ร้อง "สายไหมต้องรอด" แม่ถูกพี่เลี้ยงทำร้ายร่างกาย
เปิดดูคลิปจากเว็บเฟสบุค
เลี้ยงใจอำมหิตอ้างยาละลายลิ่มเลือดทำแม่ช้ำ ที่แท้ลงมือทำร้าย-เอาผ้าคลุมหัวอุดจมูก
วันที่ 6 กันยายน 2569 นายปั้น (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี ได้นำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าขอความช่วยเหลือจากนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจ "สายไหมต้องรอด" หลังจากแม่ผู้บังเกิดเกล้าวัย 78 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (สโตรก) และสมองฝ่อ ถูกพี่เลี้ยงสาวใจอำมหิตที่จ้างมาดูแล ลงมือทำร้ายร่างกายอย่างต่อเนื่องและทารุณ
นายปั้น เล่าเหตุการณ์ด้วยความคับแค้นใจว่า แม่ป่วยเป็นสโตรกและสมองฝ่อมานานกว่า 2 ปี โดยก่อนหน้านี้พักรักษาตัวอยู่ที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ แต่ด้วยความเป็นห่วงจึงตัดสินใจรับแม่กลับมาดูแลที่บ้าน พร้อมติดต่อบริษัทผู้ให้บริการจัดส่งพี่เลี้ยง ส่งตัวแทนคือ นางนับเดือน (อายุ 44 ปี) มาดูแลแบบรายวันในอัตราวันละ 800 บาท ซึ่งช่วง 6 วันแรกนางนับเดือนปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ทั้งพาเข้าห้องน้ำและทำกายภาพบำบัดอย่างใกล้ชิด ครอบครัวจึงเกิดความไว้วางใจ ตัดสินใจจ้างเป็นประจำกินนอนอยู่ที่บ้านตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2568 ด้วยค่าจ้างเดือนละ 26,000 บาท
ทว่า หลังจากปรับเปลี่ยนมาเป็นจ้างประจำ นางนับเดือนกลับเริ่มเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แม่เริ่มมีร่องรอยฟกช้ำตามร่างกายโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อครอบครัวทักท้วงสอบถาม นางนับเดือนมักจะแก้ตัวอ้างว่าเกิดจากแม่นั่งพิงฝาชักโครก หรือเป็นผลข้างเคียงจากยาละลายลิ่มเลือดที่ทำให้ผิวหนังเขียวช้ำได้ง่าย ทำให้ครอบครัวหลงเชื่อมาโดยตลอด
กระทั่งความจริงมาปรากฏ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา แฟนของนายปั้นได้ยินเสียงแม่ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังออกมาจากในห้อง เมื่อรีบวิ่งขึ้นไปดูพบว่านางนับเดือนกำลังใช้ผ้าเช็ดตัวคลุมศีรษะแม่และรัดแน่นผิดปกติ โดยแม่พยายามส่งเสียงร้องแต่ขัดขืนไม่ได้ ด้วยความสงสัยจึงตัดสินใจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลัง และต้องช็อกกับภาพที่เห็นเพราะพบว่านางนับเดือนลงมือทำร้ายร่างกายแม่มานานหลายวัน ทั้งการด่าทอ ข่มขู่ว่าจะส่งกลับศูนย์ดูแล รวมถึงคาดว่าลงมือทำร้ายร่างกายภายในห้องน้ำก่อนหน้านั้นเพียง 1 วัน จนเกิดรอยช้ำไปทั่วร่าง ครอบครัวจึงทำการไล่ออกทันที แต่นายปั้นพบว่าผู้ก่อเหตุไหวตัวทันและหลบหนีไปก่อนแล้ว
เบื้องต้น นายปั้นได้นำหลักฐานคลิปวิดีโอเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองชลบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมทั้งต้องการออกมาเตือนภัยสังคม เนื่องจากทราบเบาะแสว่านางนับเดือนยังคงตระเวนโพสต์หางานอยู่ในกลุ่มรับดูแลผู้สูงอายุ หวั่นไปก่อเหตุซ้ำกับเหยื่อรายอื่นอีก
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า เตรียมประสานงานไปยังผู้กำกับการ สภ.เมืองชลบุรี เพื่อติดตามและเร่งรัดคดีอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งอยู่ระหว่างรอผลตรวจร่างกายอย่างละเอียดของหญิงชราจากแพทย์ เพื่อนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานสำคัญในการมัดตัวพี่เลี้ยงใจโหดรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป