ท่านเรวัช ลุยการเมืองเต็มตัว เตรียมนั่งหัวหน้าพรรครักเมืองไทย
พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปปส.) เปิดเผยผ่านช่อง YouTube “พรรครักเมืองไทยเรวัชหัวหน้า” ถึงความคืบหน้าในการเข้าสู่สนามการเมือง พร้อมเปิดที่มาของ “พรรครักเมืองไทย” แนวทางจัดทัพพรรค และนโยบายที่เตรียมนำเสนอประชาชน โดยประกาศจุดยืนเป็นพรรคของชาวบ้าน ไม่มีนายทุนหรือผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลัง พร้อมเตรียมนั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคด้วยตัวเอง
พล.ต.ท.เรวัช ระบุว่า ชื่อ “พรรครักเมืองไทย” มีที่มาจากกลุ่มแฟนคลับ (FC) ที่ช่วยกันตั้งชื่อและเผยแพร่ในโลกโซเชียล
ซึ่งเป็นชื่อที่ตนชื่นชอบ ก่อนหน้านี้มีผู้ใหญ่ที่เคารพเสนอจะยกพรรคการเมืองที่มีอยู่แล้วให้ แต่ตนปฏิเสธ เพราะต้องการดำเนินการด้วยตัวเอง
ต่อมาได้รับการเสนอจาก “กำนันบัญชา” รุ่นน้องชาวอำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ บ้านเกิดเดียวกัน ให้รับช่วง “พรรคท้องที่ไทย” โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมมีเงื่อนไขให้ พล.ต.ท.เรวัช เป็นหัวหน้าพรรค ส่วนกำนันบัญชาจะถอยไปดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และเปิดทางให้จัดโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรคใหม่ทั้งหมด
เดิม พล.ต.ท.เรวัช ตั้งใจเพียงรับตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค แต่เมื่อตัดสินใจเข้าสู่สนามการเมืองแล้ว จึงเลือกที่จะรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคและนำทัพหาเสียงด้วยตัวเอง
สำหรับขั้นตอนทางกฎหมาย พล.ต.ท.เรวัช ระบุว่า ได้โทรศัพท์ไปจองชื่อ “พรรครักเมืองไทย” กับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมยื่นเรื่องเปลี่ยนชื่อพรรค รวมถึงจัดประชุมใหญ่เพื่อเปลี่ยนหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหาร โดยพรรคเดิมมีสมาชิกประมาณ 13,000 คน และมีสาขาพรรค 5 สาขา
พล.ต.ท.เรวัช ประกาศจุดยืนว่า พรรคจะเป็น “พรรคของชาวบ้าน” ไม่มีนายทุนและไม่มีบุคคลอยู่เบื้องหลัง โดยค่าใช้จ่ายในการทำป้ายและค่าน้ำมันสำหรับเดินทางหาเสียง จะอาศัยเงินสนับสนุนจากพวกพ้องและกลุ่มแฟนคลับ
ขณะที่การคัดเลือกกรรมการบริหารพรรคและผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ จะเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มอายุประมาณ 25-26 ปี เข้ามามีบทบาท พร้อมผสมผสานคนรุ่นเก่าที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ทำหน้าที่เสมือน “กัปตันเรือ” คอยประคับประคองและถ่ายทอดประสบการณ์
สำหรับนโยบายหลัก พล.ต.ท.เรวัช ระบุว่า หนึ่งในปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขคือยาเสพติด โดยต้องการปราบปรามอย่างจริงจัง ควบคู่กับการนำผู้เสพที่ประเมินว่ามีอยู่ประมาณ 2-3 ล้านคน เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้กลับไปเสพซ้ำ
อีกนโยบายสำคัญคือการปราบปรามการทุจริต โดยยืนยันว่าจะยึดความซื่อสัตย์สุจริต ตัดสินถูกผิดตามกฎหมายและพยานหลักฐาน ไม่ช่วยเหลือพรรคพวกหรือเพื่อนฝูงหากกระทำความผิด
ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.เรวัช ยังแสดงจุดยืนเรื่องสิทธิของผู้ครอบครองอาวุธปืนอย่างถูกกฎหมาย โดยไม่เห็นด้วยกับแนวคิดริบอาวุธปืนหรือจำกัดสิทธิของประชาชนที่ครอบครองปืนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมมองว่า ตราบใดที่รัฐยังไม่สามารถคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากอาชญากรรมได้อย่างทั่วถึง ประชาชนก็ควรมีสิทธิครอบครองอาวุธเพื่อป้องกันตัวภายใต้กรอบกฎหมาย
ด้านการเกษตร พล.ต.ท.เรวัช เสนอแนวคิดไม่ให้นำเข้าผลผลิตทางการเกษตรบางประเภทที่ประเทศไทยสามารถผลิตหรือเลี้ยงได้เอง เช่น สุกรและไก่ เพื่อปกป้องเกษตรกรไทย พร้อมให้ความสำคัญกับการดูแลราคาพืชผลหลัก ทั้งข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และมันสำปะหลัง
“หลักใหญ่ ๆ เข้าไปจะปราบปรามการทุจริต ปราบปรามยาเสพติด”
ช่วงท้าย พล.ต.ท.เรวัช เปิดเผยความในใจถึงการตัดสินใจเข้าสู่การเมือง โดยยอมรับว่ามีทั้งเพื่อนสนิทและคนรอบข้างบางส่วนมองว่าอาจไม่ประสบความสำเร็จ แต่ยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อ เพราะต้องการเข้ามามีส่วนแก้ปัญหาประเทศ โดยเฉพาะปัญหาการซื้อเสียง
พร้อมเปิดให้ตรวจสอบประวัติการรับราชการตำรวจ โดยระบุว่า ตลอดเส้นทางราชการไม่เคยถูก ป.ป.ช. สอบสวน หรือถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง
https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87/282798