ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออนไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status: “มาเธอุสคุณย่าเคยพูดเอาไว้..“
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 07 Mar 2024
ตอบ: 862
ที่อยู่: คนดีไม่มีที่อยู่
โพสเมื่อ: Sun Sep 27, 2026 02:34
‘รุย ปินโต‘ สโนว์เดนแห่งวงการฟุตบอล ผู้เปิดโปง แมนเชสเตอร์ ซิตี้

นี่คือการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์สำหรับฟุตบอลอังกฤษ และเป็นการตัดสินใจที่ถือเป็นจุดสูงสุดของงานที่ผมได้ทำผ่าน Football Leaks วันนี้พวกเรารู้กันดีว่า ด้วยการบิดเบือนโครงสร้างและการจัดการทางการเงิน แมนเชสเตอร์ซิตี้ไม่ได้เพียงแค่หลีกเลี่ยงกฎ แต่พวกเขากลับทำให้กฎเหล่านั้นกลายเป็นเพียงพิธีการ ท้าทายความพยายามใดๆ ในการรักษาความซื่อสัตย์สุจริตของการแข่งขัน การฉ้อโกงที่วางแผนไว้อย่างพิถีพิถันนี้จะต้องได้รับการลงโทษในที่สุด และผลกระทบจะไม่ใช่แค่ความปั่นป่วน แต่จะเป็นหายนะอย่างแท้จริงสำหรับชาวซิตี้
น่าขันที่ผมอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำพูดของเป๊ป กวาร์ดิโอลา ในงานแถลงข่าวครั้งแรกของเขาในฐานะผู้จัดการทีมซิตี้ว่า "รัดเข็มขัดนิรภัยให้แน่น"
—
ดูเหมือนว่าตอนนี้บางสโมสรในอังกฤษได้เริ่มปรึกษาทนายเพื่อดูว่าจะฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายได้บ้างไหม ซึ่งพวกเขาก็มีสิทธิ์เต็มที่นะ เพราะความโปร่งใสของการแข่งขันที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เข้าร่วมมันพังยับเยินไปหมดตั้งแต่เริ่มมีเรื่องตบแต่งบัญชีพวกนี้ นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ หรือเกิดขึ้นแค่ครั้งสองครั้ง แต่เป็นการโกงครั้งใหญ่ระดับมโหฬารที่ทำกันมาอย่างต่อเนื่องตั้งหลายปีเลยล่ะ

รุย ปินโต ออกมาเคลื่อนไหว หลังจาก 115 คดี ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกตัดสิน โดยยกเว้นเพียง 1 ข้อหา แม้ที่ผ่านมา ในศาลจะชนะมา จากการได้ข้อมูลโดยมิชอบธรรมจากฝั่งที่ถูกเรียกว่า“แฮ็กเกอร์” แต่สุดท้ายทางสมาคมฟุตบอลได้มีการมาขยี้ต่อ และรวมถึงการไม่ให้ความร่วมมือ จนเป็นที่มาของปัจจุบัน ฉะนั้นเราจะมาย้อนรอยจุดเริ่มต้น (เรื่องปลีกย่อยที่ไม่ใช่เรื่องหลักหรือเกี่ยวกับวงการฟุตบอลจะใส่สปอยไว้ เพราะรีเสิร์ชแต่ละเรื่อง ไทม์ไลน์ค่อนข้างสับ ไม่แน่ว่าอะไรเกิดก่อนหลัง อาจจะสับสนได้ ใส่ไว้ให้เป็นเกร็ดแทน)

รุย ปินโต เคยให้สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษกับสื่อ


-

ท้าวความภูมิหลังของชีวิตของ รุย ปินโต และ เรื่องราวต่อเนื่อง ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้
รุย ปินโต เกิดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 1988 ที่เมือง วีลานอวาดีไกยา (Vila Nova de Gaia) ประเทศโปรตุเกส เขาหลงรักและคลั่งไคล้ในกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่จำความได้ และเชียร์สโมสร เอฟซี ปอร์โต จนทำให้เขาเรียนรู้วิธีการอ่านและเขียนหนังสือจากข่าวกีฬาตั้งแต่ก่อนเข้าเรียน เขามักจะหนีเรียนไปใช้เวลาเล่นคอมพิวเตอร์ของที่บ้าน ครูสอนภูมิศาสตร์ในโรงเรียนมัธยมเคยกล่าวว่า "มันยากมากที่จะอธิบายว่ารุยเป็นคนยังไง ถ้าเขาตั้งใจ เขาก็คงเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดในห้อง แต่เขากลับไม่เป็น" แม้ว่าจะไม่ได้จบสายคอมพิวเตอร์โดยตรง แต่ปินโตเป็นผู้ที่มีความสามารถระดับอัจฉริยะในการเรียนรู้ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเอง (Self-taught computer mastermind)

เขาเข้าศึกษาใน คณะประวัติศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยปอร์โต (University of Porto) แต่ได้ดร็อปเรียนไปก่อนสำเร็จการศึกษา จากนั้นเขาได้ย้ายไปใช้ชีวิตและศึกษาต่อที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ผ่านโครงการแลกเปลี่ยน
Spoil
เรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างนั้น เขาถูกกล่าวหาว่าขโมยเงิน 300,000 ยูโรจากธนาคาร Caledonian Bank ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่เกาะเคย์แมน แม้ว่าเขาจะปฏิเสธการกระทำผิดใดๆ และระบุว่าเขาท้าทายธนาคารเพื่อแสดงให้เห็นว่า "หมู่เกาะเคย์แมนถูกใช้เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีและฟอกเงินเป็นส่วนใหญ่“ เขาบรรลุข้อตกลงนอกศาลกับธนาคาร Caledonian Bank ในปี 2014 และตั้งแต่นั้นมาก็ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยอ้างถึงข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล  


เดือนกุมภาพันธ์ 2015 ปินโตกลับไปอยู่ในฮังการีถาวร เขาหาเงินจากการช่วยธุรกิจขายของเก่าของพ่อ และยังคงสนใจฟุตบอล วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ การไหลเวียนของเงินทุนผิดกฎหมายข้ามชาติในเศรษฐกิจโลก หรือที่เราเคยเห็นและรู้จักกันว่า ”สวรรค์ภาษี“ (Tax Haven) คือ การหลบเลี่ยงภาษีผ่านดินแดนปลอดภาษี
Spoil
ต่อมาในช่วงฤดูร้อนนั้น ปินโตได้รับอีเมลภายในหลายพันฉบับจาก Doyen Sports Investments บริษัทตัวแทนนักฟุตบอลที่ได้รับการสนับสนุนจากเงินของคาซัคสถาน ปินโตสร้างตัวตนของอาร์เต็ม โลบูซอฟ และเสนอที่จะพบกับเนลิโอ ลูคัส พนักงานตัวแทนนักฟุตบอลของ Doyen Sports เพื่อหารือเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลเป็นความลับแลกกับ "เงินบริจาคจำนวนมาก" ไม่มีการแลกเปลี่ยนเงินเนื่องจากปินโตตัดขาดการติดต่อกับลูคัส
ต่อมา ปินโตกล่าวว่าเขาพยายามพบกับลูคัสเพื่อตรวจสอบว่าเอกสารที่เขาพบนั้นเป็นของจริง และเผชิญหน้ากับเขาด้วยหลักฐานที่ว่าลูคัสอาจร่วมมือในการก่ออาชญากรรมทางการเงินต่างๆ โดยสมรู้ร่วมกับบุคคลอื่น ข้อสงสัยบางประการของปินโตดูเหมือนจะได้รับการยืนยันในคดีอาญาของโปรตุเกส ปฏิบัติการ Prolongamento ซึ่งดำเนินการตั้งแต่ปี 2021 ในขณะที่เนลิโอ ลูคัสอ้างว่าปินโตหวาดกลัวหลังจากอ่านจดหมายโต้ตอบกับตำรวจโปรตุเกส  


ในฐานะแฟนบอลคนหนึ่ง ปินโตเริ่มมองเห็นว่าฟุตบอลยุคใหม่ขับเคลื่อนด้วยอำนาจเงินที่สกปรกและการหลบเลี่ยงภาษี ต่อมาในเดือน กันยายน ได้ตั้งเว็บไซต์ชื่อ Football Leaks ขึ้นมาภายใต้นามแฝงว่า "จอห์น" และระบุไว้ว่า "ตัวการสำคัญในวงการฟุตบอลที่ไม่ซื่อสัตย์" โดยมีเป้าหมายเพื่อต้องการล้างมลทินและเปิดโปงความไม่โปร่งใสในโลกฟุตบอลธุรกิจ

ประเทศต่าง ๆ อย่าง สหราชอาณาจักร เบลเยียม ฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์ ได้เปิดการสอบสวนทางอาญาตามเอกสารที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ Football Leaks
จน ราฟาเอล บุชมันน์ นักข่าวของหนังสือพิมพ์เยอรมัน Der Spiegel ได้ติดต่อกับปินโตได้สำเร็จในปี 2016
โดยมีเจตนาที่จะตรวจสอบเอกสารที่ปินโตค้นพบและรายงานเรื่องราวเหล่านั้นอย่างเจาะลึกแต่เพียงผู้เดียว จากนั้นตลอดระยะเวลา 3 ปี ปินโตเจาะระบบและรวบรวมเอกสารลับรวมถึงอีเมลภายในของสโมสรฟุตบอลต่างๆ ได้มากกว่า 70 ล้านฉบับ (ความจุรวมกว่า 3.4 Terabytes) และส่งข้อมูลเหล่านี้ให้กับ Der Spiegel และเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนแห่งยุโรป (EIC) ในเดือนธันวาคม 2016 Der Spiegel และพันธมิตรอื่น ๆ ในเครือข่าย เช่น EIC ฯลฯ
เริ่มทำงานร่วมกันเพื่อสืบสวนเอกสารที่ ปินโต จัดหามาเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษีของนักฟุตบอลชื่อดังหลายคน
การรั่วไหลดังกล่าวส่งผลให้นักฟุตบอลหลายคนถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษี หรือกรณีของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ปารีส แซงต์ แชร์แมง ที่ถูกสืบสวนฐานละเมิดกฎระเบียบการเงินที่เป็นธรรมของยูฟ่า (FFP)

ปินโตไม่แบ่งแยกหรือมีข้อยกเว้น ข้อมูลของเขาทำให้สตาร์ดังอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด ถูกตรวจสอบคดีเลี่ยงภาษี และถูกกรมตำรวจลาสเวกัสสืบสวนข้อกล่าวหาการข่มขืนในอดีต แม้เขาจะชื่นชอบ โรนัลโด รวมถึง โชเซ มูรินโญ หรือเปิดเผยรายละเอียดสัญญาและค่าจ้างมหาศาลของ ลิโอเนล เมสซี และเนย์มาร์ ไม่เว้นแม้แต่โปรเจกต์ลับอย่าง ยูโรเปียน ซูเปอร์ลีก อีกด้วย
หรือภายในประเทศ เช่น เบนฟิกา เกี่ยวกับการทุจริตภายในประเทศ ข้อกล่าวหาเรื่องการล็อกผลการแข่งขัน และอิทธิพลของสถาบัน ในฐานะทีมที่ปินโตมุ่งเป้าไปอย่างหนักที่สุดในประเทศบ้านเกิดของเขา อีเมลที่รั่วไหลและบันทึกภายในชี้ให้เห็นถึงการทุจริตอย่างเป็นระบบในวงกว้าง ความพยายามที่จะมีอิทธิพลต่อผู้ตัดสินและโครงสร้างทางกฎหมายในวงการฟุตบอลโปรตุเกส และธุรกรรมทางการเงินที่น่าสงสัย
สปอร์ติง ลิสบอน หรือ เอฟซี ปอร์โต ทีมรักของเขาก็ไม่เว้น โดยมีเรื่องการจัดการทางการเงินและความผิดปกติในการเป็นเจ้าของโดยบุคคลที่สาม การมีสัญญาที่รั่วไหลเผยให้เห็นรายละเอียดการเป็นเจ้าของโดยบุคคลที่สามที่ซ่อนอยู่ เงินเดือนโค้ชจำนวนมหาศาล (เช่น รายได้สูงของ ฮอร์เก เฆซุส ที่สปอร์ติง) และธุรกรรมทางการเงินที่ไม่โปร่งใสซึ่งละเมิดกฎความซื่อสัตย์และกฎการลงทะเบียนต่างๆ

ในปี 2018 ราฟาเอล บุชมันน์ ได้ออกหนังสือชื่อ Football Leaks ซึ่งให้รายละเอียดเกี่ยวกับบทบาทของเขาในการสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานกับปินโต

"ข้อมูลที่ Football Leaks เปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งรวมถึงสัญญาของผู้เล่น เอกสารทางการเงินภายในทีม และอีเมลลับ ได้เปิดโปงโลกการเงินที่ไม่โปร่งใสของวงการฟุตบอล นำไปสู่การดำเนินคดีทางอาญาเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษีของผู้เล่นระดับท็อปหลายคน และยังช่วยกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ในสหรัฐอเมริการื้อฟื้นการสอบสวนคดีล่วงละเมิดทางเพศที่เกี่ยวข้องกับคริสเตียโน โรนัลโด ดาวเตะชาวโปรตุเกสอีกด้วย"

เดือนกันยายน 2018 นิตยสาร Sábado ของโปรตุเกสระบุว่า รุย ปินโต เป็นแหล่งข่าวและเบื้องหลังของ Football Leaks

16 มกราคม 2019 ปินโต ถูกจับกุม และไปขึ้นศาลที่บูดาเปสต์ ฮังการี หลังจากถูกจับกุมตามหมายจับของยุโรปที่ออกโดยโปรตุเกส ตามคำร้องขอของทางการประเทศ เนื่องจากต้องสงสัยว่าพยายามกรรโชกทรัพย์โดยมีเหตุฉกรรจ์ ละเมิดความลับ และเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
ทนายความของเขาโต้แย้งว่าในฐานะผู้เปิดเผยข้อมูล เขามีสิทธิ์ได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายยุโรป อย่างไรก็ตาม เขาถูกส่งตัวไปโปรตุเกสในอีกสองเดือนต่อมา และถูกตั้งข้อหา 147 กระทงโดยอัยการโปรตุเกส ที่อ้างว่าปินโตพยายามกรรโชก Doyen Sports เป็นเงินหนึ่งล้านยูโร โดยสวมตัวตนของ อาร์เต็ม โลบูซอฟ ในขณะที่ทีมกฎหมายของปินโตกล่าวว่า "ทีมที่จัดตั้งขึ้นโดยอัยการเพื่อสืบสวนอาชญากรรมในวงการฟุตบอลดูเหมือนจะทุ่มเทให้กับการดำเนินคดีกับผู้ที่เปิดเผยความผิดมากกว่าการสืบสวนผู้ที่กระทำความผิด" คดีของเขาได้รับการดำเนินการโดย วิลเลียม บูร์ดอน ทนายความชาวฝรั่งเศส ซึ่งเคยปกป้อง จูเลียน อัสซานจ์ และ เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน มาก่อน

เดือนมีนาคม 2019

"ผมไม่สามารถไว้วางใจทางการโปรตุเกสได้"
เป็นหนึ่งในคำพูดของ รุย ปินโต ในขณะเดินทางมา หลังถูกกล่าวหาว่า ก่ออาชญากรรม 6 กระทงที่เกี่ยวข้องกับสโมสรสปอร์ติง ลิสบอน และ Doyen Sports แต่เขากล่าวว่าคดีแฮ็กข้อมูลลับทางอีเมลทำให้เขาลังเลที่จะถูกดำเนินคดีในโปรตุเกส
โดยเขาอ้างว่าพวกนั้นต้องการตัวเขากลับไปไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ไม่รับประกันกระบวนการยุติธรรม และทำลายโอกาสในการได้รับความคุ้มครองพยานที่อาจได้รับในฝรั่งเศส แม้ว่าเขาจะต่อสู้กับการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนและพยายามขอให้ศาลในประเทศอื่นในยุโรปพิจารณาคดี แต่ศาลฮังการีก็อนุมัติการส่งตัว และถูกส่งตัวไปยังโปรตุเกส

16 เมษายน 2019 ช่วงเวลาต่อเนื่องกัน ปินโตเป็นหนึ่งในผู้ได้รับรางวัลผู้เปิดเผยข้อมูลลับแห่งยุโรป ซึ่งจัดโดยกลุ่มฝ่ายซ้ายรวมยุโรป (GUE/NGL) ร่วมกับ จูเลียน อัสซานจ์ และ ยาสมิน โมตาร์เจมี

ช่องว่างระยะเวลาที่หายไป (เรื่องราวนอกเหนือเพิ่มเติม ‘Luanda Leaks’)
Spoil
แต่ในระหว่างนั้นเอง เดือนมกราคม 2020
ขณะที่ปินโตแฮ็กข้อมูลเกี่ยวกับสัญญาการย้ายทีม ผลประโยชน์ของเอเยนต์ และบัญชีลับของสโมสรฟุตบอลอยู่นั้น เขาได้ไปเจอกับไฟล์และเอกสารลับจำนวนมหาศาลที่เชื่อมโยงไปถึงอิซาเบล ดอส ซานโตส ลูกสาวอดีตประธานาธิบดีแองโกลาที่ปกครองมานานกว่า 38 ปี ด้วยสถานะ เธอได้ฉายาว่า ”เจ้าหญิง“ จนสั่งสมความมั่งคั่งจนก้าวขึ้นเป็นสตรีที่ร่ำรวยที่สุดในแอฟริกา จากการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes เมื่อปินโตพบว่าข้อมูลดังกล่าวแสดงถึงการฟอกเงินและการยักยอกเงินหลวงของประเทศแองโกลาออกไปยังต่างประเทศมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ เขาจึงได้ส่งมอบฮาร์ดไดรฟ์ข้อมูลนี้ให้กับองค์กรคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส
ต่อมาในวันที่ 19 มกราคม 2020 กลุ่มเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (ICIJ) ได้เผยแพร่รายงานฉบับละเอียดเกี่ยวกับวิธีการที่ อิซาเบล ดอส ซานโตส และ สามีของเธอ รายงานดังกล่าวซึ่งใช้ชื่อว่า "Luanda Leaks" ได้เปิดเผยหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเธอ "สร้างความมั่งคั่งมหาศาลโดยอาศัยผลประโยชน์ของประชาชนชาวแองโกลา" ทั้งนี้ ทนายความของ ปินโต อ้างว่าเขาเป็นผู้ให้ข้อมูลต้นทางสำหรับรายงานฉบับนี้ ต่อมาในอีก 3 วันให้หลัง นูโน ริเบร์โร ดา คุนญา ซึ่งเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินส่วนตัวและผู้อำนวยการฝ่ายไพรเวทแบงก์กิ้ง (private banking) ของ อิซาเบล ถูกพบเป็นศพอยู่ในโรงรถที่บ้านพักของเขา ปัจจุบันเธอกลายเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองและผู้ต้องหาคดีคอร์รัปชันข้ามชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของโลก  


เดือนกุมภาพันธ์ 2020 จากหลักฐานที่รั่วไหล ยูฟ่าสั่งแบน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากการแข่งขันฟุตบอลยุโรป 2 ฤดูกาล (แต่ต่อมาในเดือนกรกฎาคม ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา หรือ CAS ได้ยกเลิกโทษแบนนี้เนื่องจากข้อหาบางส่วนหมดอายุความตามกฎยูฟ่า)

7 สิงหาคม 2020 เขาได้รับการปล่อยตัวจากการกักบริเวณในบ้าน (จากตอนที่ถูกส่งตัวกลับโปรตุเกส)

4 กันยายน 2020 การพิจารณาคดีเริ่มต้นขึ้น โดยมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในโปรตุเกส ในการแถลงสั้นๆ ต่อหน้าคณะผู้พิพากษา เขาได้กล่าวว่าเขาเป็นผู้เปิดเผยข้อมูลสำคัญที่ไม่มีใครรู้มาก่อน และเขาไม่เคยได้รับเงิน
ในการพิจารณาคดีหลายครั้ง มีการระบุถึงการกระทำที่น่าสงสัยและถูกกล่าวหาว่าเป็นการกระทำผิดทางอาญาโดยผู้รับผิดชอบการสอบสวน ซึ่งทำให้คณะผู้พิพากษาจัดทำรายงานสองฉบับเพื่อสอบสวนพฤติกรรมของผู้ตรวจการของตำรวจยุติธรรมโปรตุเกส

เดือนกุมภาพันธ์ 2023 พรีเมียร์ลีกอังกฤษตั้งข้อหา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างเป็นทางการรวม 115 ข้อหา จากการละเมิดกฎการเงินต่อเนื่องยาวนานเกือบ 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2009–2018) ซึ่งเป็นข้อมูลที่สืบเนื่องมาจากเอกสารของปินโต

เดือนกรกฎาคม 2023 ปินโตถูกตั้งข้อหา 377 กระทงในกระบวนการใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ แต่ไม่จำกัดเพียง การเข้าถึงอีเมลของสโมสรฟุตบอลเบนฟิกาโดยผิดกฎหมาย แล้วนำไปแบ่งปันกับฟรานซิสโก เจ. มาร์เกส ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของสโมสรฟุตบอลปอร์โตในขณะนั้น ซึ่งศาลตัดสินว่าเขามีความผิดฐานเผยแพร่อีเมลที่ถูกดัดแปลงบนเว็บไซต์ Porto Canal

เดือนกันยายน 2023 ศาลโปรตุเกสได้ตัดสินจำคุกปินโตเป็นเวลา 4 ปีโดยรอลงอาญา หลังจากพบว่าเขามีความผิดในข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์ การเข้าถึงข้อมูลโดยผิดกฎหมาย และการละเมิดสัญญา

เวลาผ่านไปจนกระทั่ง เดือนเมษายน 2026 ปินโต้พ้นจากข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 241 กระทงในโปรตุเกส เนื่องจากกฎหมายนิรโทษกรรม (Amnesty) แต่เขายังคงอยู่ภายใต้โปรแกรมคุ้มครองพยานของตำรวจ เนื่องจากถูกขู่ฆ่า

จนในที่สุด เดือนกันยายน 2026 คณะกรรมการอิสระของพรีเมียร์ลีกมีคำตัดสินครั้งประวัติศาสตร์ว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีความผิดจริงถึง 114 จาก 115 ข้อกล่าวหา ส่งผลให้ รุย ปินโต้ ออกมาโพสต์แสดงความยินดีว่านี่คือชัยชนะของความถูกต้องและเป็นการพิสูจน์ว่าสิ่งที่เขาเปิดโปงเป็นความจริง

และในท้ายที่สุดนี้ สาเหตุที่ไม่เรียกเขาว่า
แฮ็กเกอร์ เพราะ รุย ปินโต ยืนยันว่าเขาไม่ใช่
Hacker แต่ว่าเขาทำหน้าที่เป็น
"Whistleblower" (ผู้เปิดโปงความจริง)
เพื่อความโปร่งใส ไม่ใช่อาชญากร

-

เรื่องราวเพิ่มเติม
สารคดี A Game of Secrets ในปี 2022 ที่เกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลฟุตบอล มีการแสดงภาพของ รุย ปินโต เช่นกัน
+

Paddy Power บริษัทรับพนันกีฬาและคาสิโนออนไลน์ถูกกฎหมายชื่อดังสัญชาติไอริช (หรือแบรนด์ขอบกางเกงในที่เราเคยเห็นจาก ลอร์ด นิคลาส เบนท์เนอร์ ในศึกยูโร 2012) ทำคลิปล้อเลียน ทนายพรีเมียร์ลีกฉลองบนรถบัสสองชั้นเปิดประทุนแบบทีมฟุตบอล กับเหตุการณ์นี้ ซึ่งน่าจะดราฟท์และรอปล่อยมานานพอสมควร

-

แก้ไขล่าสุดโดย Fcตัวรุกรอโอกาส. เมื่อ Sun Sep 27, 2026 02:58, ทั้งหมด 2 ครั้ง
3
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออนไลน์
นักบอล ดิวิชั่น 1
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 9895
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Sep 27, 2026 02:39
Re: ‘รุย ปินโต‘ สโนว์เดนแห่งวงการฟุตบอล ผู้เปิดโปง แมนเชสเตอร์ ซิตี้
มันจะคิดฟ้องร้องผลกระทบกันยังไง มันเป็นลูกโซ่ what if butterfly effectเลย
การซื้อเกินบัญชี ทำให้มีนักเตะคนนี้ มีนักเตะคนนี้มีผลต่อการชนะ ่ชนะหรือเสมอทีมนึง ทำให้อีกทีมเสียหาย
การแพ้ไม่โดนอยู่แล้ว
ยิ่งอันดับและรายได้จากการไม่ได้ไปบอลยุโรป หรือ มีผลทำให้ทีมตกชั้น
โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
: 2 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 May 2025
ตอบ: 524
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Sep 27, 2026 02:40
Re: ‘รุย ปินโต‘ สโนว์เดนแห่งวงการฟุตบอล ผู้เปิดโปง แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ขอบคุณที่กล้าเปิดโปงทีมขยะแบบนี้
โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
แข้งบุนเดสลีกา
Status: ถ้าไม่มีเงินไปหา ปสก. ก็ลองหา biz trip ไปนะครับ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 15199
ที่อยู่: Old Trafford
โพสเมื่อ: Sun Sep 27, 2026 02:49
[RE: ‘รุย ปินโต‘ สโนว์เดนแห่งวงการฟุตบอล ผู้เปิดโปง แมนเชสเตอร์ ซิตี้]
ต้องมีรูปปั้นอ่ะ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
"คุณเป็น Product ของนโยบายยกเลิกการเรียนซ้ำชั้นอะครับ"
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel