ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 10 Sep 2009
ตอบ: 2109
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Sep 02, 2026 13:34
[MUFC บ่น] ส่งลงสนามแต่ไม่มอบอาวุธ! ตลาดนักเตะ กับคำถามใหญ่ถึงบอร์ด...คุณซัพพอร์ต "คาร์ริค" ดีพอหรือยัง?


ส่งลงสนามแต่ไม่มอบอาวุธ! ตลาดนักเตะ กับคำถามใหญ่ถึงบอร์ด...คุณซัพพอร์ต "คาร์ริค" ดีพอหรือยัง?

KEY POINTS

คะแนนตลาดซื้อขาย(6/10):
INEOS เสริมกองกลางเข้ามา 3 คน (บาเลบา, ซานโตส, ตีเลอมันส์) แต่ไม่มีใครเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งตั้งแต่แรก

แผลใหญ่ขุมกำลัง:
- แบ็กซ้ายวิกฤต: มี ลุค ชอว์ อาชีพคนเดียว (ที่โดนเผายับใน 2 นัดแรก) พึ่งพาแค่ดาวรุ่งอย่าง แฮร์รี อามาส
- ขายนักเตะไม่ได้: ปล่อยออกได้แค่ รัสมุส ฮอยลุนด์ ส่งผลโดมิโนให้ไม่มีงบซื้อแนวรุกใหม่ จนต้องจำใจดึง มาร์คัส แรชฟอร์ด กลับเข้าสู่ทีม
- ความพร้อมแนวรุก/หลัง: เบนจมิน เซสโก้ ขาดปรีซีซั่น ส่วนเซนเตอร์แบ็ก 5 คนก็มีแต่ดาวรุ่งและพวกเจ็บเรื้อรัง

คำถามใหญ่ถึง INEOS:
ล้มเหลวและย้อนแย้งในเชิงนโยบาย ทั้งกรณี แดน แอชเวิร์ธ, เอริก เทน ฮาก, รูเบน อโมริม มาจนถึง คาร์ริค ที่ประเมิน 6 เดือน แต่กลับใช้งบ Net Spend ประมาณ 113 ล้านปอนด์ แล้วทิ้งให้กุนซือลุย 4 รายการด้วยทีมที่ไม่สมบูรณ์

เป้าหมายที่ต้องจับต้องได้:
พรีเมียร์ลีก: อันดับดีกว่าเดิม + ลดช่องว่างคะแนนจากทีมแชมป์, UCL: เข้ารอบน็อคเอาท์ (รอบ 8 ทีมคือโบนัส), ฟุตบอลถ้วย: ทะลุเข้าสู่รอบลึกๆ

สิ่งที่ต้องมี (Identity): รูปแบบการเล่นดุดันมีทรง, แดนกลางคุมจังหวะเกมเด็ดขาด และทัศนคติของนักเตะที่สู้ยิบตา


บทความ

ตลาดซื้อ-ขายนักเตะปิดฉากลงไปแล้ว และฤดูกาลใหม่ก็ผ่านไป 2 นัดแล้ว พร้อมกับก้าวสำคัญของ ไมเคิล คาร์ริค ในฐานะผู้จัดการทีมถาวร แต่สิ่งที่น่าถอนหายใจที่สุดในเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องแทคติกในสนาม แต่คือ "ทรัพยากร" ที่บอร์ดบริหารยื่นมาให้เขาใช้สู้ศึกตลอดซีซั่นนี้

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลที่ผ่านมา "ไมเคิล คาร์ริค" ก้าวเข้ามารับเผือกร้อนในฐานะกุนซือขัดตาทัพ ภารกิจหลักในตอนนั้นคือการประคองทีมและเข้ามา "แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า" ให้สถานการณ์ที่กำลังระส่ำระสายกลับมาทรงตัวได้อีกครั้ง

แต่สำหรับฤดูกาลใหม่ บริบทมันต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะนี่คือ "ฤดูกาลเต็มๆ" ครั้งแรกของเขาในฐานะผู้จัดการทีมอย่างเป็นทางการ มีเวลาเตรียมทีมพรีซีซั่น ได้เลือกใช้งานนักเตะ และเตรียมวางระบบตามปรัชญาของตัวเองแบบเต็มสูบ ทว่าสิ่งที่สโมสรมอบให้เขากลับเต็มไปด้วยคำถาม

สำหรับตลาดซื้อขายรอบนี้ สภาพขุมกำลังที่คาร์ริคต้องแบกรับ

เอาเข้าจริง ถ้าให้ประเมินผลงานในตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้ของสโมสร ผมให้คะแนนแค่ 6/10 เท่านั้นครับ เมื่อมองจากภาพรวมทั้งหมด

ข้อดีอย่างเดียวในตลาดรอบนี้
จะเรียกว่าข้อดี หรือ ไม่ก็แล้วแต่ อย่างน้อย การคว้าตัวกองกลางฝีเท้าดีเข้ามาเสริมทัพได้ถึง 3 คน (คาร์ลอส บาเลบา, อันเดรย์ ซานโตส, ยูรี ตีเลอมันส์) ซึ่งช่วยเติมมิติในแดนกลางให้ดูดีขึ้นมาหน่อย แต่ถ้ามองกันตามตรงในรายละเอียด ลึกๆ แล้วเราต่างก็รู้กันดีว่า ทั้งสามคนนั้นไม่มีใครเลยที่เป็น "เป้าหมายอันดับหนึ่ง" จริงๆ ที่ทีมวางเอาไว้ตั้งแต่แรก

วิกฤตตำแหน่งแบ็กซ้ายที่ถูกมองข้าม
น่าเหลือเชื่อว่าสโมสรกลับไม่ได้เซ็นแบ็กซ้ายอาชีพเข้ามาเพิ่มเลยสักคน ทั้งที่ขุมกำลังปัจจุบันมีตัวเก๋าใช้งานในชุดใหญ่แค่ ลุค ชอว์ "คนเดียว" เท่านั้น นัดพรีซีซั่น และ 2 นัดที่ผ่านมา ก็โดนฝั่งตรงข้ามเผาซะไม่เหลือ ส่วนตัวเลือกที่เหลือมีเพียงวิงแบ็กดาวรุ่งอีกหนึ่งคน แฮร์รี อามาส ซึ่งจนถึงตอนนี้เท่าที่ดู คิดว่าน้องน่าจะยังไม่พร้อมสำหรับเล่นทีมชุดใหญ่ของทีม แต่ที่แน่ๆ แมนยู เลือกที่จะไม่เสริมทีมในตำแหน่งนี้ในตลาดรอบนี้

ผลกระทบโดมิโนจากการปล่อยตัวนักเตะ
ตลอดทั้งตลาด เราปล่อยนักเตะชุดใหญ่ออกจากทีมได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้นนั่นคือ รัสมุส ฮอยลุนด์ ซึ่งมันกลายเป็นเอฟเฟกต์ล้ำหน้าชวนปวดหัวทันที เพราะเมื่อปล่อยแข้งรายอื่นออกไม่ได้ งบประมาณและเพดานค่าเหนื่อยที่จะนำมาใช้เซ็นแนวรุกคนใหม่เข้ามาเติมความคมก็ต้องหยุดชะงักลง สุดท้ายเรื่องราวกลายเป็นละครตลกร้ายที่ทีมต้องจำใจดึงนักเตะที่มีปัญหาเรื่องทัศนคติอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด กลับเข้าสู่ทีม เพียงเพราะเราไม่สามารถขายเขาออกไปให้ใครได้

แต่ถึงอย่างนั้น ในเมื่อการย้ายทีมไม่เกิดขึ้น และเขายังคงสวมเสื้อปีศาจแดงลงสู่สนาม ในฐานะแฟนบอล ขอแค่ตราบใดที่ก้าวลงไปแข่งขัน แล้วแสดงความทุ่มเท วิ่งสู้เพื่อสโมสรอย่างเต็มที่ ผมก็พร้อมจะสนับสนุนและเชียร์เต็มที่เหมือนเดิม

ช่องโหว่ลามไปถึงแนวรุกและกองหลัง
ฝั่งกองหน้า เบนจมิน เซสโก้ กองหน้าตัวหลัก ก็ไม่ได้ลงซ้อมช่วงปรีซีซั่นกับทีมเลยสักนัด ขณะที่ตัวสำรองที่มีอยู่ก็ชัดเจนว่าศักยภาพยังดีไม่พอสำหรับระดับพรีเมียร์ลีก หันไปดูเซนเตอร์แบ็ก 5 คนที่มี สองคนก็ยังเป็นเพียงดาวรุ่งที่ไม่ควรต้องรับแบกความกดดันลงตัวจริงทุกสัปดาห์ ส่วนอีก 2 คนก็มีประวัติอาการบาดเจ็บเรื้อรังรบกวนจนน่ากังวล เหลือที่พึ่งพาได้จริงๆ ไม่กี่คน

การขาดมิติเชิงกายภาพระดับลุ้นแชมป์
ปัญหาเรื้อรังเดิมๆ อย่างเรื่อง "ความเร็ว ความแข็งแกร่ง และความฟิตดุดัน" ทั่วทั้งทีม ก็ยังคงไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ซึ่งขุมกำลังที่ขาดพลังงานและมิติเชิงกายภาพแบบนี้ มันยังห่างไกลจากมาตรฐานของทีมที่จะยืนระยะลุ้นแชมป์ได้อย่างมั่นคงและยาวนาน

เป็นการวางแผนขุมกำลังที่ "ยอดเยี่ยมจริงๆ" (ประชด) จาก เจสัน วิลค็อกส์, โอมาร์ เบอร์ราดา และทีมงานของพวกเขา เมื่อตลาดซื้อขายปิดลงแล้ว และไม่รู้ทำไมเราถึงยังต้องเข้าสู่ฤดูกาลใหม่โดยมีช่องโหว่เรื้อรังเต็มทีมไปหมด พูดกันตรงๆ ไมเคิล คาร์ริค สมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้มาก และผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่ามาตรฐานที่แสนจะธรรมดาและครึ่งๆ กลางๆ ขนาดนี้ กลับถูกยอมรับได้อย่างง่ายดายในสโมสรอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

คำถามใหญ่ถึงการตัดสินใจของกลุ่ม INEOS กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หากมองย้อนกลับไปในการทำงานของบอร์ดบริหารชุดนี้ มันเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามมากมาย

กรณี แดน แอชเวิร์ธ
เสียเวลาตามล่าตัวตั้งนานสองนาน ทำเหมือนเขาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย พอได้ตัวมา ผ่านไปไม่กี่เดือนก็ปลดออกจากตำแหน่ง

กรณี เอริก เทน ฮาก
ใช้เวลาหลายสัปดาห์ทบทวนตำแหน่งจนดูเหมือนตัดสินใจแล้วว่าควรอ่อยออก แต่พอเขาพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ก็เปลี่ยนทิศทางแบบ 180 องศา เลือกเก็บ เทน ฮาก ไว้ สุดท้ายก็ปลดเขาออกหลังจากเริ่มฤดูกาลใหม่ได้แค่ไม่กี่เดือนอยู่ดี

กรณี รูเบน อโมริม
ทั้งที่ INEOS รู้อยู่แก่ใจว่ากำลังจะได้ตัวกุนซือที่ยึดมั่นกับระบบหลังสามแบบสุดตัว พวกเขาประเมินและตัดสินใจเองว่านี่คือคนที่ใช่ แต่ผ่านไปแค่ไม่กี่เดือน อโมริม ก็ต้องแยกทางไปอีกคน ซึ่งเหตุผลส่วนหนึ่งก็เพราะเขาไม่ยอมเปลี่ยนปรัชญาฟุตบอลแบบเดิม ซึ่งเป็นปรัชญาที่ INEOS รู้จักดีตั้งแต่นานแล้ว

กรณีของ คาร์ริค
บอกแฟนบอลว่าจะไม่รีบร้อน ขอเวลา 6 เดือนเพื่อประเมินทุกอย่างรอบด้าน แต่หลังจากผ่านการประเมินทั้งหมด กลับมอบสัญญาถาวรให้กับ ไมเคิล คาร์ริค ที่นั่งทำงานอยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว

โอเค ไม่เป็นไร ถ้าวิเคราะห์มา 6 เดือนแล้วเชื่อว่าคาร์ริคคือคนที่ใช่ ก็น่าจะ "ซัพพอร์ต" เขาให้เต็มที่ ทว่าเรากลับปิดตลาดนักเตะด้วยยอดใช้จ่ายสุทธิ (Net spend) ประมาณ 113 ล้านปอนด์ พร้อมช่องโหว่ที่เห็นได้ชัดในทีม มีแบ็กซ้ายอาชีพชุดใหญ่แค่ "คนเดียว" ที่ต้องแบกรับศึกหนัก 4 รายการ ที่ต้องลงเล่น (พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก, เอฟเอ คัพ และ คาราบาว คัพ)

เปลี่ยนผู้จัดการทีมไม่ซ้ำหน้า ประเมินผลกี่รอบ ก็นำไปสู่แผนงานที่ไม่เหมือนเดิม ถึงอย่างนั้น สโมสรก็ยังคงทิ้งให้ผู้จัดการทีมตกอยู่ในภาวะขาดแคลนทรัพยากรอยู่เสมอ แล้วก็ทำเป็นตกใจเวลาที่อะไรๆ เริ่มผิดพลาดย่ำแย่ลง ถ้า ไมเคิล คาร์ริค ต้องเจอปัญหาฟุตบอลสะดุดในฤดูกาลนี้ ก็ขอให้จำไว้เลยว่าพวกเราส่งเขาลงสนามไปสู้ด้วยสภาพแบบไหน


ความคาดหวังในฤดูกาลนี้: แชมป์ยังไม่หวัง แต่เป้าหมายต้องจับต้องได้

เมื่อมองจากขุมกำลังและโครงสร้างที่บริหารจัดการกันมาแบบนี้ การคาดหวังให้คาร์ริคเสกถ้วยแชมป์ได้ทันทีคงเป็นการโยนความกดดันที่เกินจริง แต่ในฐานะแฟนบอล ผมยังคงมีเป้าหมายที่อยากเห็นในฤดูกาลนี้

พรีเมียร์ลีก (Premier League):
ต้องจบด้วยอันดับที่ดีกว่าฤดูกาลที่แล้ว และที่สำคัญที่สุดคือต้อง ลดช่องว่างของคะแนน ระหว่างทีมเรากับทีมกลุ่มลุ้นแชมป์ให้น้อยลง ไม่ใช่ปล่อยให้โดนทิ้งห่างขาดลอยตั้งแต่ครึ่งฤดูกาล

ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก (UCL):
มาตรฐานขั้นต่ำคือต้อง เข้ารอบน็อคเอาท์ ให้ได้ ส่วนถ้าสามารถทะลุไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ เราจะถือว่านั่นคือ "โบนัส" ชิ้นโตสำหรับทีมชุดนี้

ฟุตบอลถ้วยในประเทศ (FA Cup / EFL Cup):
คาดหวังให้ทีมทะลุเข้าถึง รอบลึกๆ เพื่อลุ้นพื้นที่ถ้วยรางวัลและสร้างโมเมนตัมแห่งชัยชนะ

สิ่งที่อยากเห็น คือ "แนวทางการทำทีมที่ชัดเจน"

เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ผมอยากจะเห็นมากที่สุดในฤดูกาลนี้ คือ "Identity" หรือ อัตลักษณ์ของทีม คาร์ริคต้องแสดงให้เห็นว่าฟุตบอลในแบบฉบับของเขาคืออะไร

รูปแบบการเล่นที่มีทรง
หมดยุคใช้แทคติกแก้ผ้าเอาหน้ารอดเหมือนตอนเข้ามาขัดตาทัพเพื่อเอาตัวรอดไปวันๆ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องได้เห็นการเข้าทำที่มีแบบแผนและผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างซ้ำๆ ชัดเจนว่าจังหวะไหนควรตั้งเกมบิลด์อัพ จังหวะไหนควรดันสูงเพรสซิ่งแดนบน และที่สำคัญที่สุดคือ เราอยากเห็นสไตล์ฟุตบอลที่ดุดัน ตื่นเต้น สวยงาม และทรงพลังในแบบฉบับที่สาวกปีศาจแดงคู่ควรได้เห็นเสียที

การคุมเกมที่เด็ดขาด
ในฐานะที่คาร์ริคเคยเป็นมิดฟิลด์ระดับมันสมอง เราจึงคาดหวังสูงมากว่าจะได้เห็นการยกระดับแผงแดนกลางอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการสร้างสรรค์โอกาสเข้าทำ, การจ่ายบอลก้าวหน้าบุกเข้าใส่คู่แข่ง ตลอดจนการครองบอลเหนียวแน่นและการแกะเพรสซิ่ง ยิ่งไปกว่านั้น แดนกลางยุคนี้ต้องแสดงให้เห็นถึงความเก๋าในการคุมจังหวะเกม รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเร่งเครื่องบุกฆ่า และเมื่อไหร่ควรดึงจังหวะเพื่อปิดเกมให้เด็ดขาด

ทัศนคติและแพสชั่น
แม้ผลการแข่งขันอาจมีสะดุด แต่ภาษากายของนักเตะในสนามต้องสะท้อนให้เห็นว่าพวกเขากำลังสู้ยิบตาและเชื่อมั่นในแทคติกของโค้ช

สรุปทิ้งท้าย
ฤดูกาลนี้ผมมองว่า "เป็นฤดูกาลแห่งการวางรากฐาน" อย่างแท้จริงครับ ขอแค่ทุกนัดที่ลงเตะ แฟนบอลอย่างผมได้เห็นพัฒนาการ ได้เห็นทีมเดินไปข้างหน้าอย่างมีจุดหมาย แม้จบฤดูกาลจะมือเปล่า แต่ถ้า "ทรงบอลมา ทิศทางชัด อันดับขยับ" เชื่อว่าแฟนบอลทุกคนพร้อมที่จะสนับสนุนและให้เวลาคาร์ริคแน่นอน แม้ว่าบอร์ดบริหารจะส่งเขาลงไปสู้ด้วยทรัพยากรที่ครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้ก็ตาม

ผิดพลาดตรงไหนแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้นะครับ



9
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ

THE 90+ #THE90Plus #MoreThanJustAGame #มากกว่าแค่เกม
เพจอัพเดทข่าวฟุตบอล https://www.facebook.com/The90PlusFC
icon-mybid
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Sep 2021
ตอบ: 254
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Sep 02, 2026 14:01
[RE: [MUFC บ่น] ส่งลงสนามแต่ไม่มอบอาวุธ! ตลาดนักเตะ กับคำถามใหญ่ถึงบอร์ด...คุณซัพพอร์ต "คาร์ริค" ดีพอหรือยัง?]
คิดดูขนาดฝนตกหลังคารั่ว มันยังไม่ซ่อมเลย ตลาดนักเตะเหรอเน้นถูกไม่เน้นคุณภาพ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 Sep 2013
ตอบ: 2539
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Sep 02, 2026 14:03
ปล่อยออกได้แค่ ฮอยลุนด์, วิเทค, คอลลิเยอร์, บายินดีร์

แรชฟอร์ดไม่ได้จำใจจะดึงกลับ แต่ไม่มีใครเอา+ไม่ยอมไปตุรกี
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
แก้ไขล่าสุดโดย Azparagus เมื่อ Wed Sep 02, 2026 14:03, ทั้งหมด 1 ครั้ง
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 10 Sep 2009
ตอบ: 2109
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Sep 02, 2026 14:13
Re: [MUFC บ่น] ส่งลงสนามแต่ไม่มอบอาวุธ! ตลาดนักเตะ กับคำถามใหญ่ถึงบอร์ด...คุณซัพพอร์ต "คาร์ริค" ดีพอหรือยัง?
Azparagus พิมพ์ว่า:
ปล่อยออกได้แค่ ฮอยลุนด์, วิเทค, คอลลิเยอร์, บายินดีร์

แรชฟอร์ดไม่ได้จำใจจะดึงกลับ แต่ไม่มีใครเอา+ไม่ยอมไปตุรกี  

ใช่ครับ ประมาณนี้ครับ

เสริมทีมแบบนี้แฟนผีปวดหัว! สรุปตลาดซื้อขายซัมเมอร์ 2026/27 ของแมนฯ ยูไนเต็ด

สรุปตลาดซื้อขายนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ซัมเมอร์ 2026/27

นักเตะย้ายเข้า (Signings) รวมประมาณ 164 ล้านปอนด์
- คาร์ลอส บาเลบา (ไบรท์ตัน) - 70 ล้านปอนด์
- อันเดรย์ ซานโตส (เชลซี) - 50 ล้านปอนด์
- ยูรี ตีเลอมันส์ (แอสตัน วิลลา) - 35 ล้านปอนด์
- ไทแนน ทอมป์สัน (สเปอร์ส) - 8 ล้านปอนด์
- คริสเตียน โอรอซโก (ฟอร์ตาเลซา) - 1 ล้านปอนด์
- คาร์ล ดาร์โลว์ (ลีดส์) - ฟรี
- คิท มาร์เก็ตสัน (สวอนซี) - ฟรี

นักเตะย้ายออก (Sales/Loans) - รวมประมาณ 50 ล้านปอนด์
- รัสมุส ฮอยลุนด์ (นาโปลี) - 38 ล้านปอนด์
- ราเด็ค วิเท็ก (มิดเดิลสโบรห์) - 7 ล้านปอนด์ (+ Add on 7 ล้านปอนด์)
- โทบี คอลลีเยอร์ (เวสต์บรอมวิช) - 3 ล้านปอนด์
- ไทเลอร์ เฟรดริกสัน (โลซานน์-สปอร์ต) - 2.5 ล้านปอนด์
- คาเซมีโร (อินเตอร์ ไมอามี) - ฟรี
- เจดอน ซานโช / ไทเรลล์ มาลาเซีย / มาลาคาย ชาร์ป - หมดสัญญา
- ซอนนี อัลจอฟรีย์ / เจมส์ เบลีย์ - ปล่อยฟรี
- อีธาน เอนนิส / หลุยส์ แจ็กสัน / เจมส์ สแคนลอน / อีธาน วิลเลียมส์ / ฮาบีบ โอกุนเนเย - ไม่เปิดเผยค่าตัว
- อองเดร โอนานา (แทร็บซอนสปอร์) / อัลทาย บายินดีร์ (เซลตา บีโก) / เจคอบ เดวานีย์ / อีไลจ์ แฮร์ริสัน / โซโลมอน ฮอนเนอร์ / เซกู โกเน / อีธาน วีทลีย์ - ยืมตัว

สรุปงบประมาณสุทธิ (Net Spend Summary)

- ยอดรวมรายจ่าย (Total Spend): 164 ล้านปอนด์
- ยอดรวมรายรับ (Total Sales): 50 ล้านปอนด์
- รายจ่ายสุทธิ (Net Spend): -113 ล้านปอนด์
โพสต์บน Soccersuck V2
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

THE 90+ #THE90Plus #MoreThanJustAGame #มากกว่าแค่เกม
เพจอัพเดทข่าวฟุตบอล https://www.facebook.com/The90PlusFC
ออฟไลน์
แข้งลีกเอิง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Mar 2018
ตอบ: 6545
ที่อยู่: Thailand
โพสเมื่อ: Wed Sep 02, 2026 15:26
[RE: [MUFC บ่น] ส่งลงสนามแต่ไม่มอบอาวุธ! ตลาดนักเตะ กับคำถามใหญ่ถึงบอร์ด...คุณซัพพอร์ต "คาร์ริค" ดีพอหรือยัง?]
3 ทีมขึ้นชั้นพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
อิปสวิช ขาเข้า220.6 ล้านยูโร ขาออก19.3 ล้านยูโร ใช้จ่ายสุทธิ201.3 ล้านยูโร
โคเวนทรี ขาเข้า148.5 ล้านยูโร ขาออก5.1 ล้านยูโร ใช้จ่ายสุทธิ143.4 ล้านยูโร
ฮัลล์ซิตี้ ขาเข้า146.5 ล้านยูโร ขาออก14.5 ล้านยูโร ใช้จ่ายสุทธิ132.0 ล้านยูโร

3ทีมขึ้นชั้นยังใช้เงินมากกว่าแมนยูที่เซอร์จิมมันประกาศจะคว้าแชมป์ครบรอบ150ปี คือปี2570คือฤดูกาลหน้า
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบจ.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Oct 2020
ตอบ: 3391
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Sep 02, 2026 15:44
Re: [MUFC บ่น] ส่งลงสนามแต่ไม่มอบอาวุธ! ตลาดนักเตะ กับคำถามใหญ่ถึงบอร์ด...คุณซัพพอร์ต "คาร์ริค" ดีพอหรือยัง?
ผมงงเรื่องแผนงานนี่แหละ แบบว่าไอ้แผน2 แผน3 อย่างแบ็คซ้ายไม่ได้ฮอลล์ก็ยอมรอซัมเมอร์หน้าอะไรงี้
โพสต์บน Soccersuck V2
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 10 Sep 2009
ตอบ: 2109
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Sep 02, 2026 16:11
Re: [MUFC บ่น] ส่งลงสนามแต่ไม่มอบอาวุธ! ตลาดนักเตะ กับคำถามใหญ่ถึงบอร์ด...คุณซัพพอร์ต "คาร์ริค" ดีพอหรือยัง?
Tito777 พิมพ์ว่า:
ผมงงเรื่องแผนงานนี่แหละ แบบว่าไอ้แผน2 แผน3 อย่างแบ็คซ้ายไม่ได้ฮอลล์ก็ยอมรอซัมเมอร์หน้าอะไรงี้  


PR มาแล้วครับ เพื่อลดกระแส 55+

REPORT: ผ่าแผน 3 ระยะปีศาจแดง: ชะลอซื้อแบ็กซ้าย ซัมเมอร์หน้าเตรียมยกเครื่องกองหลังยกชุด

ปิดตลาดรอบนี้ไป แฟนบอลหลายคนอาจจะแฮปปี้กับกองกลาง(จริงเหรอ)และแดนหน้า แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคงหนีไม่พ้น "ตำแหน่งแบ็กซ้าย" ที่สโมสรตัดสินใจไม่เร่งเสริมทัพตามแผนเดิม จนอาจกลายเป็นระเบิดเวลาของทีมในฤดูกาลนี้

แผนผ่าตัดทีม 3 เฟส (เป้าหมายแชมป์ปี 2028):

ทีมบริหารฟุตบอลชุดใหม่ของแมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ ได้วางแนวทาง 3 ระยะในการปรับโครงสร้างทีม โดยมีเป้าหมายเพื่อคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้ภายในปี 2028

- เฟสแรก การยกเครื่องแนวรุก:
เสริมแนวรุกเป็นแผนงานเมื่อปีที่แล้ว โดยแมนยูดึงตัว มาเทอุส คุนญา, ไบรอัน เอ็มเบอโม และ เบนจมิน เซสโก มาร่วมทีมด้วยมูลค่ารวม 207 ล้านปอนด์

- เฟสสอง ผ่าตัดกองกลาง:
สำหรับซัมเมอร์นี้ จุดโฟกัสหลักคือการผ่าตัดกองกลาง โดยได้ อังเดร ซานโตส, ยูรี ตีเลอมันส์ และ คาร์ลอส บาเลบา มาร่วมทีมด้วยค่าตัวรวม 155 ล้านปอนด์ เพื่อมาประสานงานร่วมกับ ค็อบบี เมนู, เมสัน เมาท์ และ บรูโน แฟร์นันด์ส

- เฟสสุดท้าย ยกเครื่องแนวรับ
ส่วนเฟสสุดท้ายของโปรเจกต์ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณรวมทั้งหมดเกินกว่า 500 ล้านปอนด์ จะไปเน้นที่การยกเครื่องแนวรับในซัมเมอร์หน้า ชอว์, มาร์ติเนซ และ แม็กไกวร์ กำลังจะหมดสัญญาในปีหน้า ส่วน เดอ ลิกต์ ก็ยังมีอาการบาดเจ็บรบกวน อาจต้องลงตลาดกว้านซื้อทั้งเซนเตอร์และฟูลแบ็กใหม่รวมกันถึง 4 คน


ความเสี่ยงตำแหน่งแบ็กซ้าย

ทีมตัดสินใจไม่เร่งซื้อแบ็กซ้ายใหม่ ระดับท็อปอย่าง ลูอิส ฮอลล์ ทำให้เหลือ ลุค ชอว์ ในวัย 31 ปี เป็นแบ็กซ้ายอาชีพคนเดียวในทีมของ ไมเคิล คาร์ริค

แม้จะพยายามหาตัวเลือกชั่วคราว/ยืมตัวในวันสุดท้ายของตลาดแต่ไม่สำเร็จ มีชื่อของ ฮอร์เก ซาลินาส (ราซิง ซานตานเดร์), อเลฮานโดร บัลเด (บาร์เซโลนา), รายาน เอต-นูรี (แมน ซิตี้)

เมื่อไม่ได้แบ๊คซ้ายคนใหม่ คาร์ริค จึงอาจต้องจำใจแก้ปัญหาด้วยการจับ ดาโลต์, มาซราอุย หรือ มาร์ติเนซ มาขัดตาทัพแทน

Credit: James Ducker
โพสต์บน Soccersuck V2
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

THE 90+ #THE90Plus #MoreThanJustAGame #มากกว่าแค่เกม
เพจอัพเดทข่าวฟุตบอล https://www.facebook.com/The90PlusFC
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 19 Jan 2022
ตอบ: 2284
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Sep 02, 2026 17:53
Re: [MUFC บ่น] ส่งลงสนามแต่ไม่มอบอาวุธ! ตลาดนักเตะ กับคำถามใหญ่ถึงบอร์ด...คุณซัพพอร์ต "คาร์ริค" ดีพอหรือยัง?
ถ้าคิดว่าขายไม่ออกเลย
แต่ซื่อได้ขนาดนี้ ผมว่าก็ดีมากแล้ว

คิดดูถ้าขายแรชฟอร์ด เซิกซี อูการ์เต้ได้
คงได้แบคซ้ายตัวใหม่แน่นอน
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออฟไลน์
นักเตะเทศบาล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 23 Jan 2009
ตอบ: 4109
ที่อยู่: BKK
โพสเมื่อ: Wed Sep 02, 2026 22:00
Re: [MUFC บ่น] ส่งลงสนามแต่ไม่มอบอาวุธ! ตลาดนักเตะ กับคำถามใหญ่ถึงบอร์ด...คุณซัพพอร์ต "คาร์ริค" ดีพอหรือยัง?
แรชฟอร์ดไม่ย้ายนี่กระทบเยอะจริง เงินระดับ 300,000 เปลี่ยนเป็นนักเตะได้ 2-3 คนได้สบายๆ
โพสต์บน Soccersuck V2
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 21 May 2011
ตอบ: 15961
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Sep 02, 2026 23:14
[RE: [MUFC บ่น] ส่งลงสนามแต่ไม่มอบอาวุธ! ตลาดนักเตะ กับคำถามใหญ่ถึงบอร์ด...คุณซัพพอร์ต "คาร์ริค" ดีพอหรือยัง?]
เหลือจะเชื่อตรงไม่เสริมแบ๊คซ้ายนี่แหละ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
icon-mybid
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel