รมต.เขมรเคลมไทยทั้งอาณาจักร
เคลื่อนไหวแล้ว! รมต.ข่าวสารเขมร อ้างหลักฐานเด็ด “ภาพสตรีสมัย ร.4” จากหนังสือชาวฝรั่งเศสแต่ไม่มีต้นฉบับแบบไทย ซ้ำเปิดแผนที่เคลมไทยทั้งอาณาจักร บอกเป็นพื้นที่เขมร บอกตัวเองคือดินแดนต้นกำเนิดวัฒนธรรม ปลุกคนรุ่นใหม่ปกป้อง
นายเนธ พักตรา (Neth Pheaktra) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข่าวสารเขมร ออกมาตอบโต้กระแสข่าวเขมรเคลม ภาพถ่ายแผ่นฟิล์มกระจกของไทย โดยแนบหลักฐานภาพถ่ายสตรีห่มสไบเฉียง อ้างอิงจากหนังสือ ของ P. LE FAUCHEUR (ปอล เลอ โฟเชอร์) ผู้แต่งชาติฝรั่งเศส ที่ตีพิมพ์เมื่อปี พ.ศ.2415 แต่ไม่ได้เปิดเผยแผ่นฟิล์มกระจกหรือภาพพิมพ์ต้นฉบับ แบบที่ไทยเปิดเผย
นอกจากนี้ยังมีการโพสต์ภาพแผนที่ อ้างเป็นภาพอาณาจักรเขมรซึ่งมีอาณาเขตครอบคลุมประเทศไทยทั้งประเทศ
โดยนายเนธ พักตรา ระบุว่า เขมรไม่ได้เป็นเพียงดินแดนที่มีปราสาทโบราณและมรดกทางวัฒนธรรมที่อุดมสมบูรณ์เท่านั้น แต่คือดินแดนกำเนิดของวัฒนธรรมและอารยธรรมเขมร ซึ่งได้รับการสร้างสรรค์ สืบทอด และปกป้องคุ้มครองผ่านประวัติศาสตร์มาหลายศตวรรษตั้งแต่ภาษา อักษร ศาสนา ศิลปะ สถาปัตยกรรม ดนตรี การร่ายรำ ขนบธรรมเนียมประเพณี ไปจนถึงวิถีชีวิตของประชาชนล้วนแสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์และความคิดสร้างสรรค์ของชาติเขมร
คำว่า "กัมพูชาเป็นเจ้าของวัฒนธรรมและอารยธรรมเขมร" ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การอ้างสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของมรดกในอดีตเท่านั้น แต่มันมีความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น นั่นคือชาวเขมรเป็นผู้รับมรดกจากบรรพบุรุษ และมีหน้าที่ในการสืบสาน ปกป้อง พัฒนา และส่งต่อมรดกนี้ไปยังคนรุ่นหลัง อารยธรรมเขมรมีหลักฐานที่มีชีวิตอยู่ทั่วดินแดนกัมพูชา ปราสาทนครวัด ปราสาทพระวิหาร ปราสาทสมบูรณ์ไพรคุก สิ่งก่อสร้างโบราณ จารึก และผลงานศิลปะนับไม่ถ้วน แสดงให้เห็นว่าบรรพบุรุษเขมรมีความรู้ความเข้าใจอย่างสูงในด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม ระบบชลประทาน ดาราศาสตร์ ศิลปะ และการจัดระเบียบสังคม ทว่าอารยธรรมเขมรไม่ได้ดำรงอยู่แค่ในหินของปราสาทเท่านั้น แต่มันยังมีชีวิตอยู่ในภาษาเขมร ตัวอักษรเขมร ระบำราชสำนัก ละครโขล "นี่คือหลักฐานว่า วัฒนธรรมเขมรไม่ใช่ประติมากรรมมรดกที่ต้องปล่อยให้นิ่งสงบอยู่ในพิพิธภัณฑ์ แต่มันคือมรดกที่มีชีวิต ซึ่งได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น"
การเป็นเจ้าของมรดก ไม่ได้หมายความว่าต้องมีเพียงความภาคภูมิใจเท่านั้น ความเป็นเจ้าของต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ หากเราบอกว่าวัฒนธรรมและอารยธรรมเขมรเป็นของเรา เราก็ต้องถามตัวเองว่า เราได้ทำอะไรบ้างเพื่อปกป้องมัน?
เยาวชนเขมรมีความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ภาษา ศิลปะ และคุณค่าทางวัฒนธรรมของตนเองมากน้อยเพียงใด? เรากำลังใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเผยแพร่มรดกของเรา หรือปล่อยให้คนอื่นมาพูดแทนมรดกของเรา? พร้อมย้ำว่ากัมพูชาเป็นเจ้าของวัฒนธรรมและอารยธรรมเขมร เพราะนี่คือมรดกที่บรรพบุรุษเขมรได้สร้างขึ้นและทิ้งไว้ให้ พวกเรารับมรดกมาจากบรรพบุรุษ เรามีหน้าที่ปกป้องมันในยุคสมัยของเรา และเราต้องส่งต่อให้กับลูกหลานรุ่นหลัง โดยไม่ให้สูญเสียอัตลักษณ์และคุณค่าของมันไป วัฒนธรรมเขมร คือวิญญาณของชาติ อารยธรรมเขมร คือพยานแห่งประวัติศาสตร์ การปกป้องและส่งเสริมวัฒนธรรมนี้ จึงเป็นการปกป้องอัตลักษณ์และอนาคตของกัมพูชา
https://ch3plus.com/news/international/morning/471220