ศาลฎีกาสั่งรื้อคฤหาสน์'เสี่ยตัน-เมีย' และโอนที่ดินกว่า100ไร่คืน ให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ย่านบางพลี
ศาลฎีกามีคำพิพากษา ยืนตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ภาค 1 ที่ให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 104795 และ 104796 (เนื้อที่ 2 ไร่ 34.9 ตารางวา) ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ระหว่างจำเลยที่ 1 (บริษัท ไพร์ม เนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด) กับจำเลยที่ 6 (นางอิง ภาสกรนที ภรรยานายกร ภาสกรนที นักธุรกิจชื่อดัง) และให้จดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 1318 (ทะเลสาบบริเวณใจกลางโครงการหมู่บ้านไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า เนื้อที่ 94 ไร่ 3 งาน 44.2 ตารางวา), โฉนดเลขที่ 98963 (ที่ตั้งสโมสร คลับเฮ้าส์ สระว่ายน้ำ สวนหย่อม และอาคารสำนักงานขายเดิมของโครงการฯ เนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 34.2 ตารางวา) , โฉนดเลขที่ 104795 (เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 91.3 ตารางวา) , โฉนดเลขที่ 104796 (เนื้อที่ 2 งาน 43.6 ตารางวา) โฉนดเลขที่ 98961 (ทางสายหลักเข้าออกหมู่บ้าน เนื้อที่ 8 ไร่ 3 งาน 41.1 ตารางวา) และโฉนดเลขที่ 98642 (โรงเรียนอนุบาลหรือสนามเทนนิส) ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ แก่โจทก์ (นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า) เพื่อประโยชน์ในทรัพย์สินอันเป็นสาธารณูปโภคของผู้ซื้อที่ดินจัดสรรในโครงการของโจทก์ทุกแปลง
รวมทั้งให้ จำเลยที่ 6(นางอิง ภาสกรนที) รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 104795 และ 104796 และส่งมอบคืนแก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า ในสภาพดีดังกล่าว ทางนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า (คณะกรรมการนิติบุคคลมีมติเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2560 แต่งตั้งให้หม่อมหลวงปริยดา ดิสกุล และนายพรชัย กังวานวาณิชย์ กรรมการสองคนมีอำนาจลงนามกระทำการแทนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร) เป็นโจทก์ ฟ้องจำเลย 6 รายได้แก่ บริษัท ไพร์ม เนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด จำเลยที่ 1 บริษัท ไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า จำกัด จำเลยที่ 2 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทลิฟวิ่ง ลากูน จำกัด จำเลยที่ 3 นายพรรณธฤต หรือพายุ เนื่องจำนงค์ จำเลยที่ 4 นางสาวฑีรนาฎ เนื่องจำนงค์ จำเลยที่ 5 และนางอิง ภาสกรนที จำเลยที่ 6 เรียกคืนที่ดินส่วนกลางหมู่บ้าน ประกอบด้วย พื้นที่ทะเลสาบกลางหมู่บ้าน ประมาณ 100 ไร่ สระว่ายน้ำ สวนหย่อม อาคารสำนักงานของที่ทำงานนิติบุคคลหมู่บ้าน และทางเข้าหมู่บ้านด้านทิศเหนือ ที่ติดกับถนนสุขาภิบาล 2 และพื้นที่โรงเรียน ที่จำเลย 1-5 นำที่ดินดังกล่าวไปขายให้นางอิง โดยปลอดภาระจำยอม ทั้งที่เป็นทรัพย์สินส่วนกลางของหมู่บ้าน โดยนิติบุคคลมิได้รู้เห็นหรือตกลงด้วย
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ยื่นอุทธรณ์ และเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษากลับ โดยให้จำเลยโอนที่ดินดังกล่าวคืนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า
ต่อมาจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 6 ยื่นฎีกา โดยศาลฎีการับเมื่อวันที่ 13 เดือน พฤศจิกายน 2566
ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ผู้ร่วมจัดสรรที่ดินได้โฆษณาหรือแสดงให้ปรากฏแก่ประชาชนทั่วไปที่สนใจโครงการจัดสรรที่ดินตามโฉนดเลขที่ 98963 ส่วนที่ใช้เป็นคลับเฮาส์มีเนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 34.2 ตารางวา ซึ่งปรากฏตามคำเบิกความของนายวิวัฒน์ ถนอมวรารักษ์ นางวารุณี ณ เชียงใหม่ นายพรชัย กังวานวาณิชย์ ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรในโครงการพิพาทและเป็นสมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรโจทก์เบิกความไว้ในทำนองเดียวกันว่า การพิจารณาซื้อที่ดินในโครงการพิพาทนั้นมีการพิจารณาจากทำเลที่ตั้งของโครงการ ทัศนียภาพ สาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก และบริการต่าง ๆ ที่โครงการเสนอตามที่ได้โฆษณาไว้ แม้ราคาที่ดินของโครงการพิพาทนี้จะมีราคาสูงกว่าที่ดินแปลงอื่นในบริเวณเดียวกัน แต่การที่โครงการจัดให้มีทะเลสาบ สโมสร โรงเรียนนานาชาติ สนามเทนนิส มีทางเข้าออก 2 ทาง อันเป็นเหตุให้ตกลงซื้อที่ดินในโครงการและปลูกบ้านอยู่อาศัย เพราะคาดหวังว่าจะได้ใช้ประโยชน์จากสาธารณูปโภคอันเป็นทรัพย์ส่วนกลางตามที่มีการโฆษณาไว้
ส่วนฎีกาข้ออื่นของจำเลยที่ 1 และที่ 6 นั้น ไม่มีผลทำให้คำพิพากษาศาลฎีกาเปลี่ยนแปลงไปจึงไม่จำต้องวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 6 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
อ่านข่าวเต็มได้ที่...............
https://mgronline.com/crime/detail/9690000085000
สรุปก็เจ้าของโครงการเอาที่ดินซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางไปขายต่อให้ภรรยาเสี่ยตัน แล้วก็ถูกเอาไปสร้างบ้าน ซึ่งมันผิดข้อกฏหมายเพราะที่ดินดังกล่าวมันอยู่ในส่วนของการโฆษณาทำให้คนถึงมาซื้อบ้านโครงการนี้ ศาลเลยพิพาษาให้รื้อถอนและคืนที่ดินให้กับหมู่บ้าน
เอาจริงๆก็แสบอยู่นะเจ้าของโครงการ แล้วยังไงต่อเสี่ยตันต้องฟ้องเอาผิดกับเจ้าของโครงการมั้งที่มาหลอกขายที่ดินให้