ดาวซัลโวยุโรป
Status:

: 0 ใบ

: 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Dec 2016
ตอบ: 14756
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Oct 02, 2026 16:17
จังหวะดี คดี เนรเกร่า 1 ใน คดีที่ ฉาวโฉ่ ที่สุดของวงการลูกหนัง
คดีเนเกรร่า (Caso Negreira) กลับมาฮือฮาอีกครั้งหลังเงียบไปหลายเดือน เมื่อ เรอัล มาดริด ทำเรื่องร้องเรียน พร้อมส่งมอบเอกสารจำนวนมหาศาลให้ ยูฟ่า พลางกดดันให้เร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อหาข้อสรุปให้ได้โดยเร็ว
หลายคนเห็นข่าว อ้าววว มันไม่ได้จบไปแล้วหรอกหรือ ?
คำตอบคือ...ยังไม่จบและมันไม่เคยมีคำตัดสินออกมาเลย
บาร์เซโลน่า ยังไม่พ้นข้อกล่าวหา แต่ก็ยังเป็นผู้บริสุทธิ์
เพื่อไม่ให้หลงประเด็น ผมขอเล่าแบบรื้อฟื้นความทรงจำในช่วงต้นก่อน เผื่อใครที่ลืมๆ หรือใครที่เพิ่งเข้ามาตามจะได้เข้าใจที่มาที่ไปของคดีดังวงการฟุตบอลสเปนที่ลากยาวมาร่วม 3 ปีนี้ จากนั้นค่อยเดินไปสู่บทสรุปในช่วงท้ายกัน
คดีเนเกรร่า คืออะไร ? มีความเป็นมาอย่างไรกับ บาร์เซโลนา ?
คดีเนเกรร่า ถือเป็นหนึ่งในประเด็นฉาวที่โด่งดังที่สุดในวงการฟุตบอลช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีการเชื่อมโยงสโมสรบาร์เซโลน่าเข้ากับประเด็นเรื่องการ "อาจได้รับความช่วยเหลือจากผู้ตัดสิน"
จุดเริ่มต้นของคดี
เรื่องราวนี้เริ่มต้นขึ้นจากการตรวจสอบทางบัญชีของกรมสรรพากรสเปนต่อบริษัทต่างๆ ที่มีความเชื่อมโยงกับ โฆเซ่ มาเรีย เอ็นรีเกซ เนเกรร่า (José María Enríquez Negreira) อดีตรองประธานคณะกรรมการตัดสินฟุตบอลสเปน (CTA)
อัยการเริ่มทำการสืบสวนตั้งแต่ปี 2022 และมุ่งประเด็นไปที่เงินจำนวนก้อนใหญ่ที่ บาร์เซโลน่า จ่ายให้กับ เนเกรร่า โดยเน้นไปที่ช่วงเวลาที่ เนเกรร่าดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรผู้ตัดสิน
ตัวเลขเงินโอนมีความแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาที่ตรวจสอบ
โดยการสืบสวนทางกฎหมายระบุว่ามีการจ่ายเงินประมาณ 7.3 ล้านยูโร ในช่วงปี 2011 ถึง 2018 ให้แก่ เนเกรร่า, ลูกชายและคนใกล้ชิด
ขณะที่การสืบสวนบางชุดขยายขอบเขตเวลาย้อนกลับไปถึงปี 2001 ซึ่งทำให้ยอดเงินรวมสูงขึ้นกว่านั้น และ "วัตถุประสงค์ของการจ่ายเงิน" นี้เองคือหัวใจสำคัญของคดี
การสืบสวนและข้อโต้แย้ง
ฝ่ายอัยการมองว่ามีข้อบ่งชี้เพียงพอที่จะสอบสวนว่าเงินดังกล่าวจ่ายไปเพื่อ "พยายามมีอิทธิพลต่อวงการผู้ตัดสิน" หรือไม่ ?
ในขณะที่ บาร์เซโลน่า ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงว่าไม่เคยซื้อผู้ตัดสินหรือล็อคผลการแข่งขัน
ฝ่ายกฎหมายของ อาซูลกราน่า ยืนยันว่า เงินดังกล่าวเป็นค่าจ้างสำหรับ "บริการที่ปรึกษาทางเทคนิคและการจัดทำรายงานเกี่ยวกับผู้ตัดสิน" ซึ่งถือเป็นแนวทางปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมาย
ในระหว่างขั้นตอนการสอบสวน บาร์เซโลน่า ได้ยื่นเอกสารหลายร้อยฉบับเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ โดยส่งรายงานจำนวน 629 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม หลุยส์ เอ็นรีเก้ และ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ อดีตเทรนเนอร์ของสโมสรได้ให้การกับทางอัยการว่า
"พวกเขาไม่เคยเห็นหรือใช้เอกสารรายงานดังกล่าวเลย"
คดีนี้ส่งผลกระทบต่อ บาร์เซโลน่า ในฐานะนิติบุคคล รวมถึงอดีตผู้บริหารสโมสร ได้แก่ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว,ซานโดร โรเซลล์, ออสการ์ เกรา และ อัลเบิร์ต โซเลร์
ขณะที่ โจน ลาปอร์ต้า มีสถานะเป็นพยานในคดีนี้ เนื่องจากข้อหาในยุคที่เขาขึ้นบริหารสโมสรสมัยแรกถือว่าคดีหมดอายุความไปแล้ว เช่นเดียวกับ โจน กาสปาร์ต อดีตประธานคนก่อนหน้า แม้ทั้งสองคนจะเคยเซ็นอนุมัติจ่ายเงินให้บริษัทของ เนเกรร่า ก็ตาม
บทบาทของ ฟลอเรนติโน เปเรซ และ เรอัล มาดริด
เรอัล มาดริด ได้ตัดสินใจเข้าร่วมกระบวนการทางกฎหมายในฐานะโจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) และแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวมาโดยตลอด
เรอัล มาดริด คือหัวเรือใหญ่ในการควานหาหลักฐานและนำคดีไปสู่ชั้นศาล
ในปี 2025 มาดริด ได้ยกระดับการดำเนินงานเพื่อขอเอกสารเพิ่มเติม จนกระทั่งเดือนกรกฎาคม ศาลบาร์เซโลน่า ได้อนุมัติคำร้องบางส่วน และบังคับให้สโมสรบาร์เซโลน่า ส่งมอบรายงานทางการเงินและรายงานการตรวจสอบบัญชี (Audit) ที่จัดทำขึ้นระหว่างปี 2010 ถึง 2021
ทว่ากระบวนการไต่สวนในชั้นศาลในประเทศกลับไม่มีความคืบหน้ามากนัก และมีแนวโน้มว่าการไต่สวนจะสิ้นสุดลงในช่วงปลายปี 2026 และจะมีการกำหนดวันพิจารณาคดีในปีถัดไป หลังจากที่ผู้พิพากษาผู้รับผิดชอบคดีได้ปฏิเสธคำร้องของ มาดริด (ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอัยการ) ในการขอขยายเวลาการสืบสวนออกไปอีก 6 เดือน
เมื่อเห็นว่าศาลในประเทศล่าช้า และผลการตัดสินอาจไม่เป็นไปตามที่มุ่งหวัง วันที่ 17 มิถุนายน 2026 เรอัล มาดริด ประกาศว่าได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อองค์กรฝ่ายวินัยของ ยูฟ่า โดยให้เหตุผลว่า มีหลักฐานที่ตอกย้ำข้อสงสัยเกี่ยวกับการจ่ายเงินอย่างต่อเนื่องยาวนาน และมองว่าเรื่องนี้เป็นภัยคุกคามต่อความน่าเชื่อถือและความเที่ยงธรรมของการแข่งขัน
จุดยืนของ ยูฟ่า
สำหรับคดีเนเกรร่า นั้น ทาง ยูฟ่า ได้เปิดการสอบสวนวินัยของตัวเองตั้งแต่ปี 2023 ที่ผ่นามา โดยในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน ยูฟ่า อนุญาตให้ บาร์เซโลน่า เข้าร่วมการแข่งขันระดับยุโรปเป็นการชั่วคราว แต่ชะลอกระบวนการตัดสินเรื่องคุณสมบัติไว้ และสงวนสิทธิ์ที่จะลงโทษในภายหลัง ขณะที่การดำเนินคดีอาญายังคงดำเนินต่อไปในศาลสเปน
ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2026 ยูฟ่า ยืนยันว่าได้รับ "เอกสารจำนวนมาก" จากเรอัล มาดริด และระบุว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายจริยธรรมและวินัยจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประเมินร่วมในการสืบสวน
ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น บาร์เซโลน่า ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข่าวลือที่ว่า ยูฟ่า ทำการ "เปิดคดีใหม่" โดยชี้แจงว่า ยูฟ่าไม่ได้เปิดสำนวนคดีใหม่ต่อ บาร์เซโลน่า เพราะกระบวนการสอบสวนที่เริ่มไว้ตั้งแต่ปี 2023 มันไม่เคยถูกปิดลงเลย
บาร์เซโลน่า แถลงว่ากับกรณีล่าสุดนี้ ยูฟ่า เพียงแค่ยืนยันการรับเอกสารจากเรอัล มาดริด เพื่อนำไปวิเคราะห์ในคดีเดิมที่มีอยู่แล้วเท่านั้น และจนถึงปัจจุบัน ยูฟ่า ก็ยังไม่ได้เรียกตัวบุคคลในสโมสรหรือผู้เกี่ยวข้องไปสอบปากคำเพิ่มเติมแต่อย่างใด
สรุปสถานการณ์
กว่า 3 ปีหลังจากเรื่องนี้ถูกเปิดเผยสู่สาธารณะ 'คดีเนเกรรา' ยังคงไม่มีข้อสรุปขั้นเด็ดขาด
ศาลสเปน : ยังคงอยู่ในขั้นตอนพิจารณาเพื่อชี้ขาดความผิดทางอาญา
ยูฟ่า : ยังคงเปิดช่องทางสอบสวนวินัยค้างไว้
บาร์เซโลน่า : ยังคงยืนยันว่าการจ่ายเงินเป็นค่าบริการที่ถูกต้องตามกฎหมาย
เรอัล มาดริด : ยังคงเรียกร้องความคุ้มครอง ค้นหาความจริง และต้องการให้มีบทลงโทษขั้นเด็ดขาดต่ออริตลอดกาล
โบนัสแทรกส์
รุ่นพี่ผมเล่าให้ฟังว่า ครั้งนึงเคยให้คนงานอู่รถไปซื้ออะไหล่แถววรจักร ลูกน้องคนนี้ทำงานดี ก็เลยไว้ใจให้รับหน้าที่นี้เรื่อยมา
บางวัน บางครั้งลูกน้องคนนี้ติดงานในอู่ไปไม่ได้ ก็ใช้ให้ลูกน้องอีกคนไป ก็ได้ของกลับมาเรียบร้อยดี จนไว้ใจ
บางวัน ลูกน้องกลุ่มนี้มาเบิกเงินไปซื้ออะไหล่ เล็กๆน้อยๆ รุ่นพี่ผมก็ให้เงินไป ให้แล้วก็ไม่ได้ถามต่อ เรื่องมาแดงที่วันนึง รุ่นพี่ผมเดินไปถามคนงานอีกกลุ่มว่า อะไหล่ที่ไอ้พวกนั้นออกไปซื้อเอามาใส่รถแล้วใช่มั๊ย
คนงานอีกกลุ่มบอกว่า "ไม่มีนะพี่ ไม่เคยเห็นเลย"
รุ่นพี่ผมก็เลย อ้าวววว มึง !!!
ก็ไปเรียกมาสอบ สอบไปสอบมา เหล่าลูกน้องยอมรับว่าไปฮั้วกับร้านอะไหล่ ออกบิลแพงกว่าราคาจริงนิดๆหน่อยๆเพื่อกินส่วนต่าง
พอคนนี้ไปไม่ได้ ก็ไปบอกเพื่อนคนงานอีกคนว่า มึงทำแบบนี้นะ ส่งกันเป็นทอดๆ ตอนมึงไปก็เป็นของมึง ตอนกุไปก็เป็นของกุ
รุ่นพี่ผมกลัวว่าเงินที่ให้ไปซื้ออะไหล่ จะเอาไปทำผิดกฏหมายต่อจนกระทบถึงอู่ เลยคาดคั้นต่อ ลูกน้องสารภาพว่า "เปล่าครับพี่ ผมไม่ได้เอาไปให้ใครต่อเลย เงินมันไม่ได้เยอะมาก ผมก็แบ่งกับร้านอะไหล่นั่นแหละ"
รุ่นพี่ผมโมโหมาก ไล่ออกไปหมดแล้ว ส่วนคนงานที่หมดวาระ เอ๊ย ลาออกไปก่อนหน้านี้ก็ถือว่ารอดตัวไป เพราะผ่านมาหลายปี รุ่นพี่ผมขี้เกียจตาม
#เจมส์ลาลีกา
เผื่อแฟนบอลบางคน คิดว่าทีมตัวขาวสะอาดจนเที่ยวสั่งสอน คนอื่นว่า อย่าไปยุ่ง นั่นนี่ จนลืมนึกไปว่า สิ่งโสมม ใกล้ตัวกว่าที่คิด
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
We've won it all