ชะตากรรม เนวิน หลัง 19 กันยา 2549 ในฐานะขุนพลคู่ใจ ค้ำยันฐานอำนาจให้ทักษิณ
❝ ชะตากรรม 'เนวิน' หลัง 19 กันยา 2549
ในฐานะขุนพลคู่ใจ 'เครื่องมือ'
ค้ำยันฐานอำนาจให้ พ.ต.ท.ทักษิณ
ช่างแตกต่างกับ น.พ.พรหมินทร์ ❞
เนวิน : “ผมบอกท่านสนธิว่าท่านชนะแล้ว ผมไม่สู้ท่านหรอก”
กว่าจะจบบทสนทนาที่แสนทิ่งแทงจิตใจชายชาติทหาร ก็พลบค่ำ นายเนวินถูกควบคุมตัวไปที่คุมขังในที่ที่เรียกว่า “คุกทหาร”
“ผมถูกจับไปขัง 10 วัน 11 คืน เป็นการขังเดี่ยวโดยไม่รู้ชะตากรรมครอบครัว ตลอดเวลาก็มีทหาร 4 คนสะพายเอ็ม 16 เอาข้าวถ้วยเล็กๆ กับถ้วยเล็กๆ มาให้วันละ 3 มื้อ อิ่มไม่อิ่มก็ต้องกินเท่านั้น”
“10 วัน 11 คืน ในคุกทหาร” ถูกบรรยายบนเวทีปราศรัยของพรรคพลังประชาชนที่จังหวัดบุรีรัมย์
เขาบอกว่าห้องที่ถูกทหารคุมขัง เป็นการขังเดี่ยวในห้องขนาด 4 คูณ 4 ตารางเมตร มีเตียงนอน มีห้องน้ำ ไม่มีหน้าต่าง มองไม่เห็นอะไรที่อยู่ภายนอก นอกเสียจากฝากับเพดานห้อง
ในแต่ละวันจะมีนายทหาร 4 คน ติดอาวุธครบมือนำอาหารที่เป็นถ้วยเล็กๆ มาให้วันละ 3 มื้อ อาทิ ข้าวสวย ผัดผัก ผัดปลาหมึก ฯลฯ
ไม่มีกิจกรรมอะไรทำ นอกจากทบทวนวิทยายุทธ์ที่เคยไปฝึกฝนมาจากประเทศอินเดีย นั่นคือ การนั่งสมาธิ เดินจงกรม และซักเสื้อผ้า เสื้อยืด กางเกงฟุตบอล 2-3 ตัวที่นำตัวติดมา แล้วตากในห้องน้ำ
นานๆ ครั้งก็เล่นเกมจิตวิทยากับพลทหารที่เฝ้าอยู่หน้า “คุก” ด้วยการส่งเสียงแซว ทำทีเห็นใจ
ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีหนังสือพิมพ์ ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีเครื่องปรับอากาศ
ลักษณะห้องที่ใช้กักบริเวณเขาเหมือนกับห้องที่ใช้คุมขัง นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ต่างจากห้องคุมตัวของ น.พ.พรหมินทร์ และ พล.ต.อ.ชิดชัย ที่ถูกโฆษณาว่าทั้ง 2 ได้พักในห้องรับรองอย่างดี รับประทานอาหารแบบบุพเฟ่ต์ ได้เสพสื่อครบทุกประเภท และสามารถใช้โทรศัพท์ติดต่อโลกภายนอกได้
สิ่งเดียวที่เหมือนกันของ “จำเลยทั้ง 4” คือ ความคิดที่ว่าคราวนี้คงต้อง “ตายแน่ๆ”
ครบ 11 วัน เขาไม่ตาย แต่รอดมาได้
“รุ่งเช้าตรู่ของวันที่ 11 ผมถูกนำตัวออกมาจากห้องขัง โดยทหารครบอาวุธ 30 คน เขาจับผมใส่รถตู้ที่ปิดม่าน มองไม่เห็นทาง ตระเวนอยู่ 2 ชั่วโมงครึ่ง นึกอย่างเดียวคงไม่มีโอกาสกลับมาเห็นหน้าลูกเมียพ่อแม่”
ทว่า ได้เกิดนาทีที่กลายเป็น “ตำนาน” ของ “นักโทษการเมือง” ยุค 19 กันยาฯ
“หลังจากรถวิ่งวนไปวนมา รถก็แล่นไปจอดข้าง ถนน บังคับให้ผมแก้ผ้า ค้นทุกอย่าง ทั้งที่ 10 วันก่อนหน้านั้นก็มีการค้นไปทุกอย่างแล้ว เสร็จแล้วก็เอาตัวผมทิ้งไว้ข้างถนน”
นายเนวินคิดคาดการณ์ในใจว่าที่ผ่านมา 11 วันคงสาสมใจฝ่ายตรงข้ามแล้ว คงไม่มีปัญหาอีกแล้ว แต่การณ์หาได้เป็นเป็นเช่นนั้นไม่
“ชีวิตไม่ได้เป็นอย่างที่คิด 1 ปี 6 วัน ผมถูกคุกคามข่มขู่ มีทหารไปเฝ้าบ้าน มีคนติดตามเวลาไปไหนก็มีคนมาดักถ่ายรูป ไปพบปะใครคนนั้นก็จะถูกนำไปสอบสวน กล่าวหาผมเหมือนที่กล่าวหาท่านทักษิณ”
การคืนเวทีการเมืองครั้งแรกของ “เนวิน” จึงดุเดือดเพราะทั้ง “ฉะ” และ “แฉ” ทหาร
“ขนาดที่ดินที่ผมอยู่ยืนอยู่ที่นี่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีคนอยู่กันทั้งหมู่บ้านเป็นตำบลมาเล่นงานผม หาว่าบุกรุกที่ดินรถไฟ หาว่าออกโฉนดปลอม”
“นอกจาก คมช. จะมาปล้นประชาธิปไตยแล้ว ยังปล้นงบประมาณของประชาชนไปด้วย”
พาดพิงไปถึงรัฐบาลภายใต้การนำของ “พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์” นายกรัฐมนตรี ในวันนั้น
“รัฐบาลนี้มึงมาพร้อมกับรถถังและหนี้ ยกเลิกโครงการเอสเอ็มแอล เงินกู้เพื่อการศึกษา พอนายกฯ ทักษิณทราบเรื่อง ก็เอาเงินจากมูลนิธิไทยคมมาช่วย ไอ้ คมช. เห็นว่าทักษิณจะได้คะแนน ก็อายัดเงิน จนเด็กคนจนต้องผูกคอตาย”
“ถ้าพี่น้องอยากได้นโยบายไทยรักไทยเดิม ก็ต้องสู้ ทางเดียวคือสู้โดยพลังประชาชน สู้โดยเลือก นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ เพื่อสานต่อนโยบาย”
และประโยคสำคัญบนเวทีเมื่อวันที่ “ความสัมพันธ์” ระหว่าง “ทักษิณ-เนวิน” ยังหวานอยู่
“1 ปี 6 วัน สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนใจให้ผมเลิกรัก และคิดถึงนายกฯ ทักษิณ
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1478796887615839&set=a.627369302758606