Re: (ต้า-ยัด) ทำไมผมเหมือนอยู่คนละโลกกับ ชาวโซเชียล
KJKrono พิมพ์ว่า:
เมาจนหัวทิ่มบ่อ พิมพ์ว่า:
งง ครับ
เซ็นเอกสารเอง แล้วจู่ๆบอก เอ่อ เหมือนโดนควบคุม มีอาการทางจิต ผมน่าจะไม่เซ็น จะมาขอส่วนแบ่งหลังตกลงกันแล้ว
อันนี้สรุปทำได้หรอครับ
วันนึงขายหุ้น บ ทิ้ง นานๆไปเงินขาด
หันกลับไปดู บ ยังดูทำเงินได้ มีเงินให้
เลยอยากได้ตังค์
ผมบอกวันนั้นผมน่าจะเมายากันยุง
วันนี้ขอส่วนแบ่งด้วยครับ
เมายากันยุง กับโรคทางจิต มันก็ต่างกัน ถ้าพิสูจน์ได้จริงว่าตอนเซ็นเป็นโรคทางจิตบางอย่าง และก็ยังต้องพิสูจน์ด้วยว่าอีกฝ่ายทราบหรือควรทราบได้ว่าทางต้า สภาพจิตไม่ปกติตอนทำนิติกรรม ถึงจะเพิกถอนได้ ซึ่งถ้าสู้กันจริงๆดูทรงแล้ว ฝ่ายต้าพิสูจน์ยากกว่าเยอะ (กรณีถ้าลายเซ็นจริงนะ)
แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตามถ้าเดินไปทางนั้น แล้วต้าแพ้ทางคดี ผมว่ายัดก็ยับอยู่ดี เพราะเอาตามความเมคเซ้นส์ คนปกติที่ไหนจะขายทรัพย์สินที่มีมูลค่าเป็นสิบล้านในราคา 3 แสน อย่างที่แอ๊ะบอกมันก็พูดความรู้สึกของสังคมถูกอยู่อย่างคือ ถ้าเพื่อนรักกันจริงขนาดนั้น แม้เพื่อนจะบอกว่ากูไม่เอา แต่มันก็ควรต้องเก็บส่วนของเขาเอาไว้ให้ไหมเผื่อสักวันถ้าเขาต้องการ ถ้ารักกันจริงอ่ะนะ
จริงๆ ผมไม่อยากให้จบนะ
อยากให้เอาต่อ ไปพิสูจน์ในชั้นศาล
เอาให้เป็นกรณีตัวอย่าง
ไม่งั้นเหลี่ยมกันไปเหลี่ยมกันมา
คนนึงอ้างเซ็นแล้ว อีกคนอ้างป่วย
ส่วนตัวตอนนี้ผมว่ายัตมันอาจจะทำอะไรที่ผิด
เพราะขัดความรู้สึกสังคม
แต่ถามว่าผิดในเรื่องการบริหารไหม
ก็ยังต้องบอกว่าไม่ ณ ตอนนี้ (ในกรณีเรื่องหุ้นนะ)