สนธิ ประกาศเคลื่อนพล ยื่นหนังสือสถานทูตอิสราเอล
(7 ก.ย. 2569) ที่บ้านพระอาทิตย์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งสื่อในเครือผู้จัดการ พร้อมด้วย นายนิติธร ล้ำเหลือ และนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) แถลงข่าวการเคลื่อนไหวภายใต้แคมเปญ “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” เพื่อเตือนสติรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย
ในตอนหนึ่ง นายสนธิ กล่าวว่า ตนมีความรู้สึกว่าประเทศไทยไม่เหมือนเดิม เพราะระบบการเมืองไทย โดยเฉพาะนักการเมืองเป็นเครือข่ายเดียวกัน แต่พรรคภูมิใจไทยฉลาดและเจ้าเล่ห์ โดยอ้างการปกป้องสถาบันฯ เพื่อให้ตัวเองได้เป็นรัฐบาล นายอนุทินและตนแตกต่างกันอย่างมาก ที่นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เห็นจะต้องทวงคืนประเทศไทย เพราะประเทศไทยเป็นของทุกคน แต่ประชาชนที่ตนนำ คือประชาชนที่อยากเห็นรัฐบาลมีศีลธรรม ซื่อสัตย์ กล้าหาญ และเสียสละผลประโยชน์ส่วนตน ซึ่งเป็นศักดิ์ศรีประเทศไทยที่หาไม่ได้ในรัฐบาลอนุทิน
ขณะเดียวกัน ยังพบว่ารัฐบาลนายอนุทิน ใช้อำนาจรัฐปิดบังทุกเรื่อง ทั้งกรณีเขากระโดง และอธิปไตยของชาติ ถ้าไม่มี พล.อ.บุญสิน พาดกลาง ขณะเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 นำประเทศไทยคืนมาโดยยึดแผนที่ 1:50,000 แต่พรรคภูมิใจไทยกลับบิดพลิ้วไม่เห็นด้วยกับการยกเลิก MOU43 และตอบคำถามไม่ได้ว่าทำไมยังยึดแผนที่ 1:200,000
อีกทั้งปล่อยให้ต่างชาติยึดแผ่นดิน โดยที่รัฐบาลหลับตาข้างเดียว โดยเฉพาะต่างชาติสีเทา ที่ผ่านมาบ้านพระอาทิตย์ เครือนิวส์วัน และรายการคุยทุกเรื่องกับสนธิ เปิดโปงตลอดเวลา แต่รัฐบาลกลับจัดการนอมินีไม่ได้ ตนเรียกร้องให้ลดฟรีวีซ่าจาก 60 วันเป็น 15 วัน แม้รัฐบาลจะลดฟรีวีซ่าเหลือ 30 วัน แต่กลับมีเงื่อนไขเปิดช่องให้อยู่ต่อได้ตลอดเวลา และยังมีชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม แต่รัฐบาลกลับไม่ทำอะไรที่ป้องกันคนพวกนี้ไม่ให้รังแกคนไทย
เรื่องนี้ไม่มีใครช่วยได้ นักการเมืองฝ่ายค้านก็ช่วยไม่ได้ แม้แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังฟอกขาวโดยเฉพาะกรณีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กรณีฮั้ว ส.ว. และ ยังมีดีลลับที่พบว่าแช่สำนวนมากกว่า 5 เดือน รวมทั้ง กกต. ที่ตัดตอนคดีฮั้ว ส.ว. เหลือผู้ต้องหาเพียงไม่กี่คน และกังวลถึงศาลรัฐธรรมนูญในอนาคต หากมีคนของตัวเองเข้ามา และกรณีดาต้าเซ็นเตอร์ ประเทศไทยไม่ได้อะไรเลย เพิ่งจะตั้งคณะกรรมการพิจารณาดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ไฟฟ้าและน้ำจำนวนมาก
ที่ผ่านมามีคนร้องเรียนมายังมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินเป็นจำนวนมาก เพราะไม่เชื่อใจรัฐบาลอนุทินและศูนย์ดำรงธรรม โดยตนจะเริ่มเคลื่อนไหวประท้วงชาวยิว ต่อต้านกลุ่มจีนเทาที่จังหวัดชลบุรี และจะเดินสายทั่วประเทศ สู้ให้คนไทยมีศักดิ์ศรี ตนอายุ 79 ปีแล้ว ถ้าจะต้องตายในระหว่างเรียกร้องเอาประเทศไทยคืนมา ตนยอมตายและไม่กลัว ที่กล่าวว่าด้อยค่าว่าเป็นม็อบน้ำหมาก ตนบอกว่าใจเย็นๆ ถามตัวเอง ถ้าศรัทธาและเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น 21 ปีที่แล้วมีคนถามว่าจะมีคนเข้าร่วมหรือไม่ ตนกล่าวว่า ต่อให้มีคนเดียวก็จะต่อสู้ โดยเริ่มต้นวันพฤหัสบดีนี้ (10 ก.ย. 2569) เวลา 09.30 น. ไปสถานทูตอิสราเอล เพื่อยื่นหนังสือ จะรับไม่รับผมไม่แคร์ และจะมีการอ่านแถลงการณ์ ที่คนยิวและประเทศอิสราเอลฟังแล้วเจ็บ
ต่อจากนั้นจะเรียกประชาชนที่เห็นด้วยกับเราในทุกภาคให้รับทราบว่าเห็นด้วยหรือไม่กับสิ่งที่ตนสู้อยู่ เรียกร้องให้ประเทศไทยกลับมาเป็นของคนไทย ตนไม่ต้องการล้มรัฐบาล แต่จะให้รัฐบาลอยู่ไม่เป็นสุข ถ้าการกดดันของพวกเรา ทำให้รัฐบาลเลิกร้องรำทำเพลง ตัดสินใจเด็ดขาด