เปิดใจจอชชัว เหรียญทองนี้เพื่อคุณแม่
"ใครไม่ชัวร์ แต่จอชชัว"
วลีนี้คือสิ่งที่แฟน ๆ กีฬาชาวไทยนิยามให้กับ "จอชชัว โรเบิร์ต แอทคินสัน" ลมกรดหนุ่มลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย ที่คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ในระยะ 400 เมตรชายในรอบ 75 ปี
จอชชัว โรเบิร์ต แอทคินสัน เป็นลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย ในช่วงวัยเด็ก เขาเคยใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นระหว่างปี 2007 ถึง 2011 ก่อนจะย้ายกลับไปเติบโตและเข้าสู่วงการกีฬาที่ประเทศออสเตรเลีย
ในวัยเด็ก ความฝันแรกของ จอชชัว ไม่ได้อยู่บนลู่วิ่ง แต่คือการเป็นนักฟุตบอล เขาเป็นแฟนบอลตัวยงของสโมสร บาร์เซโลน่า และมี ลิโอเนล เมสซี เป็นไอดอลในดวงใจ
ทว่า ความสามารถด้านการวิ่งระยะไกลของเขาก็ฉายแววมาตั้งแต่เด็ก โดยเมื่ออายุได้เพียง 5 ขวบ เขาสามารถวิ่งชนะเด็กที่โตกว่าถึง 2 ปีในงานกีฬาสี คุณแม่ชโลธร (อ้อม) จึงสนับสนุนให้เขาเข้าสโมสรกระทั่งพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาเป็นตัวเต็งระดับรัฐ
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาอายุได้ราว 14-15 ปี โค้ช Graham Garnett เริ่มเห็นศักยภาพที่โดดเด่นและแนะนำให้เขาเลือกระหว่างฟุตบอลกับกรีฑาอย่างจริงจัง
ประกอบกับอุบัติเหตุบาดเจ็บที่หน้าแข้งขณะวิ่งระยะ 1,500 เมตร ทำให้เขาตระหนักว่าการวิ่งระยะไกลเกินไปเริ่มไม่ตอบโจทย์สภาพร่างกายและจิตใจ
จอชชัว จึงตัดสินใจทิ้งลูกหนังแล้วปรับมาเน้นวิ่งระยะ 400 และ 800 เมตรเต็มตัว จนก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์ระดับรัฐและทำสถิติประเทศออสเตรเลียในรุ่นเยาวชนได้อย่างยิ่งใหญ่
เมื่อฟอร์มการวิ่ง 400 เมตร และ 800 เมตร ร้อนแรงจนติดอันดับท็อป สมาคมกรีฑาของออสเตรเลีย จึงแสดงความสนใจอย่างจริงจังที่จะดึงตัวจอชชัวเข้าสู่ ทีมชาติออสเตรเลีย เพื่อลงแข่งขันระดับสากล
อย่างไรก็ตาม ในครอบครัวแอทคินสัน คุณพ่อปีเตอร์ และคุณแม่ชโลธร ได้ร่วมกันหารือเพื่อเปิดทางเลือกให้ลูกชาย โดยในปี 2019 พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล เลขาธิการสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ ได้มีโอกาสรู้จักและเล็งเห็นพรสวรรค์ของ จอชชัว มาตั้งแต่ต้น จึงพร้อมเปิดประตูต้อนรับลมกรดหนุ่มรายนี้เข้ามาฝากตัวรับใช้ชาติ
คำถามสำคัญถูกส่งไปยังเด็กหนุ่มวัยรุ่นในวันนั้น คุณแม่ถาม จอชชัว ตรง ๆ โดยไม่บังคับว่าต้องการลงแข่งขันให้ประเทศใด ซึ่งคำตอบที่หลุดออกจากปากของจอชชัวโดยไม่ลังเลเลยสักครั้งคือ
"THAILAND ONLY"
จอชชัว ยืนยันคำเดิมว่าเขาต้องการวิ่งให้ ทีมชาติไทย เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ซึ่งกลายเป็นปฐมบทของดีลประวัติศาสตร์ในวงการกรีฑาไทย
แม้หัวใจจะปักหมุดที่ประเทศไทย แต่การเดินทางมาเก็บตัวที่แคมป์ทีมชาติไทยในต้นปี 2022 ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็กหนุ่มที่โตในออสเตรเลีย
ก่อนเครื่องบินจะแตะพื้นดินไทยเพียง 2 ชั่วโมง จอชชัว ถึงกับเปรยกับคุณแม่ด้วยความกังวลว่าอยากบินกลับออสเตรเลีย เพราะต้องห่างบ้านมาอยู่ไทยถึง 6 สัปดาห์ โดยที่พูดภาษาไทยยังไม่ได้ แถมยังต้องปรับตัวกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว วัฒนธรรมอาหารการกิน และโปรแกรมการฝึกซ้อมที่หนักหน่วงจนเขารู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติในอาทิตย์แรก ๆ
แต่ความกังวลทั้งหมดมลายหายไปทันทีที่เขาก้าวเข้าสู่แคมป์ทีมชาติ บรรยากาศการต้อนรับอย่างเป็นกันเองและอบอุ่นจากทั้งโค้ช สมาคมฯ และเพื่อน ๆ นักวิ่ง ทำให้เขาอบอุ่นใจ
ในช่วงแรก จอชชัว ต้องเปิดแอปพลิเคชัน Google Translate บนโทรศัพท์มือถือพิมพ์โต้ตอบภาษาอังกฤษ-ไทยเพื่อสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีม ทั้งตอนซ้อมและตอนออกไปกินข้าว ก้าวข้ามกำแพงภาษาด้วยมิตรภาพ จนเขาสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว มีความสุขกับการฝึกซ้อม
และเอ่ยปากว่า “ผมรักคนไทยมาก ขอบคุณมากครับ”
ที่มา..........
https://www.siamsport.co.th/asian-games/109932/