนาๆ เขามักจะเอาของมาลงให้กัน
แต่ผมเห็นกระทู้ถุงยังชีพคุณสายลม
ละมันรู้สึกขัดใจตรง
ถนนเข้าหมู่บ้านท่วมทางเข้าออกลำบาก ถนนสายหลัก(นอกหมู่บ้าน)ตัดขาดเพราะน้ำท่วมรถผ่านไม่ได้
รถทหารแม่งยังผ่านถนนเส้นหลักไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่รถบรรทุกของทหาร
(มีเรื่องเล่าว่า รถทหารลุยน้ำท่วมมา ขับตกข้างทางเพราะไม่ชินทาง)
รพอำเภอท่วมจนต้องย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนบนเนินเขา
อย่างบ้านผมอย่างที่เล่าน้ำสูงถนนเกือบ2เมตร
แต่ถุงยังชีพจากวันที่ท่วมแรกๆไม่มา (ถุงแบบกระทู้คุณสายลมก็ไม่มี)
นี่ยังลำบากไม่พอหรอ แต่คุณสายลมได้ถุงก่อนผม
ไม่ได้อิจฉาแต่พูดถึงโครงสร้างการทำงาน เอาแค่บ้านที่น้ำท่วมจริงๆที่ถนนมันท่วมแบบผม
ผมว่ามันลำบากมากๆเลยนะ แต่ถุงยังชีพที่มาจากโครงการพวกภาครัฐมันไม่มาช่วยได้ยังไง?
สุดท้ายนี้ ขอด่าเหอะ
"มื้อที่สุขที่สุด"
ตลกจัดๆ(อยากหยาบกว่านี้นะเอาแค่นี้)
ได้ประสบภัยครั้งแรกในชีวิต
พูดจริงๆ ไม่มีหรอกมื้อที่สุขที่สุดในขณะน้ำท่วม
แม่งได้แต่คิด
กูจะเข้าไปอยู่ในบ้านได้ไหม
ของบ้านกูจะโดนขโมยไหม
ของในบ้านจะพังไหม
ของสะสมกูพังไหม
คือมันเครียดไม่มีหรอกกินข้าวบนหลังคาแบบโฆษณาแล้วมาบอกมื้อที่สุขที่สุดอะ
ขนาดกินดีอยู่ดีในศาลากลางบ้านแบบผมยังคิดมากเลย
จะเอาอะไรไปสุขที่สุดวะถามจริง
ขอบคุณทุกคนที่อ่าน แล้วเป็นห่วงจากกระทู้แรกนะครับ