ดาวซัลโวยุโรป
Status:
- Real Madrid -

: 0 ใบ

: 0 ใบ
เข้าร่วม: 25 Jan 2015
ตอบ: 15111
ที่อยู่: Madrid, Spain
โพสเมื่อ: Tue Sep 22, 2026 23:08
คนไทยเข้าใจ PDPA ผิด มันไม่ได้เอาไว้ให้คนทั่วไปฟ้องกัน
## ความเข้าใจผิดเรื่องสำคัญของคนไทยคือไม่ใช่ว่าอะไรเป็นข้อมูลส่วนบุคคลแล้วจะอยู่ภายใต้ PDPA ทั้งหมด ##
.
การโพสต์รูปถ่ายบุคคลอื่นจะอยู่ภายใต้ PDPA หรือไม่ ?
.
รูปถ่ายเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA มาตรา 6 ทุกท่านเข้าใจถูกแล้ว แต่การจะพิจารณาว่าการโพสต์รูปถ่ายจะอยู่ภายใต้ PDPA หรือไม่ ต้องดูมาตรา 4 และมาตรา 5 ประกอบด้วย
.
ในมาตรา 5 PDPA กล่าวถึงขอบเขตการบังคับใช้กฎหมายนี้เอาไว้ว่าให้ใช้บังคับแก่การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล….
.
ซึ่งคำว่าผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายไทยเขียนไว้เพียงสั้น ๆ ว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เท่านั้น ซึ่งหากอ่านเพียงเท่านี้ก็อาจจะงงและสับสนได้ เหมือนที่ผมเคยสับสนเช่นกัน อย่างไรก็ดีเรื่องการตีความคำว่าผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลนี้ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีอำนาจและหน้าที่ในการตีความ PDPA  ตามมาตรา 16 เคยตีความสถานะการเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งสอดคล้องกับหลักการในกฎหมาย GDPR  ไว้ประมาณว่า คำว่าอำนาจหน้าที่ตัดสินใจนั้น คือการกำหนดวัตถุประสงค์ (Purposes) และวิธีการ (Means) เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ในภารกิจหรือกิจการต่าง ๆ ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งต้องทำเป็นปกติประจำกับข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนหนึ่ง ที่มีการบริหารจัดการและจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ส่วนคำว่าหน้าที่ คือหน้าที่ที่บัญญัติเอาไว้ตาม PDPA สำหรับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การรักษาความมั่นคงปลอดภัย การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล การแจ้ง Privacy Notice การบันทึก RoPA การตอบสนองต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ฯลฯ
.
ดังนั้น หากเป็นบุคคลทั่วไปที่นำรูปถ่ายบุคคลอื่นโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง ก็อาจอาจจะไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตามความหมายของ PDPA และอาจเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 4 (1) หากเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ส่วนตน (Private Use) เว้นแต่ว่าการลงภาพถ่ายนั้น มีวัตถุประสงค์ในทางการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือกิจการของท่าน เช่น ท่านเป็นช่างภาพ ถ่ายภาพงานรับปริญญาแล้วนำภาพลูกค้ามาลงเป็นผลงานในสื่อโซเชียลมีเดียของตนเอง แบบนี้ท่านถือว่าเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ได้รับการยกเว้นตามมาตรา 4 (1)
.
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะการโพสต์รูป ชื่อ ชื่อสกุล หรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ซึ่งหลายหลายคนมักจะเข้าใจว่า มีความผิดตาม PDPA มาตรา 79 นั้น  เกี่ยวกับเรื่องนี้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ก็เคยตีความไว้แล้วว่า องค์ประกอบความผิดตามมาตรา 79 ผู้กระทำต้องเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเสียก่อน มิใช่ใช้บังคับกรณี Private Use และข้อมูลที่ถูกเปิดเผยนั้น ต้องเป็นข้อมูลละเอียดอ่อน หรือข้อมูลชนิดพิเศษ ตามที่บัญญัติไว้ใน PDPA มาตรา 26 ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลทุกประเภท
.
อย่างไรก็ดี การที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับ PDPA #ไม่ได้หมายความว่าไม่ผิดกฎหมาย หากการลงภาพถ่ายนั้นผิดกฎหมายอื่น ๆ เช่น เป็นการใส่ความผู้อื่น ทำให้เขาเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง แบบนี้ก็จะมีความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษทางอาญาสูงกว่า PDPA เสียอีก เพราะ PDPA เน้นเรื่องโทษปรับทางปกครอง ซึ่งบังคับค่าปรับกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นหลัก
.
นอกจากนี้แม้จะไม่อยู่ภายใต้บังคับ PDPA แต่หากนำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไปใช้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่น  ก็อาจมีความผิดตาม พ.ร.ก.ไซเบอร์ มาตรา 11/2 ได้ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี
.
ดังนั้น ก่อนจะเอาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใดไปใช้ ต้องพิจารณาดูว่าการกระทำดังกล่าว  เป็นความผิดตามกฎหมายใดหรือไม่ ? อย่างที่ผมเคยโพสต์ไว้หน้าเพจแล้วว่ากฎหมายบ้านเรามีเยอะเพียงพอแล้ว ขาดแต่การบังคับใช้กฏหมาย ในทางปฏิบัติเท่านั้น เราจึงควรเลือกใช้กฎหมายให้เหมาะสมสอดคล้องกับข้อเท็จจริงเป็นเรื่อง ๆ ไป มิใช่เห็นว่าอะไรเป็นข้อมูลส่วนบุคคล แล้วจะต้องอยู่ภายใต้ PDPA
.
#อาจารย์เบนซ์
#สคส #PDPC #PDPA
#โพสต์รูป #ทนายความ #ที่ปรึกษากฎหมาย
#อดีตผู้พิพากษา #วิทยากรสอนPDPA
.
ป.ล. ภาพไม่เกี่ยวกับเนื้อหานะครับ โพสต์นี้ใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน ไม่อยู่ภายใต้ PDPA ตามมาตรา 4(1) เนื่องจากเพจนี้เป็นเพจให้ความรู้ทางกฎหมาย การลงภาพภ่ายไม่ใช่กิจกรรมหลัก ( Core activity ) ของเพจครับ อิอิ
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ