Where Wind Meet Ep.3 Story Mode Part.2
-----ผมคิดว่ามีบางท่านที่สนใจเนื้อเรื่องเกม นั้นทราบแบคกราวด์เกมจากกระทู้ก่อนหน้านี้แล้ว กระทู้นี้เรามาลงลึก และเคลียร์ข้อสงสัยเพิ่มเติมกันครับ
-----ข้อมูลเกือบทั้งหมดผมดูมาจากช่อง Youtuber: Goose Girl (formerly WWM Girl) ที่อธิบายเนื้อเรื่องพร้อมแบคกราวด์ในวีดิโอเดียว เนื้อเรื่องบทที่สองนี้มีมากถึง 15 วีดิโอที่เกี่ยวข้อง ผมจะอธิบายเป็นวีดิโอต่อวีดิโอตามด้านล่างนี้ ,ข้อมูลในบางวีดิโออาจเยอะมาก ผมจะขอเลือกบางส่วนมาเขียนนะครับ (ไม่ทั้งหมด) และมีการพยายามใช้คำราชาศัพท์เพื่ออรรถรสที่เพิ่มขึ้นในกระทู้นี้ ขอแจ้งก่อนว่าวีดิโออธิบายเนื้อเรื่องเสริมมี youtuber หลายคน ทำออกมาหลายวีดิโอแล้ว ซึ่งการลงรายละเอียดอาจแตกต่างกันตามสไตล์ แต่ส่วนใหญ่แล้วโครงหลักๆ จะคล้ายกันครับ และสำหรับผู้ที่ต้องการทราบเนื้อเรื่องอย่างละเอียด ผมแนะนำให้ดูวีดิโอดังกล่าวจนจบด้วยตนเองได้เลยครับ เริ่มกันที่ 4 วีดิโอที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักและตัวละครสำคัญกันก่อนเลย
ข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้อง
Spoil
Yingying (หยิงหยิง) = Ember of East( ถ่านคุแห่งบูรพา ) , เว่ยอู่เชวีย
Big Zhou = จ้าว กวงหยิน (จักพรรดิราชวงศ์ซ่ง)
ราชวงศ์ซ่ง = ราชวงศ์ในจีน ปกครองยุค ค.ศ.960-1127(ซ่งเหนือ)
อู่ไต้ = ยุคห้าราชวงศ์ ค.ศ.906-960
อาณาจักรถังใต้ = ถังใต้ , Southern Tang
อาณาจักรซ่งเหนือ = อาณาจักรซ่ง , Northen Song
ซิ่ว จิน โหลว = Aureate Pavilion , ศาลาทองคำ เป็นกลุ่มวายร้ายหลักของเกม
ผู้ปกครองอาณาจักรถังใต้ = Shimmer of the south , ประกายแสงแห่งทักษิณ
หลี่ โจว = ปรมาจารย์หุ่นเชิด ผู้ก่อตั้ง ซิ่ว จิน โหลว
หนอนกู่ = หนอนอมตะ, แมลงเรืองแสง
เหรียญทองแดงอาณาจักรถังใต้ = พบว่าเป็นเหรียญที่ไม่ได้มาตรฐาน ใช้แร่ผิดประเภทในการหลอม น้ำหนักต่ำ เมื่อปะปนกับเหรียญทองแดงอื่น ทำให้เศรฐกิจพังพินาศ
ตลาดมืด = Ghost Market
ไฉหรง = จักพรรดิราชวงศ์โจว ค.ศ. 954-959
เยี่ยน-อวิ๋น = มีอาณาจักรรวมกัน 16 อาณาจักร เป็นปราการหลักของเผ่าคิตัน หลังถูกมอบให้โดยราชวงศ์จิน สมัย อู่ไต้ ค.ศ.936
สำนักคมดาบเหนือหล้า = Hanging blade
พันธมิตรทางเหนือ = Northen vow
เว่ย เต๋าจี๋ - เสนาบดีข้างกายองค์จักรพรรดิไฉหรง รู้ความลับทุกเรื่องเกี่ยวกับ สำนักคมดาบหนึ่งหล้า
เทพีจันทรา = หลี่ เจินเจิน, เจ้าสาวตาบอด
เทียนหยิง = เหมี่ยวซาน, นักฆ่าแห่งสถานีซิงเฟิง ,หลี่ จงดุ่ย
สำนักเข็มเงิน = Silver Needle
-----ต่อกันด้วยเนื้อเรื่อง EP.2 Kaifeng Main Story Fully Explained in 10 minutes
เนื้อเรื่องหลักบทที่2 เมืองหลวงไคเฟิง ในบทนี้จะเต็มไปด้วยภาพที่สวยงามและแอคชันสุดตระการตา ทำให้แทบไม่น่าเชื่อว่ามาจากเกม Free-2-Play ,การเปิดเผยว่าหยิงหยิงมีอีกตัวตนหนึ่งชื่อว่า ถ่านคุแห่งบูรพา (Ember of East)
บิ๊กจ้าว เป็น จักพรรดิราชวงศ์ซ่ง
และ Dao lord แท้จริงคือเด็กสาวสามหน่อสุดซุกซน
สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ผู้เล่นหลายคนประทับใจ ซึ่งวีดิโอดังกล่าวนี้เขาสร้างขึ้นเพื่อไขเรื่องนี้ให้กระจ่างครับ
เนื้อหาที่ท่านต้องทราบในวีดิโอนี้
ข้อที่ 1 ภูมิศาสตร์ หลังสิ้นสุดยุคอู่ไต้ อาณาจักรทางใต้ของจีนยังคงแตกแยกไม่เป็นปึกแผ่น โดยช่วงนั้นอาณาจักถังใต้ทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดในการทำสงครามกับอาณาจักรข้างเคียง ทำให้เศรษฐกิจในอาณาจักรตกต่ำลง ในขณะที่ราชวงศ์ซ่งในขณะนั้นครองพื้นที่ที่เรียกว่าอาณาจักรซ่งเหนือ(ใจกลางจักรวรรดิเก่ายุคราชวงศ์ถัง)ได้ทำการไล่ยึดครองอาณาจักรทางใต้อื่นๆที่แล้วที่เล่า และทางถังใต้รู้ดีว่า พวกเขาจะเป็นรายต่อไปแน่นอน
ข้อที่2 เงิน ย้อนกลับไปในสมัยนั้น เรื่องเงินแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสมัยปัจจุบัน เหรียญแต่ละเหรียญมีค่าในตัวมันเอง ต่างสร้างจากวัตถุดิบล่ำค่า เช่น ทองแดง,เงิน และ ทองคำ ประเทศจีนมีการเปลี่ยนไปใช้ธนบัตรในราชวงศ์ซ่งก็จริง แต่ก็ปาไปช่วงศตวรรษที่ 11 แล้ว , ต่อเนื่องกับเรื่องเหรียญ เนื่องจากค่าของเงินนั้นมาจากชนิดของเหรียญ ค่าเหล่านั้นไม่ได้มาจากที่ราชวงศ์ออกกฎให้ และเพราะว่าในยุคอู่ไต้ มีราชวงศ์ผุดขึ้นมามากถึง 5 ราชวงศ์ คนจีนช่วงนั้นจึงใช้เหรียญของ 5 ราชวงศ์นั้นปะปนไปตลอดเวลา
ข้อที่ 3 ถังใต้ ปัญหาของอาณาจักรนี้นอกจากเศรฐกิจที่ย่ำแย่แล้วนั้น ยังขาดแคลนแร่ทองแดงที่ใช้หลอมเหรียญอีกด้วย พวกเขาตัดสินใจผลิตเหรียญเหล็กที่แทบไม่มีค่าออกมา โดยแผนการของพวกเขาคือร่วมมือกับ Daolord ปล่อยเหรียญเหล็กที่ไร้ค่าเหล่านั้นเข้าไปในอาณาจักรซ่ง เพราะพวกเขาต้องการแลกเปลี่ยนเหรียญถังต่างๆที่เป็นเหรียญทองแดงกลับมา ถ้ารัฐบาลของอาณาจักรซ่งทำเช่นนั้น หมายความว่าเขาใช้จ่ายงบในคลังออกมา เพื่อให้งบเหลือน้อยจนไม่พอทำสงครามกับถังใต้นั่นเอง กระนั้น สิ่งเหล่านี้จะทำจริงนั้นไม่ง่ายเลย
ไคเฟิงฟู่อิ่น (Kaifeng Prefect) จ้าว กวงยี่ ที่เป็นผู้ดูแลความสงบเรียบร้อยของเมืองหลวงทั้งหมด ได้ตัดสินใจยึดเหรียญเหล็กทั้งหมดจาก ราษฎร ซึ่งสำหรับคนทั่วไปแล้ว เหรียญเหล็กถือเป็นทรัพย์สินเช่นกัน แต่จ้าว กวงยี่ มองว่าการรวมประเทศให้ได้นั้นสำคัญกว่า ส่วนหน้าที่ในการยึดเหรียญเป็นของขุนนางอีกท่านนึง
ขุนนางฉี (Lord Shi) ตัวจริงของขุนนางคนนี้ถูกสับเปลี่ยนกับเทพเจ้าแห่งความโลภ (God of Avarice) ซึ่งเป็นคนของกลุ่ม ซิ่ว จิน โหลว (Aureate Pavilion ) นอกเหนือจากการยึดเหรียญเหล็กแล้ว เขายังได้รังแกราษฎร เนื่องจากกลุ่ม ซิ่ว จิน โหลว ต้องการสร้างความวุ่นวายในอาณาจักรซ่ง และทำให้ราษฎรต่อต้านรัฐบาลของตนเอง องค์กรนี้ถูกชักใยโดย หลี่ โจว ปรมาจารย์หุ่นเชิด ซึ่งไม่ค่อยลงรอยกับอาณาจักรถังใต้เช่นกัน
Spoil
ในคราบของเทพเจ้าแห่งความโลภ
นั่นคือเรามีราษฎรที่ต้องการมีชีวิตรอด , ผู้ปกครองอาณาจักรถังใต้ที่พลักดันให้อาณาจักรซ่งเกิดภาวะเงินเฟ้อและลดเงินคลังทหาร , จ้าว กวงยี่ ผู้เชื่อว่า แผนเด็ดขาดระยะสั้นคุ้มค่าสำหรับสันติระยะยาว และยังมี ซิ่ว จิน โหลว ที่ต้องการสร้างความปั่นป่วนอีกด้วย ,ในสายตาถังใต้ จ้าว กวงยี่ที่ใช้มาตรการริบทรัพย์สิน ได้ทำลายแผนของพวกเขา เพราะมาตรการนี้ทำให้งบการทหารยังคงอยู่ นอกเหนือจากนั้น ถังใต้ยังคงต้องจ่ายเครื่องบรรณาการด้วยเงิน หรือทองคำให้อาณาจักรซ่งด้วย เรียกได้ว่าถึงทางตันกันเลย แต่ ณ ขณะนั้นมีข้อเสนอใหม่เข้ามาพอดี
อดีตผู้มีอิทธิพล เว่ยอู่เชวีย ที่ก่อนหน้านี้ถูกชิงตำแหน่งและบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์นั้น (นางเป็นผู้นำกลุ่มการค้า ณ เมืองเว่ยหยางที่อยู่ทางทิศตะวันออกของอาณาจักรซ่ง) นางมาพร้อมกับอุบายใหม่ ข้อแลกเปลี่ยนคือต้องการให้ ผู้ปกครองถังใต้ ช่วยสนับสนุนให้เธอกลับไปทวงตำแหน่งผู้นำการค้าคืน อุบายนี้มีชื่อว่า “โถทองคำ” อุบายนี้จะทำให้ 1.ถังใต้สามารถใช้สิ่งนี้เป็นเครื่องบรรณาการได้ 2.ถ้ารัฐบาลและราษฎรเชื่อว่าโถนี้สามารถเสกเหรียญได้จริง พวกเขาจะคิดว่าสามารถเข้าถึงเงินได้ง่ายๆ ต่อให้ถูกยึดกี่ครั้งก็ตาม นั่นทำให้แผนการยึดเหรียญเหล็กของ จ้าว กวงยี่ เป็นหมันทันที 3.การปรากฏตัวของ เว่ย อู่เชวีย ที่สร้างสถานการณ์ให้เหมือนว่าโถนี้ถูกขโมย ใช้เป็นข้ออ้างได้ว่า เพราะอะไรเหรียญทองแดงอาณาจักรถังใต้ถึงมาโพล่ที่อาณาจักรซ่งได้ เหรียญพวกนั้นถูกแจกจ่ายให้ราษฎรเอาไปใช้จ่ายกันในตลาดมืดที่ Daolord ดูแลอยู่ อุบายนี้มีผู้ร่วมอุดมการณ์หลายคนดังนี้ครับ
เฟิงหยี ควบคุมการขนส่งทางน้ำ ขนส่งเมล็ดพันธุ์ธัญญาหาร , เจิง เอ้อ ที่สวมรอยเป็น เฉิน อี้หลุน ผู้ดูแลกองเสบียงของอาณาจักร และ จัดการตรวจรับของ , มู่หรง หยวน อัจฉริยะด้านการสร้างเรือรบ(เป็นคนทำกลไกให้โถทองคำ เหมือนมีเงินออกมาจากความว่างเปล่าได้จริงๆ) และ Daolord ผู้ดูแลตลาดมืด , เมื่อโถนั่นหายไป ถังใต้จึงใช้เป็นข้ออ้างในการไม่จ่ายสิ่งของบรรณาการให้อาณาจักรซ่ง จากนั้นไม่นาน มู่หรงหยวน ที่ตั้งใจทำลายแผนการบุกถังใต้ ทำการพลีชีพตนเองพร้อมเรือธงที่เธอสร้างขึ้น เป็นการทำลายทรัพย์สินทางการทหารทั้งหมด ทำให้ ณ ขณะนี้ราชวงศ์ซ่ง ไม่มีเรือธง ,สูญเสียเสบียง,อาวุธ รวมถึงเงิน ทุกๆอย่างที่ต้องใช้ในการทำสงครามกับถังใต้ ทำให้ถังใต้ประสบความสำเร็จในการซื้อเวลาและชะลอแผนการบุกยึดได้ แต่เพราะอะไรหล่ะที่ทำให้คนทั้ง 4 คนนี้ กลายมาเป็นศัตรูของราชวงศ์ซ่งได้ ?
คนแรก เฟิงหยี เนื่องด้วยราชวงศ์ซ่ง โฟกัสแต่การพัฒนาทางใต้ รวมไปถึงการค้าขาย ทำให้การค้าทางทะเลทางเหนือที่เฟิงหยีดูแลสูญเสียคู่ค้า คนของเขาต่างตกทุกข์ได้ยาก และเขา ยังมีความเชื่อว่า จู อวี้ ภรรยาของเขาถูกสายลับของราชวงศ์ซ่งลอบสังหาร เมื่อ เว่ยอู่เชวีย นำอาหารมาให้เหล่าพี่น้องของเขา เขาจึงเข้าร่วมแผนการในทันที
เจิงเอ้อ เขาเติบโตมาในครอบครัวที่มั่งคั่ง ในวัยเด็กเขาเคยแบ่งปันอาหารให้ เฉิน อี้หลุน(ที่กลายเป็นผู้ดูแลกองเสบียงในเวลาต่อมา)แต่ทว่าพี่ชายของ เฉิน อี้หลุน เกิดความโลภ เขาได้นำกองโจรบุกปล้น ฆ่าล้างตระกูลของเจิงเอ้อ ภายหลังพบว่าเขาถูกช่วยเหลือโดย จู อวี้ นางเปรียบเสมือนมารดาของเขา และการที่ จู อวี้ ถูกสังหาร นั่นทำให้เขาสงสัยในราชวงศ์ซ่งเช่นกัน ฟางเส้นสุดท้ายคือ การที่ราชวงศ์ซ่งมอบดินแดนที่ตระกูลของเขาเคยปกครองให้กับพวกโจร เมื่อไม่มีอะไรจะเสีย เขาเลือกที่จะแก้แค้น โดย เว่ยอู่เชวีย ช่วยเขาโดยลักพาตัวเฉิน อี้หลุน มากักขังไว้ และมีป้าหาน(Aunt Hun) ช่วยแปลงโฉมเขา เมื่อสวมรอยเป็นเฉินอี้หลุนสำเร็จ เขาสามารถเคลื่อนย้ายเสบียงของเหล่าทหารเข้า-ออกได้ตามใจ โดยเอาไปแจกจ่ายชาวบ้านผ่านพวกจอมยุทธ และ อุดหนุนเข้าตลาดมืด
มู่หรงหยวน ความจริงแล้วเธอเป็นคนในครอบครัวทหาร ซึ่งผู้ที่เป็นพ่อบุญธรรม อย่าง หลี่ จวน จงรักภักดีต่อราชวงศ์โจวที่สุด (ราชวงศ์สุดท้ายยุคอู่ไต้ ก่อนจะถูกปฏิวัติโดยราชวงศ์ซ่ง) เขาได้ทำการก่อกบฏต่อ จ้าว กวงหยิน และก่อนจะทำการสู้รบกัน เขาได้ฝากลูกสาวแก่สหายร่วมรบ มู่หรง ยวนจ้าว ช่วยดูแล แต่ที่ขมยิ่งกว่านั้นคือ มู่หรง ยวนจ้าว เป็นคนที่ถูกสั่งให้ไปทำลายกองทัพกบฏเสียเอง มู่หรงหยวน จึงเชื่อว่าเขาเป็นคนที่ทำให้พ่อบุญธรรมของเธอต้องตาย เธอจับเขาขังไว้ใต้ท้องเรือ ทรมาณเขาด้วยยาพิษ เว่ยอู่เชวีย มีบทบาทในการเข้ามาเกลี้ยกล่อมเธอว่า ศัตรูที่แท้จริงคือราชวงศ์ซ่งต่างหาก
Daolord ตัวจริงเป็นเพียงเด็กผู้หญิงสามพี่น้อง (ฝู ,ชูว และ โจว) ในจีนคำพวกนี้แปลว่า โชคดี , มั่งคัง และ อายุยืนยาว ครับ , Daolord ไม่พอใจที่รัฐบาลออกคำสั่งรีดไถประชาชน พวกเธอเพียงต้องการช่วยเหลือผู้ยากจนเท่านั้น
เมื่อนำแรงจูงใจเหล่านี้มารวมกันแล้ว จะเกิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ๋ รวมไปถึงการที่เทพเจ้าแห่งความโลภที่เมื่อเห็นเงินถังมากมาย ยิ่งทำให้เขาทำร้ายราษฎรหนักข้อขึ้นไปอีก สิ่งนี้ทำให้ราษฎรโกรธแค้นสุดขีด ยังไม่รวมผู้ปกครองอาณาจักรถังใต้ หรือ ประกายแสงแห่งทักษิณ ที่แต่งบทประพันธ์ด้วยตัวเองให้เหล่าชาวบ้าน เพื่อใช้ขับเคลื่อนเหล่าราษฎรในเมืองกลายๆอีกด้วย...
วิดิโอเพลง
ในตอนจบของบทนี้ เว่ยอู่เชวีย(หยิงหยิง) เกิดการเปลี่ยนแปลงในจิตใจระหว่างที่กำลังดำเนินภารกิจ ความผูกพันกับยายเต่า(นางถูกช่วยจากข้างถนนโดยยายเต่า ให้ข้าวให้น้ำ) และเห็นความทุกข์ระทมของเหล่าชาวบ้าน เธอจึงแปรพักมาเป็นศัตรูกับผู้ปกครองอาณาจักรถังใต้แทน , เธอยังได้แนะนำ จ้าว กวงหยิน เรื่องการนำธนบัตรเข้ามาใช้ที่อาณาจักรซ่งอีกด้วย ธนบัตรช่วยแก้ปัญหาเหรียญทองแดงขาดแคลน ,รัฐบาลไม่ต้องกังวลเรื่องการยึดเหรียญเหล็กอีกต่อไป และ ราษฎรได้มีเงินในการใช้จ่าย เหตุการณ์นี้ทำให้ จ้าว กวงหยิน เลือกให้ความสำคัญกับราษฎรมากกว่าการทำสงคราม เขาได้ใช้งบคลังสมบัติเพื่อราษฎรอีกด้วย ทำให้ในท้ายที่สุดเราได้เห็นตอนจบที่ทุกคนมีความสุข อย่างน้อยในช่วงเวลานี้นั่นเองครับ
-----EP.3 The 4 Key Real Emperors in WWM : Power , War and Choice
ในเกม Where Wind Meet มีจักพรรดิที่มีตัวตนอยู่จริงๆอย่างน้อย 4คน ในวีดิโอนี้พูดถึง3คนก่อนครับ , จักพรรดิทั้ง3คนที่จะเล่านี้ ด้วยนิสัยแล้วเป็นคนที่ห่วงราษฎรของตนมาก ไฉหรง และ จ้าว กวงหยิน เกิดในฐานะคนธรรมดา ฉะนั้นพวกเขาจึงดีรู้ว่าความทุกเข็ญของราษฎรเป็นเช่นไร แล้วเพราะอะไรพวกเขาถึงต้องทำการยึดถังใต้ พวกเขาเป็นพวกชอบสงครามแต่แสร้งเป็นพ่อพระเหรอ ? ในเกมมีเควส Encounter “The Winter Gambit” บอกเหตุผลว่าเพราะอะไรถึงต้องบุกยึดถังใต้ ซึ่งผมบอกได้เลยว่า เพราะพวกเขาไม่มีทางเลือกครับ
ให้ท่านลองจินตาการว่าท่านคือจักพรรดิไฉหรง ที่พึ่งขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งราชวงศ์โจว แต่มีปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งคือ ปราการ เยี่ยน-อวิ๋น ยังคงถูกถือครองโดยเผ่าคิตัน ทำให้พื้นที่เมืองหลวงยังอยู่ในความไม่แน่นอน เพราะจะถูกเผ่าคิตันบุกเมื่อไหร่ก็ได้ ทำให้ตลอดเวลาที่ไฉหรงครองราชย์ เขาอยากยึดคืน เยี่ยน-อวิ๋น เป็นที่สุด
รูปภูมิศาสตร์
แผนการ
แผนที่1
เปิดศึกกับเผ่าคิตันทันที ณ บริเวณ เยี่ยน-อวิ๋น ซึ่งไม่ง่ายเลย เพราะอาณาจักรเป่ยฮั่น(ฮั่นเหนือ)ตอนนี้เป็นพันธมิตรกับเผ่าคิตันอยู่และสามารถส่งกองกำลังมาตัดเสบียงเราได้ขณะทำการรบ ถ้าจะทำการรบ ต้องยึดเป่ยฮั่นก่อน แต่ไฉหรงรู้ดีว่า ทรัพยากรที่มีตอนนี้ ไม่สามารถทำการรบใหญ่ได้ถึง 2 ครั้งนั่นเอง เขาต้องการดินแดน และราษฎรมากกว่านี้ ปัญหาอีกอย่างนั่นคือถังใต้ตอนนี้กำลังจะร่วมมือกับเผ่าคิตันเพื่อบุกเราด้วย เป็นการบีบเราจากทั้งสองฝั่งนั่นเอง
แผนที่2
รวมแผ่นดินทางใต้ สร้างเศรฐกิจที่แข็งแรงจากนั้นถึงค่อยบุกทางเหนือ และนี้คือวิธีที่ทั้ง 3 จักรพรรดิเลือกเหมือนกันนั่นเองครับ ในเควส จ้าว กวงหยินจะพูดว่า จะกินปลา ซึ่งหมายถึง ถังใต้ หรือจะกินลูกแกะ ซึ่งหมายถึงทางเหนือ โดยเควสนี้ได้แรงบรรดาลใจมาจากเหตุการณ์จริงๆด้วย จึงสรุปได้ว่า การยึดถังใต้ เป็นเรื่องจำเป็น ด้วยที่ว่า ประเทศจีนไม่เคยมีสันติและความเจริญรุ่งเรืองเลยเมื่อตอนที่ดินแดนต่างๆยังกระกัดกระจายกันอยู่ เมื่อจ้าว กวงยี่พูดถึงเรื่องประโยชน์ส่วนรวมในเกม นั่นเพราะเขาต้องการทำมันให้เกิดขึ้นได้จริงๆ สันติระยะยาวปะทะกับความวุ่นวายชั่วขณะ ย่อมเป็นสิ่งที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออกอยู่แล้ว
ไฉหรง ในประวัติศาสตร์จริงๆ ได้เปิดศึกกับถังใต้ถึง 3 ครั้ง ในเวลา 2ปี ยึดมาได้ถึง 14 เขตปกครอง รวมถึงบังคับจักรพรรดิอาณาจักรถังใต้ให้สละราชบัลลังก์อีกด้วย น่าเศร้าที่ไฉหรงครองราชย์ได้เพียง 5 ปีก็ตายด้วยอาการป่วยครับ

ในตัวเกม ไฉหรงตายในเวลาเดียวกัน (ค.ศ.959) แต่สาเหตุจะมาจากการถูกวางยาพิษ ส่วนรายละเอียดเราอาจต้องรออัพเดตของตัวเกมในอนาคตครับ เรื่องภารกิจยึดครอง เยี่ยน-อวิ๋น คือเรื่องจริง ส่วนพวก สำนักคมดาบเหนือหล้า(Hanging blade),พันธมิตรทางเหนือ(Northen vow)และ เทียน หยิง เป็นเรื่องแต่งครับ
จ้าว กวงหยิน (Big Zhou) ประวัติศาสตร์กล่าวว่าเขาเกิดมาในครอบครัวคนทั่วไป ในวัยเด็ก เขาฝึกยิงธนูและขี่ม้าในวัดเส้าหลิน และทำได้ดีกว่าเด็กรุ่นเดียวกันเสมอ เมื่ออายุ 21 ปี เขาได้เข้าเป็นพลทหารชั้นผู้น้อย เมื่ออายุ 26 ปี ช่วงที่ไฉหรงได้ขึ้นครองราชย์ ปี ค.ศ.954 ปีเดียวกับที่อาณาจักรฮั่นเหนือและเผ่าคิตันร่วมเป็นพันธมิตรกัน กองทัพของไฉหรงเกือบพลาดท่าแพ้ในการศึก แต่ จ้าว กวงหยินไม่ได้แสดงความหวาดหลัวต่อทหารฝ่ายศัตรู เขาควบม้าเข้าทำลายค่ายทหารฝ่ายศัตรู จัดการข้าศึก และพลิกสถานการณ์ได้ในที่สุด เมื่อกลับเข้าเมืองหลวง จ้าว กวงหยิน ถูกเลื่อนยศอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับทหารคนอื่นๆ ในครั้งนี้
ห้าปีต่อมา จักพรรดิไฉหรงทรงสวรรคต และโอรสอายุ 7 ปีขึ้นครองราชย์แทน เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่จ้าว กวงหยิน ได้รับแจ้งว่าเผ่าคิตันกำลังยกทัพมาบุกอีกครั้ง เขาพาทหารออกไปพร้อมกับเขาไปยังที่ราบเจี๋ยนเซียว คนสนิทของเขาคนนึงเริ่มพูดกับเหล่าทหารว่า “จักพรรดิของเราเป็นแค่เด็กเองนะ” เขาไม่พร้อมจะปกครองแผ่นดิน พวกเรามาสู้เพื่อแผ่นดิน แต่ใครจะรู้ !!?? ทำไมพวกเราไม่พลักดัน จ้าว กวงหยินเป็นจักพรรดิแทนก่อนจะเข้าสู่การรบละ ?
เช้าวันถัดมา จ้าวกวนยี่ ผู้เป็นน้องและกุนซือ จ้าวฝู จัดฉากขึ้นมาให้เหล่าทหารนำชุดคลุมสีเหลืองของวังหลวงสวมให้กับ
จ้าว กวงหยิน ขณะที่เขากำลังตื่นจากอาการเมาค้าง จากนั้นทุกคนคุกเข่าและเรียกเขาว่า "จักรพรรดิ" จ้าว กวงหยิงได้ยินเช่นนั้นรู้สึกรำคาญ และบอกพวกเขาเหล่านั้นว่า ข้าไม่เคยต้องการตำแหน่งจักพรรดินี้ แต่ถ้าพวกเจ้าต้องการให้ข้าเป็นจักรพรรดิ จงทำตามที่ข้าบอก “เมื่อพวกเราเข้าสู่วังหลวง ห้ามแตะต้องพระพันปีหลวง และองค์จักรพรรดิน้อย ,ห้ามทำร้ายขุนนางและห้ามหยิบของแม้สักชิ้นจากท้องพระคลัง” เหล่าทหารตอบตกลง และด้วยการจัดการอย่างเบ็ดเสร็จนี้ จ้าว กวงหยินเดินทางเข้าเมืองหลวงไคเฟิง ยึดครองราชย์บัลลังก์โดยปราศจากเลือดสักหยด โดยทุกคนให้ความร่วมมือย่างสันติ เขาได้ทำการก่อตั้งราชวงศ์ซ่งตอนอายุได้ 34 ปี และเพื่อไม่ให้มีผู้ใดกระทำการเช่นนี้กับตัวเขา เขาได้ทำการปลดยศนายทหารชั้นผู้ใหญ่ทุกคนเงียบๆ โดยมอบที่ดินและทรัพย์สมบัติให้ใช้อยู่กินยามเกษียณแทนนั่นเอง
นโยบายหลักของเขาคือการฟื้นฟูกฎหมายบ้านเมืองหลังผ่านยุคอู่ไต้ ปราบทุจริต สนับสนุนการเกษตรและผ้าไหม ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกของประเทศ และเปิดโอกาสให้ราษฎรทั่วไปเข้าสอบเป็นขุนนางในวังได้ โดยมาตรการดังกล่าวช่วยให้จีนฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว
จ้าว กวงยี่ จักรพรรดิองค์สุดท้ายในวีดิโอนี้ ในประวัติศาสตร์เขาเป็นผู้ตรวจการเมืองหลวงจริงๆ เขาขึ้นสืบทอดบังลังค์หลังจากพี่ชายของเขาตาย เขาสานต่อสิ่งที่จักรพรรดิองค์ก่อนทำไว้ ทั้งการริบอำนาจทางการทหารแบบเบ็ดเสร็จ และพัฒนาการคัดเลือกขุนนางจากราษฎรทั่วไป โดยบางครั้งเค้าเป็นคนคุมสอบเองด้วย รวมไปถึงจบการศึกที่ทำอยู่ทั้งหมด และยึดครองได้อีกหลายดินแดน แต่น่าเสียดายที่ยุคของเขาไม่สามารถยึด เยี่ยน-อวิ๋น คืนมาได้อย่างที่ต้องการนั่นเอง
-----Ep.4 Tian Ying : Three live , One Promise
หากท่านได้สำรวจดินแดนซิงเหอ(Qinghe)ท่านน่าจะพอได้ยินเรื่องของเทียน หยิง ผ่านหูมาบ้าง ตัวเขาต้องการอะไร และ กลายมาเป็นนักฆ่าได้ยังไง วีดิโอนี้มีคำตอบครับ
Beam of light
หลังเผ่าคิตันครอบครอง เยี่ยน-อวิ๋น ในปี ค.ศ.936 เทียนหยิงในวัยเด็กต้องกลายเป็นคนไรบ้าน ก่อนที่จะมีช่างตีเหล็กจากซิงเหอ รับเลี้ยงเขาไว้ ความต้องการของเขาไม่ซับซ้อน ขอแค่ได้กินอิ่ม และมีหลังคาคุ้มหัวก็เพียงพอ แต่สันติอยู่ได้ไม่นาน ในยุคอู่ไต้ เผ่าคิตันต้องการดินแดนเพิ่มขึ้นอีกมากมายและหนึ่งในนั้นคือซิงเหอ ,เทียนหยิงถูกหลอกและลักพาตัวโดยกลุ่มโจร ในขณะที่เขาพยายามหลบหนี ได้ปรากฏจอมยุทธท่านหนึ่งเข้าจัดการโจรทุกคน ชายคนนั้นกลายเป็นบุคคลต้นแบบของเทียนหยิงนับแต่นั้น , เหตุการณ์ผ่านมาหลายปี จนเขาได้เป็นสมาชิกสำนักคมดาบหนึ่งหล้าของไฉหรง และกำลังออกเดินทางปฎิบัติหน้าที่ในยุทธภพ เทียนหยิงได้ช่วยชีวิต หลี่เจินเจิน เอาไว้จากหมู่บ้านต้องคำสาป เธอเป็นสาวตาบอดที่ถูกจับมาทำพิธีกรรมแต่งงานล้างอาถรรพ์ ทำให้วันนั้นเองเขาได้กลายเป็นแสงสว่างของเธอในทันที
Suppresing Self Interest
ณ พระราชวังซึ่งอดีตเคยเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของจักรพรรดิ ไฉ หรงในวัยเยาว์ ถูกทิ้งร้างไปหลังพระองค์สวรรคต แม้ดูภายนอก จะเห็นเป็นสถานที่หรูหรา แต่ภายในจริงๆเป็นฐานทัพลับของสำนักคมดาบหนึ่งหล้าครับ ที่แห่งนี้เป็นที่ซ่อนจากตอนเหตุการณ์รุกรานของเผ่าคิตัน , เป็นที่ประชุมลับของเหล่าขุนนางระดับสูง และเป็นสถานที่ก่อตั้งสำนัก คมดาบหนึ่งหล้าอีกด้วย และในฐานใต้ดิน จะพบว่ามีชายคนหนึ่งซึ่งเป็นช่างตีดาบ ชื่อลักกี้17 ข้างๆเขาจะมีรูปปั้นหัวมังกร(หัวมังกรคือ loong คล้ายกับคำว่า Rong จาก Chai rong)พร้อมดาบที่กำลังจะตกมาใส่หัวมังกรตัวนั้นเนื่องจากไฉหรงเคยให้สัตย์สาบานไว้ว่า หากวันใดเขาทำการทรยศต่อชาติบ้านเมือง ให้ดาบเหล่านั้นตกลงมาปักที่ศรีษะของเขานั่นเอง
Keeping promise no matter what
ขณะเราสำรวจพระราชวังดังกล่าวอยู่ จะพบว่าชั้นสองของพระราชวัง ไม่มีบันไดลงไป นั่นเพราะชั้นสองถูกทำให้เป็นห้องลับที่ต้องใช้กลไลพิเศษจึงจะเข้าได้ ปลายสุดห้องลับมีโต๊ะทำงานของไฉหรงอยู่ บนโต๊ะนั้นมีแหวนวางอยู่1วง เป็นเรื่องราวที่หลายท่านอาจพลาดไป สิ่งนี้แสดงถึงการ “รักษาสัจจะ” , มีเรื่องเล่าว่า ชายสูงศักดิ์คนหนึ่งชื่อ จี่ซา ครั้งนั้นออกเดินทางในฐานะทูต ในระหว่างทางได้พบกับเจ้าเมืองฉู่ ท่านเจ้าเมืองชื่นชอบดาบที่จี่ซาพกติดตัวมาด้วยอย่างมาก เพราะสมัยนั้นดาบคือสัญลักษณ์ที่แสดงถึงสถานะในสังคม จี่ซาต้องการจะมอบดาบนั้นให้ท่านเจ้าเมือง แต่เขาทำไม่ได้เนื่องจากยังต้องทำภารกิจตนเองให้สำเร็จเสียก่อน หลังจากเดินทางกลับมา เขาได้ทราบข่าวว่าเจ้าเมืองฉู่เสียชีวิตแล้ว จี่ซาได้นำดาบดังกล่าวไปแขวนไว้ที่ต้นไม้ข้างหลุมศพเจ้าเมืองฉู่ เพราะตั้งแต่วันที่เขาให้สัจจะไป ดาบนั้นได้กลายเป็นของเจ้าเมืองฉู่แล้ว แม้ความตายก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ได้ บทละครนี้เป็นที่โด่งดังในจีนอย่างมากครับ
กลับมาที่เรื่องแหวน สิ่งนี้เป็นของขวัญที่เสนาบดี เว่ย เต๋าจี๋ เตรียมมอบให้กับองค์จักรพรรดิไฉหรง ก่อนสิ้นพระชนม์ เช่นเดี่ยวกับจี่ซา ,เว่ย เต๋าจี๋ได้ตั้งใจทิ้งแหวนไว้ที่นั่น เพื่อรักษาสัจจะนั่นเอง หลังจากนั้นเราจะพบว่า เทียนหยิง ทำแบบเดียวกันเพื่อรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับหลี่ เจินเจิน เขาได้รักษาสัญญาแม้มัจจุราชได้พรากเธอไปแล้วก็ตาม
Three Page Tain
เทียนหยิงเมื่อทราบว่าคนที่เคยช่วยเขาเมื่อวัยเด็ก เป็นสมาชิกสำนักคมดาบหนึ่งหล้าของไฉหรง เขาทำการสมัครเป็นสมาชิกและผ่านบททดสอบของสำนัก นี่เป็นกลุ่มที่เต็มไปด้วยยอดฝีมือ เพื่อคอยรับใช้องค์จักพรรดิไฉหรง , เทียน หยิงมีพรสวรรค์สูงมากในเรื่องศิลปะการต่อสู้ ปัญหาคือเขาเกลียดการอ่านมาก เป็นเหตุให้คนที่รู้จักเขาเรียกเขาว่า เทียน3หน้า เพราะไม่ว่าหนังสือเล่มไหน เขาอ่านไม่เคยเกิน3หน้าเสมอ
Seek no Fame
เทียนหยิงไม่เคยสนใจว่าคนอื่นจะมองเขายังไง เขายอมทำงานสกปรกได้ทุกอย่าง มีช่วงหนึ่งที่ชาวบ้านพากันไปกราบไหว้พระพุทธรูปในวัด ช่วงนั้นเป็นช่วงที่บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย(อู่ไต้) วัดแต่ละวัดครอบครองพื้นที่มากมายแต่ไม่ต้องจ่ายภาษี ชายทั่วไปหลายคนเริ่มออกบวช เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นกรรมกรและประทังชีวิตด้วยของทำบุญ ในขณะที่ราษฎรมากมายยังต้องอดอยาก
องค์จักรพรรดิไฉหรงได้ทดสอบพวกเขา พบว่าพระหลายรูปนั้นไม่อาจตอบคำถามพื้นฐานของพระพุทธศาสนาได้เลย อนึ่ง วัดมักใช้ทองแดงจำนวนมากในการหล่อพระพุทธรูป ทั้งๆที่ทองแดงในช่วงนั้นเป็นที่ต้องการในการผลิตอาวุธ ชุดเกราะเช่นกัน คุณอาจจะคิดว่า จักรพรรดิแค่ออกกฎและยึดของเหล่านั้นก็จบ แต่ไฉหรงต้องการให้ประชาชนยอมรับการเปลี่ยนแปลงด้วยความสมัครใจแทน
เขาร่วมมือกับเทียนหยิง ซึ่งเป็นจุดกำเนิดตัวตนปลอมแรกของเขานามว่า เหมี่ยวซาน ด้วย เขาใช้สเน่ห์ของเขาและเทคนิคในการพูดปลุกปั่น ว่าวัดอื่นเป็นสถานที่นอกรีต เขายังได้ใช้หยกเขียวในการสร้างอาทิตย์ทรงกรด ณ เจดีย์พุทธะ เป็นการสร้างปาฏิหาริย์ให้เหล่าชาวบ้านเห็น และหลังจากทำพิธีครบ7วัน เหรียญทองแดงจำนวนมากได้โพล่ออกมาจากมือพระพุทธรูป ผู้คนจึงเริ่มออกไปเผาวัดต่างๆหลอมพระพุทธรูป ส่วนราชสำนักได้ส่งคนไปเก็บเกี่ยวของเหล่านั้น เพื่อมาสร้างอาวุธชุดเกราะ สั่งสมกำลังไปต่อกรกับทัพศัตรูนั่นเอง องค์จักรพรรดิไม่ได้ข่มเหงประชาชนแต่ใช้อุบายเพื่อดูแลราษฎรแทน ถึงแม้จะเป็นการหลอกลวงครั้งใหญ่ก็ตาม
Spoil
สร้างเหตุการณ์อาทิตย์ทรงกรด
ตัวตนปลอมที่สองของเทียนหยิง คือ มือสังหารแห่งสถานีซิงเฟิง อย่างที่เคยกล่าวก่อนหน้านี้ ราชวงศ์โจวกำลังจะถูกรุกรานจากทั้งเผ่าคิตัน(ทางเหนือ) และ ถังใต้ การที่องค์จักพรรดิไฉหรงออกไปสู้รบกับเผ่าคิตัน จะเป็นการทิ้งเมืองหลวงให้ไร้การป้องกันแทน , ขณะเดียวกันเผ่าคิตันได้ส่งทูตมาเพื่อเจรจาร่วมมือกับถังใต้ บดขยี้ราชวงศ์โจว เทียนหยิงเสนอแผนการว่า อย่าพึ่งฆ่าทูตขณะอยู่ในอาณาจักรเรา แต่ให้ฆ่าในอาณาจักรถังใต้ เพียงแค่นี้จะเป็นอุบัติเหตุทางการทูตและส่งผลให้เผ่าคิตันไม่ไว้ใจถังใต้อีกต่อไป เมื่อเริ่มแผนการ เทียนหยิงได้ลบตัวตนเหมี่ยวซานออกไปจากยุทธภพนี้ และได้ซ่อนหยกพุทธา 2ชิ้น ที่ใช้เปิดทางเข้าเจดีย์พุทธะ ไว้ที่ทะเลพุทธะ กับ ลัคกี้17 แผนการลอบสังหารทูตคนดังกล่าว เขาไม่ต้องการให้ใครรู้อีก จึงร่วมมือกัยยอดฝีมือที่ไว้ใจได้เพียงคนเดียวคือ เทพีจันทรา(หลี่ เจินเจิน) เขาขอให้เธอช่วยเฝ้าติดตามทูตเผ่าคิตันอย่างห่างๆและช่วยให้ไม่ถูกคนในยุทธภพฆ่าตายก่อนถึงถังใต้(จอมยุทธชาวซิงเหอที่โกรธแค้นเผ่าคิตันที่เคยรุกรานดินแดน) เพื่อที่เทียนหยิงจะลงมือฆ่าทูตคนนั้นด้วยตนเอง ซึ่งการจะทำเช่นนั้น หมายความว่าจำเป็นต้องเข่นฆ่าจอมยุทธฝ่ายเดียวกันนั่นเอง เทียนหยิงไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เทพีจันทรานั้น คือเจ้าสาวตาบอดที่เขาเคยช่วยไว้เมื่อ 10 ปีก่อน แต่เธอจำเสียงของเขาได้ และตอบตกลงทันที
หลังจากเธอทำภารกิจสำเร็จ มีจอมยุทธจำนวนมากทีไม่พอใจ ก่อนจะร่วมกลุ่มมาสังหารเธอ ณ ทะเลสาบแห่งหนึ่ง ขณะเดียวกัน เทียนหยิงที่ไม่รู้เรื่องราว เขาได้ทำทีนำม้าชั้นดี ไปให้ทูตคิตัน ก่อนพาเขาไปส่งที่ใจกลางอาณาจักรอย่างสวัสดิภาพ เทียนหยิงอาศัยช่วงเวลาที่ถังใต้จัดงานเลี้ยงต้อนรับทูตคิตัน ปลิดชีพทูตคนนั้นทันที จากนั้นเขาแปลงโฉมแฝงตัวในคุกถังใต้ พร้อมส่งจดหมายขอให้เว่ย เต๋าจี่ ส่งกำลังมาช่วย เว่ยเต๋าจี่จึงได้ส่ง เจียง วู่หลาง(เจียงเหยียน) ไปช่วย ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดก่อนตัวเกม 3 ปีนั่นเอง เขาหนีออกมาจากถังใต้ได้ และรีบเดินทางกลับซิงเหอเพื่อไปหา หลี่ เจินเจิน แต่เมื่อไปถึงสถานที่นัดหมายกลับพบว่านางได้ตายไปแล้ว ตัวเขามาพร้อมกับดวงตาหยกหนึ่งคู่ที่แกะสลักไว้ขณะติดคุกถังใต้ ที่เขาเคยให้สัญญาว่าจะนำมาให้นางนั่นเอง
[instagram]
https://www.instagram.com/reel/DSn86HykiAA/[/instagram]
ตัวตนปลอมที่สาม หลี่ จงดุ่ย เมื่อ MC เราสามารถเข้าไปในเจดีย์พุทธะโดยการรวมหยกพุทธะทั้ง2ชิ้นได้แล้ว เราจะได้พบกับเทียนหยิง เขาได้สังเกตเห็นกระบวนท่าของเราซึ่งคล้ายกับเจียง วู่หลาง จึงมั่นใจว่าเราเป็นคนเดียวกับที่เจียงเหยียนเล่าให้ฟังระทำงานร่วมกันที่ถังใต้ หลังจบการต่อสู้นั้นเขาได้แกล้งตาย และหายตัวไปอีกครั้ง เพราะได้เวลาเข้าสู่บทบาทใหม่ และเพื่อเป็นเกียรติแก่ หลี่ เจินเจิน เขาใช้นามสกุลเธอ และกลายมาเป็น หลี่ จงดุ่ย เดินทางจากซิงเหอมุ่งหน้าสู่แดนเหนือของเผ่าคิตัน เพื่อแผนแทรกซึมระยะยาวนั่นเอง
เดี๋ยวมาต่อครับ.....