ไหนว่าเชื่อกฎแห่งกรรม หลัง พ.ศ.2490 เป็นต้นมา การเมืองไทยติดอยู่ในหล่มโสโครก
❝ ไหนว่า...เชื่อกฎแห่งกรรม ❞
หลัง ค.ศ.1947 (พ.ศ.2490) เป็นต้นมาการเมืองไทยติดอยู่ในหล่มโสโครก ส่งผลให้การทุจริตคอร์รัปชั่นในวงราชการเบ่งบานคึกคักตราบจนถึงทุกวันนี้
การยึดอำนาจปลายปี 2490 เปลี่ยนจุดมุ่งหมายประเทศไทยหลัง 2475 ไปอย่างสิ้นเชิง ขุนพลที่ค้ำบัลลังก์รัฐบาลรัฐประหารต่างก็ตะกรุมตะกรามกับสิ่งที่เรียกว่า “การอุปการคุณ” จากประเทศมหาอำนาจ
สหรัฐอเมริกากับประเทศค่ายเสรีพากันขวัญผวา จีนและรัสเซียที่กำลังแผ่อิทธิพลครอบงำประเทศแถบเอเชียจึงให้ไทยเป็นที่ตั้งฐานทัพ ฝึกทหารไทย ปั่นคนไทยให้ไปตายในสงครามเวียดนามและสงครามเกาหลี
ครั้งหนึ่งถึงขั้นที่… จอมพล ป. (ป.พิบูลสงคราม) ไม่อายที่จะเปิดเผยเจตนาที่แท้จริงของตนเมื่อ 22 กรกฎาคม 2493 โดยแถลงต่อที่ประชุมทั้ง 2 สภาว่า การเข้าร่วมสงคราม (เกาหลี) เป็นทางเลือกที่คุ้มค่า เนื่องจากมหาอำนาจค่ายโลกเสรีคงจะส่งเงินและอาวุธยุทโธปกรณ์มาตอบแทนประเทศไทยอย่างงาม และต่อให้มีทหารไทยต้องสูญเสียชีวิต จำนวนคนตายก็ไม่ใช่ตายทั้งหมด จำนวนคนตายในสนามรบน้อยกว่าคนที่เหลืออยู่เสมอ เพราะฉะนั้นเราลงทุนเพียงนิดหน่อย…
[จาก “การเมืองการปกครองไทย : พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ พ.ศ.2475 ถึง 2540” ของ ภูริ ฟูวงศ์เจริญ]
ภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์กลายเป็น “เงื่อนไข” ให้ผู้นำกระชับทั้งอำนาจและผลประโยชน์ สิ่งที่ทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้าหลังจากไปคือ ความมั่งคั่ง
◤ หลังเสียชีวิตพบว่า “สฤษดิ์ ธนะรัชต์” มีทรัพย์สินเกือบ 3,000 ล้านบาท
ค่าเงินยุคนั้นเทียบกับวันนี้ คือ “แสนล้าน”!
◤ “เผ่า ศรียานนท์” ผู้สร้างจักรวรรดิตำรวจอันยิ่งใหญ่เกรียงไกร ใช้บรรดาอัศวินคุมเครือข่ายฝิ่น ส่วย การพนัน เผ่าไม่มีโอกาสได้เปิดเผย “ขุมมหาสมบัติ” เพราะพ่ายแพ้ทางการเมือง แต่ที่สุดก็ได้เหินฟ้าไปเสวยสุขอยู่สวิตเซอร์แลนด์โดยไม่มีคดีติดตัว ไม่ถูกยึดทรัพย์
◤ จอมพลถนอม กิตติขจร ครองอำนาจยาวนานยิ่งกว่าสฤษดิ์ มั่งคั่งโดดเด่นจนชวนผวา จอมพลประภาส จารุเสถียร คู่หูผู้มากไปด้วยอิทธิพลทางการเมืองและเครือข่ายธุรกิจ รวยล้ำรวยล้นจากสัมปทาน หุ้นลม จนเป็นอิจฉาในกองทัพ
◤ พลเอกสุนทร คงสมพงษ์ ซึ่งหลังเสียชีวิตก็มีคดีชิงมรดกที่ดิน หุ้น และเงินฝากมากไปด้วยเครือข่ายธุรกิจกว้างขวาง
ถ้าหากนับจาก 2490-2569 เป็นเวลา 79 ปี ไทยไม่มีผู้นำทางความคิด ไม่มีผู้นำทางสังคม ไม่มีผู้นำหน่วยที่ลงมือทำจริงๆ ในการแก้ปัญหาทุจริต ซึ่งแม้ว่ากฎหมายจะบัญญัติว่าผิดและมีโทษแรง แต่ในทางประพฤติกันจริงๆ การทุจริตไม่ได้ถูกรังเกียจ ไม่รู้สึกอัปยศหรือน่าอับอาย
คนทุจริตจึงดาษดื่นและเจริญเติบโตในระบบราชการ ไม่มีใครกล้าขัดขืน หรือเก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานเพื่อดำเนินคดี
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1479707677524760&set=a.627369302758606