หลักฐานมัด ตัวการสำคัญทำน้ำท่วมหนักจันทบุรี
อ่างประแกต อ.แก่งหางแมว ส่งน้ำไป EEC
อีสท์ วอเตอร์ ซื้อจากชลประทาน ลบ.เมตรละ 50 สต. เอาไปขายโรงงาน ลบ.เมตรละ 20-30 บ. ฟันกำไรกระจาย
ส่วนชลประทานก็กินฟรี ไม่ต้องลงทุนอะไร เพราะน้ำได้มาฟรี และได้ยินมาว่า ถ้าสร้างอ่างวังโตนดสำเร็จ ชลประทานจะได้ ลบ.เมตรละ 11 บ. จึงดันสร้างอ่างวังโตนดสุดตัว
อ่างประแกต ความจุ 60 ล้าน บล.เมตร
ในวันที่ 21 ก.ย. ก่อนน้ำท่วมหนักราว 4-5 วัน น้ำในอ่างมากถึง 73 ล้าน ลบ.เมตร เกินความจุ เพราะใกล้หมดหน้าฝน จึงต้องใส่น้ำเข้าอ่างให้มากที่สุด เผื่อไว้ขายน้ำให้ EEC ในหน้าแล้ง
ส่วนอีกอ่างใน อ.แก่งหางแมว คือ อ่างคลองหางแมว ความจุ 80 ล้าน ลบ.เมตร และในวันที่ 24 ก.ย. ก่อนน้ำท่วม ความจุก็เต็มอ่าง
เมื่อฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันน้ำจึงล้นทั้ง 2 อ่าง มวลน้ำมหาศาลทะลักไหลลงคลองวังโตนดและเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน ท่วมสวนผลไม้ใน อ.แก่งหางแมว อ.ท่าใหม่ อ.นายายอาม ที่คลองวังโตนดไหลผ่านอย่างรวดเร็ว ที่เสียหายหนักคือชาวสวนทุเรียน เพราะรากจมน้ำไม่ได้ แค่ 3-4 วันก็ตาย
มีชาวสวนทุเรียนได้รับผลกระทบกว่า 4,000 ราย ราว 20,000 ไร่ หลายคนสิ้นเนื้อประดาตัว บางคนถึงกับฆ่าตัวตาย
การสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ใน อ.แก่งหางแมว คนจันทบุรีไม่ได้ประโยชน์อะไร และยังต้องมารับเคราะห์ เสียหายชนิดสาหัส ส่วนผู้ที่ได้ประโยชน์หลักๆ คือ ชลประทาน อีสท์ วอเตอร์ และนักการเมือง
ที่มา.........
https://web.facebook.com/photo/?fbid=28903852009237965&set=a.172796532770229&locale=th_TH
จริงๆอาจเชื่อมโยงถึงการจะสร้างเขื่อนอันใหม่ด้วย เพราะดูเหมือนต้องการขายน้ำให้อีส วอเตอร์ ทั้งๆที่เกษตรกรในพื้นที่บอกไม่ได้มีการขาดแคลนน้ำแต่อย่างใด สุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นผลประโยชน์