ยิ่งกว่าซีรีส์จีนจอตั้ง ลูกในไส้ฮุบกิจการพันล้าน ส่งชายฉกรรจ์อุ้มแม่แท้ๆ ไปขังเนิร์สซิ่งโฮมสุดโหดนาน 2 ปีครึ่ง.ล่าสุดตำรวจบุกค้นพบสภาพหดหู่ กรงเหล็กครอบเตียงคล้ายคุก!
แม่เลี้ยงเดี่ยวสู้ชีวิต สู่เจ้าของธุรกิจพันล้าน
◼ คุณแม่วัย 63 ปี เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่สู้ชีวิตมาตั้งแต่ขายโทรศัพท์มือถือ ทำเต็นท์รถมือสองและรถนำเข้า จนกระทั่งพลิกผันมาทำธุรกิจเครื่องสำอาง
◼ จากที่เคยจ้างเขาผลิต คุณแม่เก็บหอมรอมริบจนสามารถใช้ "เงินสด" สร้างโรงงานผลิตเครื่องสำอางเป็นของตัวเองได้สำเร็จ มูลค่ากิจการเติบโตระดับพันล้านบาท
◼ คุณแม่มีลูก 2 คน (ลูกชายคนโตและลูกสาวคนเล็ก) ด้วยความหวังดี แม่เป็นคนแนะนำให้ลูกชายรู้จักกับลูกสะใภ้ที่เป็นหมอฟัน จนทั้งคู่คบหากันและแต่งงานมีครอบครัว
จุดเริ่มต้นรอยร้าว ลูกชายขอเข้ามาทำกิจการ
◼ ช่วงปี 2565 ครอบครัวฝั่งลูกสะใภ้บ่นว่าลูกชายไม่ค่อยทำงาน คุณแม่จึงชวนให้ลูกชายและลูกสะใภ้เข้ามาช่วยงานที่โรงงาน โดยให้หุ้นส่วนเล็กน้อย แต่ผู้มีอำนาจเซ็นเอกสารยังเป็นลูกสาวคนเล็ก
◼ ต่อมาลูกชายและสะใภ้ขอเปลี่ยนเงื่อนไขเป็น "เช่าโรงงานและเครื่องจักร" เพื่อบริหารเองทั้งหมด โดยตกลงจ่ายค่าเช่าให้แม่และน้องสาวคนละ 50,000 บาท (รวม 1 แสนบาทต่อเดือน) เพื่อให้แม่ได้พักผ่อน แม่ก็ยอมตกลงเพราะรักลูก
◼ แต่ทำไปได้สักพัก ลูกชายกับลูกสะใภ้ทะเลาะกันหนักมาก เพราะฝ่ายหญิงจับได้ว่าลูกชายไปมีความสัมพันธ์กับพี่เลี้ยงเด็ก แม่ต้องคอยเป็นกาวใจให้
◼ จนต้นปี 2566 ลูกชายมาบอกว่าทำธุรกิจไม่ไหวแล้ว ขอคืนโรงงานให้แม่ในเดือนเมษายน แม่จึงเตรียมตัวติดต่อลูกค้าจากต่างประเทศเพื่อกลับมาลุยบริหารเองอีกครั้ง
นาทีระทึก! แผนอุ้มแม่ขึ้นรถตู้กู้ภัย
◼ วันที่ 21 ก.พ. 2567 ลูกชายทำทีมาหาแม่ที่บ้าน อ้างว่าจะมาคุยเรื่องย้ายของ แต่กลับพาชายฉกรรจ์ลักษณะคล้ายคนเสพยา 2 คนเข้ามาด้วย
◼ ชายแปลกหน้าบุกเข้าประชิดตัว ล็อกคอ ปิดปาก ต่อยท้องแม่ แล้วอุ้มโยนขึ้นรถแอมบูแลนซ์ (รถกู้ภัยเอกชน) ที่จอดรออยู่หน้าบ้าน พร้อมจับแม่ใส่กุญแจมือล็อกไว้กับเปล
◼ น้องสาว (ลูกสาวคนเล็ก) อยู่ในเหตุการณ์แต่ไม่กล้าห้ามและไม่ได้ขัดขวาง เพราะถูกพี่ชายหลอกว่าจะพาแม่ไปรักษา "อาการซึมเศร้า" ที่โรงพยาบาลมนารมณ์ จึงหลงเชื่อว่าพี่ชายหวังดี
นรกบนดิน 2 ปีครึ่งในศูนย์ดูแลสุดโหด
◼ ลูกชายไม่ได้พาแม่ไปโรงพยาบาล แต่พาไปทิ้งไว้ที่ "โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม" ใน จ.กาญจนบุรี โดยอ้างกับเจ้าของศูนย์ว่าแม่คลุ้มคลั่งและทำร้ายคนในบ้าน
◼ เมื่อไปถึง แม่ถูกจับแก้ผ้า ใส่แพมเพิส บังคับยัดยานอนหลับใส่ปาก และถูกล็อกกุญแจมือ-เท้าติดกับเตียง
◼ เดือนแรกแม่ถูกขังในห้องแคบๆ ทึบๆ มีลูกกรง ต้องขับถ่ายในถังผงซักฟอก และส่งข้าวส่งน้ำผ่านซี่ลูกกรงเหมือนนักโทษ
◼ หลังจากนั้นถูกย้ายไป "กรงขังรวม" ที่มีคนอยู่ 12 คน ถูกจับมัดติดกับเก้าอี้ตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็นของทุกวัน
◼ แม่พยายามอธิบายตลอดว่าตนเองไม่ได้บ้า ไม่ได้ป่วยจิตเวช แต่เจ้าของศูนย์ไม่ฟังแถมขู่ว่า "ที่นี่กูคือกฎหมาย มึงอย่าปากดี"
ปฏิบัติการแหกคุก และความจริงที่ช็อกโลก
◼ แม่ทนทุกข์อยู่ปีกว่า จนมีผู้ป่วยคนหนึ่งกำลังจะถูกญาติมารับกลับ แม่จึงแอบเขียนเบอร์โทรศัพท์ของ "คุณนุช" (น้องสาวของแม่) ยัดใส่มือให้ช่วยโทรบอก
◼ เมื่อคุณนุชรู้เรื่อง จึงรีบติดต่อไปหาอดีตสามีของแม่ (พ่อของลูกๆ) พ่อจึงบุกไปกดดันและข่มขู่ลูกชายอย่างหนัก จนลูกชายยอมไปรับแม่ออกมา สภาพแม่ตอนนั้นซูบผอม น้ำหนักหายไปถึง 14 กิโลกรัม
◼ แต่เมื่อรอดชีวิตกลับมา แม่ต้องช็อกซ้ำสอง เมื่อพบว่าโรงงานและบริษัทพันล้านที่สร้างมาด้วยเงินสด ถูกลูกชายและลูกสะใภ้ฮุบกิจการและเปลี่ยนชื่อไปเป็นของตัวเองหมดแล้ว
◼ ซ้ำร้าย "ตู้เซฟ" ที่เก็บทองคำแท่ง 100 บาทและเครื่องเพชร มูลค่ากว่า 9 ล้านบาท ก็ถูกลูกชายพาคนมายกออกไปจากบ้าน พอแม่ทวงถาม ลูกชายกลับส่ง "ตู้เซฟใบใหม่ที่ว่างเปล่า" มาคืนให้แทน
◼ แพทย์จากโรงพยาบาลปิยะเวทและจิตเวชนครสวรรค์ ตรวจสอบแล้วยืนยันว่า แม่ปกติ 100% ไม่มีอาการทางจิตใดๆ แม่จึงเดินหน้าแจ้งความจับลูกชายและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
ฝ่ายผู้ดูแล โฟนอินชี้แจง
◼ "คุณแมว" เจ้าของศูนย์ดูแลฯ โฟนอินเข้ามาชี้แจงกลางรายการ ยืนยันว่าลูกชายเป็นคนพาคุณแม่มาฝากและเป็นคนลงนามในสัญญาจ้าง
◼ โดยอ้างว่าลูกชายเปิดคลิปวิดีโอตอนที่แม่คลุ้มคลั่ง ทำลายข้าวของ และทำร้ายคนในบ้านให้ดู ทางศูนย์จึงรับดูแลไว้
◼ ปฏิเสธเรื่องการจับขังกรงเหล็ก โดยอ้างว่าสถานที่ดังกล่าวคือ "ห้องแยกผู้ป่วย" ซึ่งทำตามมาตรฐานที่กำหนดว่าต้องมีไว้สำหรับแยกผู้ป่วยที่มีอาการอาละวาดหรือทะเลาะเบาะแว้ง เพื่อความปลอดภัยของส่วนรวม
◼ ยืนยันว่าทางศูนย์ไม่เคยทำร้ายร่างกาย ไม่เคยจับแก้ผ้า และไม่เคยบังคับยัดยานอนหลับหรือยาจิตเวช
◼ เพราะศูนย์ไม่มีหมอประจำ การให้ยาจะอ้างอิงจากยาที่ติดตัวผู้ป่วยมา หรือให้ตามที่แพทย์จากภายนอกสั่งเท่านั้น
◼ แต่เจ้าของศูนย์ยอมรับหน้าตาเฉยว่า "ไม่ได้ขอดูประวัติการรักษาหรือเวชระเบียนจากโรงพยาบาล" ก่อนรับตัวเข้าศูนย์
◼ อาศัยแค่ "เชื่อใจในความเป็นแม่ลูก" ที่พามาฝากก็รับไว้เลย และยืนยันมั่นใจว่าศูนย์ตนเองดำเนินงานอย่างถูกต้อง ผ่านการตรวจสอบจาก สบส. (กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ) มาโดยตลอด
โป๊ะแตกศูนย์เถื่อน! ตำรวจสอบสวนกลางบุกทลาย
◼ แต่อดีตผู้ป่วยอีกคนโฟนอินเข้ามาแฉยับ! ยืนยันว่าศูนย์นี้บังคับให้คนปกติกินยาจิตเวช ใครดื้อจะถูกทำร้ายร่างกาย จับขังกรงหมา อาหารการกินย่ำแย่ และเวลาเจ้าหน้าที่ สบส. มาตรวจ ก็จะจัดฉากพาไปดูแต่โซนที่สวยงาม
◼ รองอธิบดี สบส. ยืนยันกลางรายการว่า ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบนี้ ไม่มีสิทธิ์รับผู้ป่วยจิตเวช ไม่มีหมอจ่ายยาไม่ได้ และ "ห้ามมีกรงขังเด็ดขาด" ถือว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนและผิดกฎหมายร้ายแรง
◼ ล่าสุด กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) พร้อมทีมงานโหนกระแส ลงพื้นที่บุกค้นศูนย์ดังกล่าว พบสภาพจริงสุดสลด มีการติดตั้งรั้วเหล็กและลวดหนามหีบเพลงล้อมรอบอาคารที่พักคล้ายกับเรือนจำ
◼ ภายในอาคารพบลูกกรงเหล็กติดลวดหนามกั้นเป็นสัดส่วน
◼ และที่น่าหดหู่ใจที่สุดคือ บนเตียงผู้ป่วยบางเตียง มีการนำ "กรงเหล็ก" มาครอบล็อกผู้สูงอายุและผู้ป่วยพึ่งพิงเอาไว้คาเตียงไม่ให้ขยับไปไหนได้เลย ถือเป็นภาพที่สะเทือนใจสังคมอย่างมาก
- พรุ่งนี้มีต่อ เห็นว่าทางฝั่งลูกชายจะมารายการ
- ลูกชายจ่ายเงินให้ศูนย์ดูแลเดือนละ 20,000 บาท ซึ่งคุณแม่ระบุว่าเจ้าหน้าที่ในศูนย์เคยกระซิบเตือนว่า เจ้าของศูนย์จะไม่มีวันปล่อยแม่ไปง่ายๆ เพราะแม่คือคนไข้ที่ญาติจ่ายเงินให้แพงที่สุดในศูนย์แห่งนี้ เหมือนเป็นตัวทำเงิน
- เมื่อลูกชายรู้ว่าฝั่งคุณพ่อ (อดีตสามี) และน้องสาวกำลังจ้างทนายไปตามหาแม่ ลูกชายได้โทรศัพท์ไปข่มขู่ทนายความ รวมถึงโทรขู่ญาติพี่น้องทุกคนว่าหากใครเข้าไปยุ่งหรือช่วยแม่ออกมา จะทำการฟ้องร้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
ที่มา................เพจอรรถรส
นิยามคำเดียว ลูกทรพี
รอดูพรุ่งนี้มาจริงไหม แล้วจะแก้ตัวว่าไง