ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออนไลน์
ซุปตาร์ฟุตบอลโลก
Status: YNWA#
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 07 Nov 2007
ตอบ: 10680
ที่อยู่: Anfield
โพสเมื่อ: Tue Sep 29, 2026 00:03
สรุปไทม์ไลน์ ManCity 115-1
อ้างอิงจาก:
บทสรุปตอนจบของซิตี้กับคดี 115
ภาค1 : อี เมล
...

นับเป็นเวลา 3 วันแล้วที่สื่อต่างประเทศรายงานข่าวใหญ่ของโลกฟุตบอลว่า แมนเชสเตอร์ซิตี้จะโดนตัดสินโดยคณะกรรมการอิสระว่ามีความผิด 114 จาก 115 ข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎการเงินของพรีเมียร์ลีก โดยในขณะนี้ยังรอคำแถลงทางการจากทางพรีเมียร์ลีก

***
ผมพบว่าต้องใช้เวลาพักใหญ่ในการทำความเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด โดยมองผ่านทั้งเลนส์ของซิตี้และพรีเมียร์ลีก เนื้อหาต่อจากนี้เรียบเรียงจากรายงานที่รวบรวมมา มิใช่คำตัดสินหรือความคิดเห็นส่วนตน
***

แม้ว่าคณะกรรมการอิสระชั้นต้นจะมีมติชี้มูลออกมาแล้วว่าซิตี้ผิดจริง แต่นั่นเป็นเพียงตอนจบของภาคที่ 1 แท้จริงแล้ว ซีรี่ส์นี้ยังมีภาคต่อที่ End Credit ทิ้งท้ายไว้
.

เมื่อเปิดแฟ้มคดี เรื่องราวเริ่มต้นที่ อีเมล ตัวเอกของภาคนี้

2 พ.ย. 2018 ราฟาเอล บุชมันน์ (Rafael Buschmann) นักข่าวสายสืบสวนสอบสวน ลงบทความผ่านสื่อเยอรมัน แดร์ ชปีเกิล (Der Spiegel)

"Man City and Paris Saint-Germain: How Oil Money Distorts Global Football"(แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง: เงินค่าน้ำมันบิดเบือนวงการฟุตบอลโลกอย่างไร)

3 วันถัดมา เขาลงอีกบทความเจาะลึกไปที่แมนเชสเตอร์ซิตี้

"Manchester City Exposed: Bending the Rules to the Tune of Millions"(เปิดโปง แมนเชสเตอร์ ซิตี้: การซิกแซกกฎเพื่อเสกเงินล้าน)

ซึ่งบทความที่สองมีการพูดถึงเม็ดเงินจากอาบูดาบี และ การวางแผนการละเมิดกฎการเงินผ่านอีเมลลับ

รายงานระบุชัดเจนว่าได้รับข้อมูลมาจากเครือข่าย Football Leaks โดยผู้ที่ใช้ชื่อแฝงว่า John

เอกสารลับและอีเมลภายในของซิตี้ที่หลุดรั่วเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ UEFA ต้องหันมาใส่ใจ และเริ่มทำการสืบสวนในเดือนมีนาคม 2019
.
มกราคม 2019 นาย John ถูกจับกุมตัวที่ประเทศฮังการี ชื่อจริงของเขาคือ รุย ปินโต (Rui Pinto) แฮกเกอร์ชาวโปรตุเกส

รุย ปินโตสร้างเว็บไซต์ Football Leaks มาตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งมักลงข้อมูลทางการเงินลับ ๆ ของสโมสรฟุตบอลที่เขาไปแฮ็กมา ตัวเขาไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกับซิตี้ ข้อมูลของเบนฟิก้า รวมถึงปอร์โต้ สโมสรที่เขาเชียร์ ก็เคยโดนแฉในเว็บไซต์เช่นกัน

โดยปินโตอ้างว่าเขาเป็น Whistleblower ที่จะเปิดโปงทุนเทาเพื่อทำให้ฟุตบอลที่เขารัก "สะอาด" การเปิดเผยข้อมูลเป็นวิธีเดียวที่จะแสดงความจริงให้โลกเห็นถึงความเหลื่อมล้ำในโลกฟุตบอล

ปินโตสืบจนพบว่านักข่าวที่ชื่อว่า บุชมันน์ ไว้ใจได้ เขาจึงแอบติดต่อและมอบข้อมูลขนาด 3.4 เทราไบต์ ให้เครือข่ายนักข่าวเอาไปตรวจสอบโดยใช้ระยะเวลาถึง 2 ปี และนั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อมูลมากกว่า 70 ล้านฉบับที่ปินโตเก็บไว้
.
หลังเครือข่ายนักข่าวช่วยกันตรวจความน่าเชื่อถือและความถูกต้องอย่างละเอียด จึงได้คัดกรองและบุชมันน์ก็เลือกโพสต์ข้อมูลเหล่านี้ลงในสื่อเยอรมัน

️▪️แปลงเงินเจ้าของทีมเป็นสปอนเซอร์

ผู้บริหารระดับสูงส่งอีเมลระบุ เอติฮัด จ่ายเงินสปอนเซอร์ 8 ล้านปอนด์ (จากจำนวนเต็ม 35) มีการตอบกลับจากผอ.การเงินว่า เงินส่วนต่างทั้งหมด เจ้าของโอนผ่านกลุ่มทุนไปให้สปอนเซอร์ก่อนแล้ว แล้วให้บริษัทเหล่านั้นโอนกลับสโมสรอีกที ลงว่าเป็นค่าสปอนเซอร์

▪️ซ่อนเร้นรายจ่ายผู้จัดการทีมและนักเตะ

เอกสารแฉ โรแบร์โต มันชินี เซ็นสัญญา 2 ฉบับ ฉบับแรกเป็นผู้จัดการทีมซิตี้ และอีกฉบับในเวลาไล่เลี่ยกัน เป็นที่ปรึกษาสโมสรอัล จาซีรา ในเอมิเรตส์ ลักษณะเหมือนหั่นค่าตัวเป็น 2 ก้อน เพื่อลดรายจ่ายในบัญชี

ใบแจ้งหนี้ระบุให้บริษัทเจ้าของทีมโอนเงินค่าภาพลักษณ์ของ ยาย่า ตูเร่ เข้าบัญชีเอเย่นต์ ขัดกับกฎที่ระบุว่าสโมสรต้องลงบัญชีรายจ่ายของสโมสร

▪️ประโยคท้าทายกฎการเงิน

ประโยค We can do what we want อยู่ในอีเมลที่ผู้บริหารสนทนากัน และหลังจาก UEFA ขู่ฟ้อง มีการคุยกันว่า ยอมจ้างทนายเก่งสุดในโลก 50 คนดีกว่ายอมจ่ายค่าปรับ

▪️เงินลับดึงนักเตะเยาวชน

อีเมลภายในจากผู้อำนวยการฝ่ายสรรหานักเตะเยาวชน เผยให้เห็นว่าสโมสรมีการจ่ายเงินให้แก่ครอบครัวหรือเอเยนต์ของนักเตะที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

เนื้อหาทั้งหมดที่ถูกแดร์ ชปีเกิลตีแผ่ นำไปสู่การต่อสู้รอบแรกระหว่างซิตี้และ UEFA
.

ยกที่ 1 : UEFA vs ซิตี้

7 มีนาคม 2019 UEFA เปิดฉากตั้งคณะกรรมการสอบสวนซิตี้อย่างเป็นทางการ ข้อหาตกแต่งบัญชี
สปอนเซอร์

2 เดือนต่อมา CFCB คณะกรรมการควบคุมการเงินสโมสรฟุตบอลของ UEFA สรุปและส่งเรื่องให้ลงโทษขั้นรุนแรง

ซิตี้แถลงตอบโต้ "ไม่เป็นธรรมและมีอคติ"

14 กุมภาพันธ์ 2020 UEFA สั่งแบนซิตี้จากการเข้าแข่งขันฟุตบอลยุโรป 2 ซีซั่น (2020-2022) และปรับ 30 ล้านปอนด์ ข้อหาแต่งตัวเลขสปอนเซอร์เกินจริงในระหว่างปี 2012-2016 และไม่ให้ความร่วมมือในการสืบสวน

ซิตี้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (CAS) ทันที และพวกเขาชนะ

13 กรกฎาคม 2020 CAS แถลงการณ์ยกเลิกโทษแบน และลดโทษปรับเหลือ 10 ล้านยูโร

เหตุผลเพราะ เหตุการณ์ที่ระบุในอีเมลนั้นเกิน 5 ปีมาแล้ว หรือหมดอายุความนั่นเอง รวมถึง CAS ให้ความสำคัญกับเอกสารที่ซิตี้ยื่นมากกว่าเนื้อความในอีเมลที่ถูกแฮ็ก

ผลของคดีทำให้ UEFA ถูกแฟนบอลแซะว่าเป็นเพียงองค์กรเสือกระดาษ เรื่องระหว่าง UEFA จึงจบไป แต่พรีเมียร์ลีกไม่ยอม นำไปสู่ยกที่ 2
.

ยกที่ 2 : พรีเมียร์ลีก vs ซิตี้

ความจริงแล้วก่อนที่จะสู้ศึกกับ UEFA ซิตี้เองก็ต้องรับมือกับพรีเมียร์ลีกไปด้วย โดยคณะกรรมการสอบสวนของพรีเมียร์ลีกได้สั่งให้ซิตี้ส่งมอบอีเมลฉบับเต็ม และ statement ธนาคารให้

ซิตี้ไม่ยอม ทีมกฎหมายอ้างว่าพรีเมียร์ลีกไม่มีอำนาจบังคับให้เปิดเผยข้อมูลลับสโมสร ทั้งยังไม่ยึดมั่นในกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

พฤศจิกายน 2020 พรีเมียร์ลีกยื่นฟ้องต่อ อนุญาโตตุลาการทางกฎหมาย ซึ่งชี้ขาดให้ซิตี้ส่งมอบข้อมูลและเอกสารทั้งหมดให้พรีเมียร์ลีก

ต้นปี 2021 ซิตี้ยื่นฟ้องต่อศาลสูงสุดอังกฤษ ให้ยกเลิกคำสั่งของอนุญาโตตุลาการ แต่ผู้พิพากษายกเลิกคำฟ้องซิตี้ สั่งให้ส่งเอกสารให้ทางลีก

กรกฎาคม 2021 ซิตี้ยื่นอุทธรณ์ไปที่ศาลแห่งอังกฤษและเวลส์ ศาลตัดสินให้ซิตี้ส่งมอบเอกสาร

ความพีคคือ ศาลยังสั่งให้เปิดเผยคำพิพากษาให้เป็นสาธารณะ (ซิตี้ขอให้เป็นความลับ) ทำให้ทั้งโลกรับรู้ว่าพรีเมียร์ลีกยังสู้อยู่

ซิตี้จำนนด้วยข้อกฎหมายและต้องยอมส่งมอบคลังข้อมูลอีเมลและเอกสารบัญชีภายในทั้งหมดให้แก่พรีเมียร์ลีกในช่วงปี 2022

ซึ่งการร้องขอหลักฐานนับตั้งแต่ปี 2019-2021 ได้กลายเป็นอาวุธชิ้นสำคัญของฝั่งพรีเมียร์ลีกในเวลาต่อมา
.

พรีเมียร์ลีกเงียบไปหนึ่งปี เพื่อทำการเปรียบเทียบและเชื่อมโยงข้อมูลจากอีเมลหลุดและอีเมลจริง รวบรวมและตรวจสอบเอกสารที่มีทั้งหมด เมื่อพยาน หลักฐาน และหลักการครบ จึงสั่งฟ้อง 115 คดีในเดือนกุมภาพันธ์ 2023

แล้วทำไมถึงเงียบไป 3 ปี

คดีที่มีถึง 115 ข้อหานั้นนับว่ามีความซับซ้อนมาก

แต่เครื่องมือชิ้นสำคัญของพรีเมียร์ลีกคือ การต่อสู้นี้ไม่มีอายุความ ซึ่งซิตี้เคยใช้อ้างกับทาง CAS มาก่อน

115 ข้อหาแบ่งออกเป็นกลุ่มดังนี้

1. ไม่ส่งงบการเงินที่ถูกต้องและเป็นธรรม 54 ข้อหา
2. ซ่อนเร้นรายจ่ายค่าจ้างผู้จัดการทีมและนักเตะ 14 ข้อหา
3. ละเมิดกฎการเงิน (FFP) 5 ข้อหา
4. ละเมิดกฎผลกำไรและความยั่งยืน (PSR) 7 ข้อหา

และ 5. ไม่ให้ความร่วมมือในการสืบสวน 35 ข้อหา

กลุ่มที่จะหนักที่สุดคือ 1. และ 2. แต่กลุ่มที่ซิตี้จะสู้ไม่ได้เลยคือกลุ่ม 5.

ตามที่บอกว่า พรีเมียร์ลีกขออีเมลจริงและ statement มาตั้งแต่ปี 2019 แต่กว่าจะเริ่มส่งมอบก็ปี 2022 จนถึง 2023 ทำให้พรีเมียร์ลีกนับเอาระยะเวลาที่ทางซิตี้ไม่ให้ความร่วมมือในการสืบสวน ยัดเข้าไปเพิ่ม รวทเป็น 115 ข้อหา

ทางซิตี้เองก็พยายามต่อสู้จากหลักฐานการตรวจสอบบัญชีโดยบริษัทระดับโลก พวกเขาพยายามยืนยันว่าธุรกรรมทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนที่สุจริต มีเอกสารรับรองทุกฉบับ ส่วนอีเมลนั้นถูกตัดต่อ และสโมรเติบโตตามมูลค่าทีมที่แท้จริง ไม่ได้บิดเบือน

หากแต่ทางคณะกรรมการอิสระมองว่า ซิตี้จงใจปิดบังข้อมูลตั้งแต่แรก ไม่ยอมส่งมอบอีเมลฉบับจริงและ statement บัญชีให้ ซึ่งพวกเขาให้น้ำหนักมากกว่าเอกสารอื่น ๆ เนื่องจากคดีนี้เริ่มที่อีเมลฉบับหลุด ก็ควรจะถูกค้านด้วยอีเมลฉบับเต็ม ทำให้เชื่อได้ว่าให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องมาตั้งแต่แรก

จากนั้นนับตั้งแต่ปี 2023 มีอะไรเกิดขึ้นเบื้องหลังมากมาย

▪️เริ่มจากการแลกเปลี่ยนเอกสาร พยาน ยื่นคำร้องก่อนพิจารณาคดี
▪️มิถุนายน 2024 ซิตี้ยื่นฟ้องคัดค้านกฎ APT ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (คนละคดีกับ 115)
▪️กันยายน - ธันวาคม 2024 ไต่สวนคดีแบบปิด ฟังคำให้การของทั้งสองฝั่ง
▪️จากนั้น คณะกรรมการอิสระใช้เวลาเขียนคำตัดสินอย่างรัดกุมตามกฎหมาย UK ที่สุด เพื่อป้องกันการฟ้องแพ่งกลับ
▪️กุมภาพันธ์ 2025 ศาลชี้ให้แก้ไขกฎ APT บางข้อ พรีเมียร์ลีกยอมแก้ ปลดล็อกสัญญาการค้าบางข้อ ซิตี้ถอนฟ้อง แถลงชัยชนะในศึกแยก APT
▪️คดี 115 ถูกจนสื่อนำมาเปิดเผยในวันที่ 25 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา ว่ามีการตัดสินให้ซิตี้ผิด 114 จาก 115 ข้อหา

จุดสำคัญของคดีนี้เริ่มที่อีเมลรั่ว แต่พรีเมียร์ลีกสู้จนได้อีเมลจริงมา และ 35 ข้อหาที่เพิ่มเข้าไปนั้น มันสามารถชี้ได้ว่าซิตี้จะถูกปรับแต้มและปรับเงินมหาศาล
.

บทลงโทษที่ซิตี้จะได้รับ ยังต้องรอคณะกรรมการอิสระประกาศอย่างเป็นทางการ อาจเป็นไปได้ดังนี้

1. ปรับเงินมหาศาล
2. ตัดแต้ม (30-100 คะแนน)
3. ปรับตกชั้นโดยตรง

มีข้อมูลว่า หากซิตี้ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก ทาง EFL จะต้องพิจารณาว่าจะรับซิตี้เข้าร่วมลีกมั้ย ถ้าไม่ อาจจะทำให้กลายเป็นทีมนอกลีกไปเลย

นอกจากนี้ หากผิดจริง ซิตี้จะถูกทีมในพรีเมียร์รวมตัวกันฟ้องเรียกค่าเสียหายมหาศาลในระหว่างปี 2009-2018 ที่ซิตี้ได้แชมป์ แต่มีทีมอื่นเสียผลประโยชน์

แน่นอนว่าฝั่งซิตี้ไม่ยอมรับคำตัดสิน หลังจากบทลงโทษถูกประกาศอย่างเป็นทางการ ทีมกฎหมายของซิตี้จะยื่นอุทธรณ์เพื่อขอระงับบทลงโทษชั่วคราว

มีรายงานว่า ทีมทนายของซิตี้อาจต่อสู้ว่า การปล่อยข้อมูลรั่วก่อนการประกาศโทษ ย่อมหมายถึงกระบวนไม่โปร่งใส และ หลักฐานอีเมลที่ได้มามิชอบตั้งแต่ต้น

คาดการณ์ว่าต้นปี 2027 พรีเมียร์ลีกจะต้องตั้งคณะกรรมการอิสระชุดใหม่ ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับชุดเดิม เริ่มกระบวนการเหล่านี้อีกรอบ : อ่านสำนวน คัดกรองหลักฐาน ฟังคำให้การ และไต่สวน

ซิตี้จะไม่สามารถนำคดีนี้ยื่นฟ้องต่อ CAS ที่สวิตเซอร์แลนด์ได้อีกต่อไป เพราะพวกเขาได้ลงนามไปกับพรีเมียร์ลีกตั้งแต่เข้าร่วมแล้ว ว่าเรื่องจะต้องจบในประเทศ

แต่หากคณะกรรมการอิสระชุดที่ 2 ยังคงตัดสินว่าซิตี้ผิดในช่วงกลางปี 2027 ซิตี้จะยังสามารถฟ้องกับศาลสูงในประเทศได้

ซึ่งจะเป็นการฟ้องว่ากระบวนการสอบสวนไม่โปร่งใส (ไม่ได้ฟ้องว่าไม่ผิด) เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองชั่วคราว

และคำพิพากษาสุดท้ายอาจมาถึงในปี 2028-29

นั่นคือภาคต่อของคดี 115 นี้
...

End Credit : นายรุย ปินโต แม้ถูกตัดสินจำคุก แต่ศาลสั่งให้รอลงอาญา เนื่องจากให้การเป็นประโยชน์ เขายังคงมีข้อมูลมากมายในฮาร์ดไดร์ฟ ที่พร้อมจะระเบิดหลายสโมสรในยุโรป รวมถึงข้อมูลของซิตี้ก็ยังถูกปล่อยไม่หมด

...

#JB  


Cr. https://www.facebook.com/share/p/1EtVWAUeoZ/



0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ

ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel