เจมส์ เรืองศักดิ์ เล่าเหตุการณ์เครื่องบินตกละเอียดที่สุด
นี่คือการเล่าเหตุการณ์เครื่องบินตกละเอียดที่สุด เท่าที่เคยให้สัมภาษณ์มา แล้วมันน่ากลัวมาก เหมือนแกใช้แต้มบุญทั้งหมดที่มีไปกับการรอดชีวิตในครั้งนี้แล้ว
1. ตำแหน่งที่แกนั่งบนเครื่องคือบริเวณตรงกลางปีกเครื่องบิน ที่นั่งหมายเลข 11A ซึ่งเป็นพิกัดเดียวกับผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินตกที่ประเทศอินเดีย
2. ช่วงก่อนเกิดเหตุ เครื่องบินกำลังจะลงจอดท่ามกลางฝันตกหนัก ล้อเครื่องบินได้แตะรันเวย์แล้ว แต่กัปตันตัดสินใจพุ่งตัวขึ้นไปใหม่เพื่อบินวนรอตามปกติ แต่เมื่อพยายามลงจอดอีกครั้ง เครื่องบินกลับเร่งความเร็วมากกว่าเดิม และเกิดอาการเสียการทรงตัว (ไม่มีแรงยก) จนเครื่องแกว่งไปมา
3. นาทีระทึกและเสียงในเครื่องตอนนั้น พี่เจมส์เล่าว่า เสียงที่ได้ยินในตอนนั้นไม่ใช่เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ แต่เป็น "เสียงครวญครางของคนที่รู้ตัวว่ากำลังจะตายแน่ ๆ" ทุกคนส่งเสียงครางฮือเหมือนเด็กทารกที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย ส่วนตัวแกเองในวินาทีนั้นรู้สึกปลงและคิดเพียงแค่ว่า “ขออย่าให้ร่างเละจนพ่อแม่จำไม่ได้เลย”
4. ขณะเครื่องบินพยายามเชิดหัวขึ้น แต่ส่วนหางดันกระแทกพื้นอย่างรุนแรงจนเครื่องหักแยกออกจากกันเป็นเสี่ยงๆ แรงกระแทกทำให้หัวของพี่เจมส์ชนเข้ากับเบาะด้านหน้าจนหมดสติไปทันที ส่วนซาวด์เอนจิเนียร์ที่นั่งติดกันเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ แล้วแกหันไปดูคือ ร่างกายพี่เค้าบิดเบี้ยวไปทั้งตัวเลย
5. หลังฟื้นคืนสติ พี่เจมส์ตื่นขึ้นมาในสภาพที่ตัวเขาจมอยู่ในบึงน้ำระดับอก รอบตัวพังพินาศ พร้อมกับมีแขนใครก็ไม่รู้วางพาดอยู่บนตัวแก ซึ่งมีแค่แขนอย่างเดียว ตัวไม่รู้หายไปไหน จากนั้นแกก็พยายามตั้งสติ ปลดเข็มขัดนิรภัย แล้วปีนซากเครื่องบินตรงส่วนที่หลังคาเปิดอ้าออกเพื่อหนีออกมา พร้อมกับเรียกหาพี่ผู้จัดการ ซึ่งก็รอดชีวิตไปกับพี่เจมส์
6. ทันทีที่พี่เจมส์ปีนข้ามซากเครื่องบินและลื่นไถลลงมาในน้ำตม เครื่องบินก็เกิดการระเบิดและไฟลุกท่วม เสียงระเบิดดัง พรึ่บ! จากน้ำมันเชื้อเพลิง อิดอก แล้วเหมือนรอดตายซ้ำสองจากการระเบิด เพราะจังหวะนั้นแกอยู่ในน้ำพอดี เลยทำให้รอดจากการโดนไฟคลอก แล้วแกก็เดินกึ่งเปลือยออกมา เหลือเสื้อกับกางเกงบ็อกเซอร์เพราะกางเกงยีนส์หลุดระหว่างปีน แล้วแกก็หนีเข้าป่าไปเพียงลำพังเป็นกลุ่มแรก ๆ ก่อนจะเดินย้อนกลับมาขอนั่งรอการช่วยเหลือตรงคันดิน แล้วแกก็เห็นแอร์ สจ๊วต พากันหิ้วปีกเดินมา สภาพบางคนหัวแหว่งไปข้างก็มี น่ากลัวมาก
7. ในตอนที่เดินหนีออกมา แกยังไม่รู้ตัวนะว่าตัวเองสาหัสมาก อาจจะอะดรีนาลีนหลั่ง มีสัญชาตญาณเอาตัวรอด แต่ความจริงคือเขากระดูกหลังหัก, ปอดฉีก, และมีเลือดคั่งในสมอง จนต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลเกือบ 1 ปี และต้องใส่เฝือกบล็อกหลังยาวนานถึง 2 ปี
8. เหตุการณ์นี้สร้างทรอม่ายาวนานถึง 10 ปี ทุกครั้งที่ขึ้นเครื่องบินแล้วเครื่องเกิดสั่น แกจะได้ยินเสียงครวญครางของคนในวันนั้นดังหลอนขึ้นมาในหัวตลอด จนช่วงปีที่ 4–5 แกตัดสินใจใช้วิธี "จ้องหน้าสู้กับความกลัว" บนเครื่องบินจนสามารถเอาชนะปมในใจและหายเป็นปกติได้ในที่สุด
9. คือก่อนหน้าแกจะขึ้นเครื่อง แกไปดื่มไปดริ้งอยู่บ้านพี่โดม จากนั้นก็ขอตัวกลับก่อน พอพี่โดมตื่นมาก็ชอคเห็นข่าวเครื่องบินตก ระหว่างที่พี่เจมส์รักษาตัวอยู่ แกก็โทรหาพี่โดม บอกให้พี่โดยซื้อเบียร์มาเยี่ยม คือแกเบื่อมากอยู่รพ. อยากดื่มอยากดริ้ง
โศกนาฏกรรมนี้คือเที่ยวบินที่ TG261 การบินไทย ตกที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2541 ผู้เสียชีวิตทั้งหมด: 101 คน (แบ่งเป็นผู้โดยสาร 90 คน และลูกเรือ 11 คน รวมถึงกัปตันและนักบินผู้ช่วย) ผู้รอดชีวิตทั้งหมด 45 คน จากจำนวนผู้ที่อยู่บนเครื่องบินลำนี้ทั้งหมด 146 คน (ผู้โดยสาร 132 คน และลูกเรือ 14 คน) โดยผู้รอดชีวิตทั้ง 45 คนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสรวมอยู่ด้วย 30 คน
1:08:30 ไฮไลต์เรื่องเครื่องบินตกค่ะ
https://www.youtube.com/embed/IAb5mFlkEoY
https://www.facebook.com/photo?fbid=1668175078003047&set=a.211984760288760