โครตฮา พกโพย ไปเลือก สว.ไม่ผิด..
**โคตรฮา! พกโพยไปเลือก สว.ไม่ผิด กกต.อ้างศาลปกครองยกเลิกคำสั่งห้าม เอาเข้าไปได้ “กันลืม” ว่าซั่น**
กลายเป็นอีกประเด็นร้อนในคดีฮั้วเลือก สว. หลังมีการเปิดเผยคำอธิบายจาก กกต.เกี่ยวกับกรณีผู้สมัครนำเอกสารหรือ “โพย” เข้าไปในสถานที่เลือก สว. โดยระบุว่า การพกโพยเข้าไปไม่ได้ถือเป็นความผิดโดยอัตโนมัติ
เหตุผลที่ กกต.หยิบมาอธิบาย คือคำสั่งของศาลปกครองที่เคยมีผลให้ยกเลิกข้อกำหนดของ กกต.บางส่วนซึ่งห้ามผู้สมัครนำเอกสารหรือข้อมูลเข้าไปในพื้นที่เลือก ทำให้ในทางปฏิบัติ ผู้สมัครสามารถนำเอกสารส่วนตัวเข้าไปได้
กกต.จึงมองว่า การพบ “โพย” อยู่กับตัวผู้สมัคร ไม่เพียงพอที่จะสรุปทันทีว่าเป็นหลักฐานการฮั้วหรือการจัดตั้งลงคะแนน หากยังไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาประกอบว่าเอกสารดังกล่าวถูกใช้เพื่อชี้นำ บังคับ หรือประสานการลงคะแนนให้เป็นไปตามขบวนการที่วางไว้
หนึ่งในคำอธิบายที่ถูกหยิบขึ้นมาคือ เอกสารดังกล่าวอาจเป็นเพียง “โพยกันลืม” สำหรับจดชื่อ หมายเลข หรือข้อมูลที่ผู้สมัครต้องการใช้ประกอบการตัดสินใจในวันเลือก โดยเฉพาะเมื่อกระบวนการเลือก สว.มีผู้สมัครจำนวนมากและมีหลายรอบการลงคะแนน
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักว่า หากพบโพยที่มีรายชื่อหรือหมายเลขตรงกับผลการลงคะแนนจริงในหลายกลุ่ม หรือมีรูปแบบเหมือนกันในผู้สมัครจำนวนมาก จะยังสามารถอธิบายว่าเป็นเพียง “โพยส่วนตัวกันลืม” ได้หรือไม่
หัวใจของเรื่องจึงไม่ได้อยู่แค่ว่า **“พกโพยเข้าไปผิดหรือไม่”** แต่อยู่ที่ว่า **โพยนั้นมีเนื้อหาอะไร ใครเป็นคนจัดทำ แจกจ่ายอย่างไร และผลการลงคะแนนสอดคล้องกับโพยมากน้อยแค่ไหน**
เพราะหากเป็นเพียงบันทึกส่วนตัวก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากมีหลักฐานเชื่อมโยงว่าเป็นเครื่องมือในการจัดระบบลงคะแนนหรือประสานผลการเลือก ก็ย่อมเป็นอีกประเด็นที่ต้องพิสูจน์ในคดี
คำอธิบายเรื่อง “โพยกันลืม” จึงอาจทำให้หลายคนตั้งคำถามต่อว่า ในคดีฮั้ว สว.ครั้งนี้ กกต.จะพิจารณาเฉพาะการมีโพยอยู่ในมือ หรือจะลงลึกถึงที่มา เนื้อหา ความเชื่อมโยง และผลคะแนนที่เกิดขึ้นจริงด้วย
NEWS1 รายงาน
**โคตรฮา! พกโพยไปเลือก สว.ไม่ผิด กกต.อ้างศาลปกครองยกเลิกคำสั่งห้าม เอาเข้าไปได้ “กันลืม” ว่าซั่น**
กลายเป็นอีกประเด็นร้อนในคดีฮั้วเลือก สว. หลังมีการเปิดเผยคำอธิบายจาก กกต.เกี่ยวกับกรณีผู้สมัครนำเอกสารหรือ “โพย” เข้าไปในสถานที่เลือก สว. โดยระบุว่า การพกโพยเข้าไปไม่ได้ถือเป็นความผิดโดยอัตโนมัติ
เหตุผลที่ กกต.หยิบมาอธิบาย คือคำสั่งของศาลปกครองที่เคยมีผลให้ยกเลิกข้อกำหนดของ กกต.บางส่วนซึ่งห้ามผู้สมัครนำเอกสารหรือข้อมูลเข้าไปในพื้นที่เลือก ทำให้ในทางปฏิบัติ ผู้สมัครสามารถนำเอกสารส่วนตัวเข้าไปได้
กกต.จึงมองว่า การพบ “โพย” อยู่กับตัวผู้สมัคร ไม่เพียงพอที่จะสรุปทันทีว่าเป็นหลักฐานการฮั้วหรือการจัดตั้งลงคะแนน หากยังไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาประกอบว่าเอกสารดังกล่าวถูกใช้เพื่อชี้นำ บังคับ หรือประสานการลงคะแนนให้เป็นไปตามขบวนการที่วางไว้
หนึ่งในคำอธิบายที่ถูกหยิบขึ้นมาคือ เอกสารดังกล่าวอาจเป็นเพียง “โพยกันลืม” สำหรับจดชื่อ หมายเลข หรือข้อมูลที่ผู้สมัครต้องการใช้ประกอบการตัดสินใจในวันเลือก โดยเฉพาะเมื่อกระบวนการเลือก สว.มีผู้สมัครจำนวนมากและมีหลายรอบการลงคะแนน
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักว่า หากพบโพยที่มีรายชื่อหรือหมายเลขตรงกับผลการลงคะแนนจริงในหลายกลุ่ม หรือมีรูปแบบเหมือนกันในผู้สมัครจำนวนมาก จะยังสามารถอธิบายว่าเป็นเพียง “โพยส่วนตัวกันลืม” ได้หรือไม่
หัวใจของเรื่องจึงไม่ได้อยู่แค่ว่า **“พกโพยเข้าไปผิดหรือไม่”** แต่อยู่ที่ว่า **โพยนั้นมีเนื้อหาอะไร ใครเป็นคนจัดทำ แจกจ่ายอย่างไร และผลการลงคะแนนสอดคล้องกับโพยมากน้อยแค่ไหน**
เพราะหากเป็นเพียงบันทึกส่วนตัวก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากมีหลักฐานเชื่อมโยงว่าเป็นเครื่องมือในการจัดระบบลงคะแนนหรือประสานผลการเลือก ก็ย่อมเป็นอีกประเด็นที่ต้องพิสูจน์ในคดี
คำอธิบายเรื่อง “โพยกันลืม” จึงอาจทำให้หลายคนตั้งคำถามต่อว่า ในคดีฮั้ว สว.ครั้งนี้ กกต.จะพิจารณาเฉพาะการมีโพยอยู่ในมือ หรือจะลงลึกถึงที่มา เนื้อหา ความเชื่อมโยง และผลคะแนนที่เกิดขึ้นจริงด้วย
NEWS1 รายงาน
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1606978331460125
อสอหปรส.