มนุษย์ตะขาบ + ความรู้ทางการแพทย์จากการทดลองกับมนุษย์สู่การรักษาปัจจุบัน
ดูหนังโห ผู้กำกับภาค1-2มันคิดได้ไง เอาคนมาต่อกันเป็นตะขาบ ความล้ำมันอยู่ที่แนวคิดหนึ่งระบบกิน สามระบบย่อย หนึ่งขับถ่าย วิธีการเย็บปากติดกับทวารหนักต่อๆกัน ดังนั้นคนที่เป็นมนุษย์ตะขาบจะต้องเรียนรู้ระบบการกิน
การเคลื่อนที่ และการขับถ่ายๆไปพร้อมๆกัน คนที่อยู่รั้งท้ายสุดมักจะตายก่อนเพราะไม่ได้รับสารอาหาร ร่างกายโทรมเร็วสุด
เลยไปถามAI ได้คำตอบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติจริงทางการแพทย์ และผู้ที่ถูกกระทำจะเสียชีวิตอย่างรวดเร็วจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
ความเป็นไปไม่ได้ทางกายวิภาคและสลีปปิ้งเดธ (Sepsis and Infection)การติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis): แผลผ่าตัดที่เชื่อมระหว่างปากและทวารหนักจะสัมผัสกับเชื้อโรคและแบคทีเรียมหาศาลจากอุจจาระโดยตรง ทำให้เกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรงและเสียชีวิตก่อนจะได้ใช้ระบบทางเดินอาหารร่วมกันเสียอีกการปฏิเสธเนื้อเยื่อและเนื้อตาย: การเย็บผิวหนังและเยื่อเมือกเข้าด้วยกันโดยไม่สอดคล้องกับระบบหลอดเลือดจะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเน่าตาย (Necrosis) ไม่สามารถประสานติดกันได้
ปัญหาด้านโภชนาการและระบบขับถ่ายคุณค่าทางอาหารหมดไปแล้ว: อุจจาระคือของเสียที่ร่างกายดูดซึมสารอาหารออกไปจนหมดแล้ว การกินอุจจาระต่อกันไปเรื่อยๆ จะไม่ให้พลังงานหรือสารอาหารเพียงพอต่อการดำรงชีวิตพิษจากของเสีย: ร่างกายของคนลำดับถัดไปจะต้องรับภาระในการขับถ่ายของเสียซ้ำซ้อน ซึ่งเป็นพิษต่อระบบเผาผลาญและไต
มันก็เป็นแค่หนังภาพยนต์ แต่ด้านไอเดียนี่คือล้ำมาก สมัยก่อนองค์ความรู้ทางการแพทย์ก็มาจากการทดลองนี่แหละ ยิ่งสมัยสงครามโลกครั้งที่1 -2 มีการจับมนุษย์มาทดลองต่างๆเช่น ฉีดสารพิษ มัสตาร์ด หรือเชื้อโรคจำพวกวัณโรคเข้าสู่ร่างกาย เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของยาปฏิชีวนะและวัคซีนตัวใหม่ ฉีดเลือดสัตว์เข้าร่างกาย
เพื่อรักษาภาวะเสียเลือดเฉียบพลัน หรือโดนรังสีเอกซ์ในปริมาณสูงจนเป็นอันตรายต่อชีวิต ผ่าตัดมนุษย์ทั้งเป็นเพื่อศึกษาการทำงานของอวัยวะภายใน การฉีดความดันอากาศเข้าไปในร่างกายจำนวนมากๆ รอดูการระเบิดตัวของอวัยวะ
ผลการทดลองหน่วยปฏิบัติการ 731 (Unit 731) ที่ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ ในปัจจุบัน
- ภาวะเนื้อตายจากความเย็นจัด (Frostbite) พบว่า "การจุ่มแขนขาที่ถูกแช่แข็งลงในน้ำอุ่น (อุณหภูมิประมาณ 37 40)" เป็นวิธีที่ช่วยกู้คืนเนื้อเยื่อได้
- ขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์ในสภาวะสุดขั้ว (Human Tolerance Limits) การนำเหยื่อเข้าตู้อบความดันต่ำเพื่อดูว่าในระดับความสูงเท่าใดที่ปอดและตาของมนุษย์จะฉีกขาด ซึ่งข้อมูลนี้มีผลต่อการศึกษาด้านเวชศาสตร์การบิน (Aviation Medicine)
- เรื่องเลือด การวิจัย ถูกนำมาต่อยอด เช่น สารทดแทนเลือด หรือ "เลือดเทียม" (Blood Substitutes / Artificial Blood) , แยก พลาสมา (Plasma) ออกจากเม็ดเลือด เพื่อนำไปสกัดเป็น อิมมูโนโกลบูลิน (IVIG) ซึ่งใช้รักษาโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ฯ
-การถ่ายเลือดสัตว์เข้าสู่มนุษย์ นำไปสู่ปฏิกิริยาผิดปกติของร่างกายคล้ายการต่อต้านเลือดที่ถ่ายเข้าสู่ร่างกายอย่างเฉียบพลัน
- การนำซิฟิลิสฉีดให้กับผู้หญิง แล้วให้ไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายเป็นผู้ต้องขัง เพื่อศึกษาการระบาดและความรุนแรงอัตราการเสียชีวิต
-การผ่าตัดสลับอวัยวะ เช่น เอาขามาต่อที่แขน แขนต่อขา
องค์ความรู้ในการทดลองมนุษย์ทั้งนาซี+ญี่ปุ่น ทำให้มีผลต่อการแพทย์ในปัจจุบัน มีการบันทีกองค์ความรู้จากการทดลองมนุษย์ หลายชาติมหาอำนาจพยายามขอซื้อข้อมูลการทดลองเพื่อใช้ทางการแพทย์ แลกกับการไม่ถูกดำเนินคดีอาชญากรสงคราม
เพราะฉะนั้นไอ่หนังจับมนุษย์เป็นตะขาบมันเป็นอะไรที่โคตรโอเวอร์ แต่มันก็ทำให้นึกคิดถึงการทดลองจริงในประวัติศาสตร์ ที่มีผลการแพทย์ปัจจุบัน