ready2rumble พิมพ์ว่า:
ถ้าผมบินไปต่างประเทศ แล้วด่าคน ๆ นึง ที่ด่าแล้วติดคุกแน่นอน
ตอนผมบินกลับมาแล้วจะไม่โดนจับใช่ไหม เหราะกรรมมันจบไแล้ว
อันนี้ผมไม่ได้ว่าท่านนะ แค่อยากถือโอกาสนี้ให้ข้อมูลเผื่อเป็นประโยชน์ในแง่วิชาการ
ที่คนอาจจะพอเข้าใจหลักการพื้นฐานของระบบกฎหมาย
กฎหมายอาญามันจะมีองค์ประกอบ ซึ่งถูกบัญญัติเมื่อนานมาแล้ว ถ้าเอาหลักพื้นฐาน
ก็จะมี ผู้ใด กระทำการใด ต่อบุคคลอื่น มักจะมีสามส่วนนี้
แล้วอีกสิ่งที่สำคัญอาจจะที่สุด ซึ่งพูดง่ายๆให้เห็นภาพง่ายหน่อยก็คือ เรื่องสิทธิสภาพ
นอกอาณาเขต ในสมัยก่อนพวกฝรั่งทำผิดแล้วหนีเข้าไปในสถานฑูตชาติตัวเอง แบบ
พวกหนังหวงเฟยหง หรือหนังจีนหลายๆเรื่อง ซึ่งไทยก็โดน และเอาจริงๆเกือบทุก
ชาติโดน เพราะงั้นพอปลดแอกได้ก็จะไม่ยอมให้มีเหตุการณ์แบบนั้นอีก จึงเป็นที่มาว่า
ศาลชาติอื่นไม่มีอำนาจอะไรเหนือศาลชาติตัวเอง ไม่งั้นก็เหมือนเรากลับไปเป็นเหมือน
ตอนที่โดนกดขี่ ศาลชาติอื่นสามารถชี้ได้เลยว่าใครผิดใครถูก ไม่มีชาติไหนยอมแน่ๆ
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะ 100% นะ เพราะมีบางความผิด ในบางสถานการณ์ที่ศาล
ภายในจะดูด้วยว่าศาลต่างชาติว่ายังไง แต่มันน้อย และมีเงื่อนไขที่ยุบยับไปหมด ซึ่ง
ต่อให้เป็นแบบนี้ก็ยังมีติ่งว่า ศาลภายในอาจจะ.. ซึ่งสรุปก็คือถ้าศาลภายในไม่เอาตาม
ก็คือไม่ มีจำนวนน้อยมากๆที่มีผลทันที แต่ต้องเข้าเงื่อนไขว่า ก็รัฐไทยดันไปขอให้เขา
ตัดสินให้
เพราะงั้นประเด็นเรื่องสามีสส. หรือเรื่องแป้ง เอาตามระบบกฎหมายก็ไม่ได้มีอะไรที่แปลก
แต่ต้องแยกให้ได้ว่า ที่ผมพูดมันคือเรื่องทางกฎหมาย และเป็นกฎหมายอาญาด้วย เพราะ
งั้นการที่พูดแบบรมว.ไม่ได้ผิดหลักกฎหมายอะไร และเอาจริงๆมันคือประเด็นแค่ทางกฎหมาย
ที่เป็นด้านส่วนตัว ไม่ได้พูดถึงเรื่องทางการเมืองที่จะเป็นเรื่องอำนาจรัฐ โดยเป็นด้าน
นิติบัญญัติที่มีที่มาจากประชาชน เรื่องนี้ผมเคยโดนรุมตั้งแต่ประเด็นแป้งแล้ว แต่ก็ยังยืนยัน
ว่า หลักนี้ต้องไม่หย่อน เราไม่สามารถ และเอาจริงๆไม่ควรเอาความสะใจด้วยการทำลาย
หลักการพื้นฐานตรงนี้เพียงเพื่อความสะใจที่อยากเอาชนะแค่บางประเด็น
เรื่องพวกนี้มันควรเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องจัดการ พวกนี้มีที่มาจาประชาชน เพราะงั้นควร
ต้องให้ประชาชนจัดการ ไม่ใช่ให้ใครไม่รู้จากฝั่งตุลาการมายุ่งในเรื่องนี้ ส่วนประชาชนจะ
ยังโง่เลือกมาอีก อันนี้มันไม่ใช่เหตุผลที่เราจะถือเป็นเหตุให้มีการแทรกแซงจากฝั่งตุลาการ
ส่วนจะอ้างว่าก็ฝั่งตุลาการมันเข้ามาในเคสอื่นๆ ถ้ามีประเด็นนี้ผมเอาแบบง่ายๆไม่ลงลึกว่า
ศาลรธน.เป็นฝ่ายตุลาการจริงไหมไปก่อนนะ เอาแค่ว่า เพราะมีการต้องใช้ตัวบทกฎหมาย
เลยให้ตีไปก่อนว่าเป็นฝ่ายตุลาการ เอาเข้าประเด็นคือ ต่อให้เคสอื่นมันไม่สมควรยังไง มัน
ก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะยอมให้มีการแทรกแซงแบบนี้จากฝ่ายตุลาการ ถ้ามันไม่ถูกใจเรา เรา
ก็ต้องแก้ด้วยเรื่องของอำนาจของประชาชนในการเลือกผู้แทน ไม่ใช่ให้อำนาจตุลาการเข้า
มาก้าวก่าย ไม่งั้นเราจะวิจารณ์เรื่องที่ศาลรธน.ใช้อำนาจยุบพรรคว่าไม่สมควรได้ยังไง ในเมื่อ
ในเรื่องพวกนี้เรายอมให้ฝ่ายตุลาการสามารถใช้อำนาจเข้ามาในเรื่องที่ไม่ควรมีอำนาจได้ จะ
ลักปิดลักเปิดแบบ บางเรื่องที่เราเสียประโยชน์โวยวายว่าไม่มีอำนาจ แต่พอเรื่องที่เราจะได้
ประโยชน์จะโวยวายว่า เฮ้ย ทำไมไม่แทรกแซง แบบนี้ก็ไม่ไหวนะ
แล้วอันนี้ไม่ได้ท้านะ แต่ถ้าเรามีหลักฐานพอก็ฟ้องตามกฎหมายอาญาไป ส่วนถ้าจะท้อว่า
ก็พวกนั้นมันคุมไว้เยอะมาก ก็ ผมคงบอกว่า ใช่ ผมก็ท้อเหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะมีไหมตอนที่
คนส่วนใหญ่จะเห็นแบบที่ควรจะเป็น "ตามอุดมคติ" แล้วผลมันออกมาแบบนั้น
ส่วนที่ท่านตั้งเป็นคำถาม ถ้าเอาเรื่องหมิ่นประมาท "ผู้ใดใส่ความผู้อื่นผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม
โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง..." ถ้าผู้ใดคือ
เรา ใส่ความคนที่เราเกลียด ให้บุคคลที่สามคือคนอื่นทราบ จนทำให้คนอื่นรู้สึกว่าคนๆนั้น
เป็นคนไม่ดี ก็ครบองค์ประกอบหมิ่นประมาทแล้ว
แต่ เอาตามความเป็นจริงเลยนะครับ ไปพูดที่เมืองนอกกับคนต่างชาติ ที่ไม่ได้เข้ามาในเมือง
ไทยแล้วบอกว่ามีการด่า ก็ไม่มีคดีอยู่แล้ว ก็มันไม่มีคนฟ้อง คนถูกด่ายังไม่รู้ตัวเลยว่าถูกด่า
ก็คงไม่มีการฟ้อง หรือเราด่ามันตรงนั้นแหละ แต่คนที่เราเกลียดมันไม่ใช่บุคคลที่สามไง มัน
ไม่ครบองค์ประกอบตรงไม่มีบุคคลที่สาม หรือเอาแบบด่าให้คนไทยที่ต่อมาเข้ามาในไทยฟัง
แม้จะครบองค์ประกอบความผิด แต่มันทำผิดนอกราชอาณาจักร ซึ่งกฎหมายไทยไม่ได้บัญญัติ
ว่าเป็นความผิดที่ทำหรือถือว่าทำในราชอาณาจักร เพราะงั้นก็ลงโทษในไทยไม่ได้
แต่ ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนี้ไม่สามารถผิดในไทยได้นะครับ เพราะถ้าเป้นการหมิ่นประมาท
ด้วยการโฆษณา แล้วคนไทยในประเทศไทยรู้ได้ อันนี้ผิดนะครับ เพราะถือว่าผลของการหมิ่นฯ
เกิดในไทย ศาลสามารถพิจารณาคดีและลงโทษได้ เพราะในกรณีแบบนี้ศาลถือว่า ผลเกิดใน
ราชอาณาจักร ศาลไทยมีอำนาจโดยถือว่าเป็นการกระทำผิดในราชอาณาจักร
เพราะงั้น ถ้าหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เช่น โพสลงเฟสตอนที่อยู่ญี่ปุ่น ก็สามารถเอาผิดได้