ขอบ่นเรื่องการรับมือน้ำท่วมหน่อยฮะ
จากน้ำท่วมครั้งนี้ พอได้กระทบเองก็รู้สึกเครียดเหมือนกันนะ
บ้านที่ผมอยู่ กทม บ้านผมสูงน้ำไม่เข้าก็สนุกกับสถานการณ์ออกไปลุยน้ำช่วยคน
แต่ทีนี้เป็นที่บ้านแฟนที่ฉะเชิงเทราบ้านติดคลองท่าลาดเลย ถ้าไม่น้ำไม่หยุดอีกคงจะถึงหลังคา
ถ้าวัดจากความสูงของน้ำที่บ้านแฟน น้ำท่วมบ้านคราวนี้น่าจะหนักกว่าปี 54 ของปูว์ซะอีก
ผมก็แอบคิดอยู่นะต่อให้เป็นส้มมาเป็นรัฐบาล มันก็อาจจะแย่น้อยลง 10-20% เองมั๊ง
คงไม่ฟ้าสีทองผ่องอำไพ ดังกับมีนารีขี่ม้าขาว ควงคฑามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง
ตราบใดที่ประเทศนี้ไม่ยกระดับพวกข้าราชการหัวขวด (บางคน)
ปัญหาของประชาชนก็มาจากพวกนี้แหละรัฐบาล สส แม่งอยู่ 4 ปีแล้วเดี๋ยวก็ไป(เหรอออออ!!)
แต่พวกข้าราชการห่วย ๆ แม่งก็ทำงานต่อ ยันเราแก่
ไม่นับเรื่องแป๊ะเจี๊ยะ เอาเรื่องการทำงานล้วน ๆ อย่างห่วย
เอาแค่เรื่องน้ำท่วม อุตุมัวแต่รักษาหน้า แล้วมาอ้างว่าแจ้งหน่วยงานอื่นไปแล้ว หน่วยงานอื่นจะทำอะไรต่อละอุตุออกข่าวขนาดนั้นไม่มี๊ ไม่จริง เหมือนไม่หนัก
- กรมชลปล่อยน่ำเขื่อนขึ้นจุด Peak เข้าใจว่าทำแบบนี้ทุกปีกักน้ำไว้เพื่อหน้าแล้ง แต่ถ้ารู้ตั้งแต่ 20 ก็ปล่อยก่อนก็ได้มั๊ง
- การแจ้งเตือนชาวบ้านไม่มีไม่มี cell broadcast ไม่มีใครเตรียมตัวเพราะคิดว่าขึ้นไม่เท่าไรเดี๋ยวก็ลง
- ดูทีวีก็มีแต่ข่าวกรุงเทพ ไม่มีจังหวัดอื่นเหมือนทุกอย่างเกิดแค่ กทม
- ผ่านปี 54 มาแล้ว บอกไม่ใช่มหาอุทกภัย ไอ้หัวกรวยเอ้ย ท่วมหนักกว่าปี 54 ไปแล้ว ท่วมถึงในตัวเมือง
- มันไม่มี SOP กันเลยเหรอพวกข้าราชการหัว-ขวดพวกนี้ เช่น
1. อุตุแจ้งศูนย์จัดการภัยใช้ worst-case scenario เพิ่มเอง เช่น “แม้ค่ากลางคาด 150 มม. ให้เตรียมทรัพยากรรองรับ 180 มม.”
2. หน่วย X เตรียมความพร้อม เช่นเรือ น้ำ ข้าว กำลังพล ที่พักพิงโรงพยาบาล ประสานงานทหาร กู้ภัย บลา ๆ
3. ประชาสัมพันธ์ เตรียมความพร้อม cell broadcast แจ้งระดับความอันตราย 1-5 เพราะบางคนไม่ยอมทิ้งบ้านเพราะเขาไม่ตระหนักถึงความอันตรายไงแค่บอกว่าให้เตรียมรับมือ อีกทีคืออพยพแล้ว เข้าใจว่าภัยพิบัติแม่งเกิดเร็วนะแต่กลับไปข้อที่ 1 เลย worst-case scenario
4. กรมชลประเมินปล่อยน้ำล่วงหน้าได้ไหมอันนี้เข้าใจได้ว่ายาก
เอาแค่นี้ขอให้แต่ละหน่วยมี Standard Operating Procedure ชัดเจนเช่น ถ้าเกิดเหตุการณ์ X ใครต้องทำอะไร เมื่อไร และทำตามลำดับไหน คือคิดว่ามีแหละ
แต่คำถามคือ SOP นั้นมี trigger และ accountability ชัดแค่ไหน
เช่น
- Trigger คือ ถ้าสถานการณ์ถึงจุด X แล้ว จะต้องเกิด action Y โดยอัตโนมัติ ไม่ใช่รอประชุมกันใหม่ทุกครั้ง
- Accountability คือ ต้องรู้ว่าใครเป็นเจ้าของแต่ละ action ใครมีอำนาจตัดสินใจ ต้องทำเสร็จเมื่อไร และถ้าไม่ทำต้องตอบได้ว่าเพราะอะไร
SOP นั้นผูกกับตัวเลขและ trigger ชัดแค่ไหน?
หน่วยงานต่าง ๆ ใช้ข้อมูลชุดเดียวกันไหม?
ใครเป็นคนตัดสินใจขั้นสุดท้าย?
ถ้าขั้นตอนหนึ่งไม่เกิดขึ้น ใครรับผิดชอบ?
ตอนนี้ทำงานกันเหมือนต่างคนต่างทำ แต่ก็นั้นแหละมันจะไป Work ได้ยังไงในเมื่อบางคนที่เป็นข้าราชการยังโกงข้อสอบเข้ามาทำงานกันเป็นพัน ๆ คิดว่ามีมานานแล้ว บางคนคงไปนั่งเป็นหัวแล้วมั๊ง
หัวแย่ หางจะไปรอดได้ยังไง
รัฐบาลเจ๋ง + ข้าราชการเจ๋ง = หมดปัญหา
รัฐบาลห่วย + ข้าราชการเจ๋ง = ยังพอไปได้กระท่อนกระแท่น
รัฐบาลเจ๋ง + ข้าราชการห่วย = รัฐบาลกดดัน เปลี่ยนระบบ ตั้ง KPI ย้ายคน ปรับโครงสร้าง และเลือกคนที่เหมาะขึ้นได้
รัฐบาลห่วย + ข้าราชการห่วย!! = บัดสี
คิดว่าเราอยู่จุดไหนกันน้าาาาาา......
----------
ขอโทษทีครับ บ่นเยอะไปหน่อยแค่อยากระบาย
สู้ ๆ นะครับทุกคน