เสียงจากเจ้าของบทวิเคราะห์ ที่โดน ที' ก็อปและบล็อค
กรมอุตุฯ ทำงานแย่จริงไหม และทำไมคนทั่วไปจึงเชื่อเพจลมฟ้าอากาศที่ไม่มีคุณภาพ มากกว่าหน่วยงานราชการ
*บอกก่อนว่า ผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรมอุตุฯ แต่พูดในฐานะนักวิชาการด้านฟิสิกส์และโลกศาสตร์ ที่เคยพัฒนาแบบจำลองลมฟ้าอากาศ
เมื่อวาน มิตรสหายหลายท่านในวงการวิทย์/สื่อสารวิทย์ ออกมารุมสับเพจ 'T ลมฟ้าอากาศ' ซึ่งเป็นเพจแนว... เอ่อ... แนวอะไรไม่รู้ เพราะเป็นแหล่งรวมทั้งการแจ้งเตือนภัยพิบัติ (แบบแตกตื่น) ข่าวปลอม และการเมือง ซึ่งโด่งดังมาจากการเตือนภัยฝนตกแช่และน้ำท่วมที่หาดใหญ่เมื่อปลายปี 2568 (ความจริงคือกรมอุตุฯ และนักอุตุนิยมวิทยาหลายท่านแจ้งเตือนก่อน ‘นาย T’ แต่คนส่วนใหญ่ไม่เห็น เพราะไม่ได้โพสต์แบบคลิกเบต)
ถ้าคุณเป็นคนในวงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายความรู้ คุณจะทราบดีว่า 'นาย T' มีพฤติกรรมไม่น่ารักหลายอย่าง เช่น
- ชอบโพสต์เตือนภัยพิบัติแบบโอเวอร์เกินจริง โพสต์ไหนทายถูกจะไม่ลบ ส่วนโพสต์ที่ทายผิดจะลบทิ้ง
- ชอบก๊อบปี้ข้อความ ภาพ หรือคลิปของคนอื่นไปลงเพจตัวเอง โดยไม่ขออนุญาตและไม่ให้เครดิตเจ้าของ
- เวลาโพสต์ข้อมูลผิด แล้วมีนักวิชาการด้านนั้นๆ เข้าไปแย้ง เขาจะด่ากราดและบล็อก (ผมถูกเขาบล็อกตั้งแต่หลายเดือนก่อนหรือปีก่อนนี่แหละ เรื่องที่เขาบอกว่าภูเขาไฟในทะเลไทยจะระเบิด - ซึ่งเห็นชัดว่าเพ้อเจ้อ - นี่ไม่ได้แค้นจริงจริ๊ง)
แน่นอนว่า 'นาย T' เป็นเพจที่ไร้สามัญสำนึกในฐานะคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เรื่องนี้เห็นประจักษ์ชัดเจน
///
คำถามมีอยู่ว่า ทำไมคนทั่วไปจึงเชื่อ ‘นาย T’ มากกว่าหน่วยงานราชการ?
สำหรับเรื่องฟ้าฝน หน่วยงานที่ดูแลโดยตรงก็คือกรมอุตุฯ
ถ้าย้อนกลับไปหลายปีก่อน กรมอุตุฯ เป็นหน่วยงานที่โดนแซวหนักมากว่า 'ฝนตกก่อน บอกทีหลัง'
แต่การที่สมัยก่อนกรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศแม่นบ้างไม่แม่นบ้าง หรือช้าในบางที มันมีสาเหตุทางวิทยาศาสตร์ครับ
ในทางฟิสิกส์ ลมฟ้าอากาศ (weather) เป็นหนึ่งในสิ่งที่เรียกว่า ระบบซับซ้อน (complex system) ซึ่งหมายถึงองคาพยพใดๆ ก็ตามที่เกิดจากการนำหลายตัวแปรมาขยุมรวมกัน จนเกิดสมบัติใหม่ (emergence) และอาจทำให้เกิดพลวัต (dynamic) หรือการเปลี่ยนแปลงตามเวลา
ประเด็นมีอยู่ว่า ลมฟ้าอากาศในพื้นที่เขตร้อนชื้น มันโคตรจะซับซ้อนเลย ถ้าปัจจัยหนึ่งเปลี่ยนแปลงไปนิดเดียว ผลลัพธ์ในระยะยาวอาจผิดจากที่คาดการณ์ไปไกล (ศึกษาเพิ่มเติมได้ในทฤษฎีความโกลาหล หรือ chaos theory) นี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้การพยากรณ์อากาศภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่เกิน 3 วัน จะค่อนข้างแม่นยำ แต่ถ้ายิ่งนานจะยิ่งไม่แม่น และต้องพยากรณ์ใหม่เป็นระยะ ซึ่งต่อให้เอากรมอุตุฯ ของประเทศอื่นมาพยากรณ์ลมฟ้าอากาศในไทย ผลลัพธ์ก็อาจไม่ต่างกันมากนัก
อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพในการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุฯ ในปัจจุบัน ถือว่าแม่นยำขึ้นมาก (ราว 70%) ส่วนการแจ้งเตือนก็ถือว่าไม่ช้า เพราะฐานข้อมูลส่วนใหญ่ก็ดึงมาจากดาวเทียมและสถานีตรวจอากาศ มาตรฐานเดียวกับที่ใช้กันทั่วโลกนั่นแหละ
ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า การสื่อสารข้อมูลของกรมอุตุฯ มีความเป็น 'ภาษาราชการ' ค่อนข้างสูง รวมถึงอินโฟกราฟิกอาจยังไม่ละเอียดพอ ทำให้คนทั่วไปรู้สึกว่าเข้าใจยากและไม่น่าติดตาม (แต่กดติดตามเพจกรมอุตุฯ แล้วอ่านเถอะ แม้จะไม่ได้ดีเลิศ แต่เขาก็ไม่ได้ทำงานแย่ขนาดนั้น)
///
ประเด็นหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน ประชาชนเองก็ควรทำความเข้าใจด้วย เพราะผมเห็นหลายคนไปโวยวายกับกรมอุตุฯ ว่า น้ำท่วมขังทำไมไม่ลอกท่อ, ทำไมไม่เอาเครื่องสูบน้ำมาติดตั้ง, พนังกั้นน้ำแตกทำไมไม่ซ่อม บลาๆๆ
หน้าที่หลักของกรมอุตุฯ คือ 'ลมฟ้าอากาศ' ส่วนน้ำที่ท่วมบนผิวดิน ไม่ใช่หน้าที่หลักของเขา เรื่องภัยพิบัติ หน่วยงานที่ดูแลคือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ส่วนพวกน้ำในเขื่อน คนดูแลคือกรมชลฯ หรือหน่วยงานด้านน้ำอื่นๆ ดังนั้นคุณต้องโวยให้ถูกหน่วยงาน ไม่ใช่เฮโลไปถล่มกรมอุตุฯ ที่เดียว
///
แล้วถ้า ‘นาย T’ เชื่อถือไม่ได้ และคุณตะขิดตะขวงใจกับกรมอุตุฯ เราจะคาดการณ์ฟ้าฝนได้อย่างไร?
เรื่องลมฟ้าอากาศในประเทศไทย เราเรียนกันมาตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยม ซึ่งเราสามารถจับ pattern คร่าวๆ ได้ว่า ช่วงประมาณกลางปีถึงเดือน ต.ค. ภาคเหนือ ภาคกลาง และฝั่งซ้าย-ขวา มักจะมีฝนตกและน้ำท่วม ส่วนช่วงปลายปี ประมาณ พ.ย. ถึง ธ.ค. ภาคใต้จะมีฝนตกและน้ำท่วม อันนี้เป็นความรู้พื้นฐานที่ควรทราบเกี่ยวกับฝนที่เกิดจากร่องความกดอากาศต่ำ ถ้าเป็นฝนจากพายุก็ดูเอาว่าพายุมีขนาดเท่าไหร่ ความเร็วมากไหม มาจากทางไหน และถ้าฝนตกหนัก พื้นที่ที่เราอยู่จะเสี่ยงภัยขนาดไหน ตรงนี้เราก็ต้องรู้จักพื้นที่ของตัวเองด้วย
แต่ถ้าขี้เกียจจำ ไม่เป็นไร สมัยนี้มีเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นสำหรับพยากรณ์อากาศให้โหลดฟรีเยอะแยะ ตัวยอดฮิต คือ Windy ส่วนการดูพื้นที่น้ำท่วม คือ Google Flood Hub หรือใครอยู่ กทม. ก็ดูข้อมูลของสำนักระบายน้ำ กทม. ได้
หรือถ้าใครเป็นสายเนิร์ดก็ลองใช้โมเดลของ ECMWF, GFS, WRF หรืออื่นๆ ซึ่งยากหน่อย แต่ถ้าเข้าใจก็จะสนุก
///
วันนี้ ถ้าคุณเปิดแผนที่อากาศผิวพื้นดู (ในเว็บกรมอุตุฯ) จะพบว่ามีร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านกลางประเทศไทย หมายความว่าช่วงนี้จนถึงเกือบสิ้นเดือนจะมีฝนตก โดยเฉพาะภาคกลางและบางพื้นที่ของภาคข้างเคียง ฝนจะไม่ได้ตกทั้งวันทั้งคืนติดต่อกันแบบที่ 'นาย T' บอกแน่นอน และปริมาณน้ำรวมทั้งประเทศก็ยังห่างไกลจากคำว่า 'มหาอุทกภัย' (ถ้ายึดปี 54 เป็นเกณฑ์)
อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่จะมีน้ำหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง ใครอยู่ใกล้ภูเขา หรือใกล้แม่น้ำ ก็ต้องระวัง ส่วนคนที่อยู่ในเมือง คุณอาจเจอรถติดยาวเป็นตังเม
///
ในฐานะนักวิชาการและนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ผมคิดว่าวงการนี้ควรเอาจริงเอาจังกับการต่อต้านคอนเทนครีเอเตอร์ที่ไม่มีสามัญสำนึกเหล่านี้ ส่วนภาครัฐก็ควรทำงานเชิงรุกเพื่อประสานงานกันเอง และสื่อสารกับประชาชนให้เข้าใจ-รวดเร็วมากขึ้น
ถ้าภาครัฐเข้มแข็ง ประชาชนจะใช้ชีวิตง่าย และคนลวงโลกจะไม่มีพื้นที่ให้ฉายแสง
ก็ตามนั้น ดูน้อยลง
https://www.facebook.com/photo/?fbid=28753041990981401&set=a.118869971491985