คุณหญิงสุดารัตน์ ถามหาบึงรับน้ำ 130 ไร่ - แก้มลิง 6 แห่ง
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ออกมาโพสต์ตั้งคำถามถึงนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. หลังประเด็น “บึงรับน้ำคู้บอน” เนื้อที่ประมาณ 130 ไร่ ถูกตั้งข้อสังเกตว่าไม่ปรากฏอยู่ในร่างผังเมืองฉบับใหม่ของกรุงเทพมหานคร ขณะที่พื้นที่แก้มลิงฝั่งตะวันออกอีกหลายแห่งก็ถูกตั้งคำถามว่า “หายไปไหน”
คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่า นอกจากบึงรับน้ำคู้บอนแล้ว ยังมีแก้มลิงรับน้ำฝั่งตะวันออกของ กทม. อีก 5 แห่ง ซึ่งเมื่อรวมกันทั้งหมด 6 แห่ง มีศักยภาพรองรับน้ำได้ประมาณ 5–6 ล้านลูกบาศก์เมตร และถือเป็นพื้นที่สำคัญต่อการหน่วงและกักเก็บน้ำในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำหลาก
พร้อมตั้งคำถามตรงไปยังผู้ว่าฯ ชัชชาติว่า หาก กทม. เปลี่ยนแผนไม่ทำแก้มลิงทั้ง 6 แห่ง แล้วมีโครงการใดมาทดแทน และสามารถรองรับน้ำได้เทียบเท่าหรือดีกว่าศักยภาพเดิม 5–6 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือไม่
อีกข้อเสนอคือ ขอให้ผู้ว่าฯ ชัชชาติใช้ความกล้าหาญ “ผ่าตัดผังเมืองใหม่” ของ กทม. ที่กำลังอยู่ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น โดยกำหนดให้ชัดว่าพื้นที่ใดต้องเป็น Flood Way พื้นที่ใดต้องเป็นแก้มลิง และไม่ควรอนุญาตให้สร้างบ้านจัดสรรหรืออาคารพาณิชย์ในพื้นที่ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบรับน้ำ
คุณหญิงสุดารัตน์ยังย้ำถึงประสบการณ์ในอดีต ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบงาน กทม. และเคยร่วมดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ “โครงการแก้มลิง” ซึ่งมีการวางแผนร่วมกับหลายหน่วยงาน จนนำไปสู่การดำเนินโครงการแก้มลิงแห่งแรกใน กทม. ที่บึงมักกะสัน
โดยยืนยันว่า ระบบแก้มลิงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะทำหน้าที่หน่วงน้ำและชะลอน้ำไว้ชั่วคราว ก่อนระบายกลับเข้าสู่คลองและระบบระบายน้ำเมื่อระดับน้ำลดลง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำหลากจากทางเหนือ
โพสต์ของคุณหญิงสุดารัตน์จึงกลายเป็นอีกแรงกดดันต่อ กทม. ให้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า บึงรับน้ำคู้บอน 130 ไร่ และแก้มลิงทั้ง 6 แห่ง มีสถานะอย่างไรในผังเมืองฉบับใหม่ และหากไม่ดำเนินการต่อ จะใช้อะไรมาทดแทนศักยภาพรับน้ำหลายล้านลูกบาศก์เมตรที่อาจหายไปจากระบบ
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1631440312347260&set=pb.100064439212441.-2207520000&type=3