ชายคนนี้จบปริญญา 5 ใบจากเมืองนอก แต่กลับขอเลือกเป็นคนไร้บ้าน
ชายคนนี้จบปริญญาถึง 5 ใบจากเมืองนอก แต่กลับขอเลือกเป็น "คนไร้บ้าน" เกิดอะไรขึ้นกับชายวัย 32 ปีที่ทิ้งยอมชีวิตหรูหรา มาใช้เงินเดือนละแค่ 500 บาท
หลายคนคงคิดว่า คนที่มีใบปริญญาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำได้ถึง 5 ใบ ก็น่าจะประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตแน่ๆ แต่ทำไมชายคนนี้ถึงยอมทิ้งความสำเร็จทั้งหมดเพื่อมาเป็นคนไร้บ้าน
นี่คือเรื่องราวของ จ้าว เตี้ยน (Zhao Dian) ชายชาวจีนวัย 32 ปี ดีกรีปริญญาตรี 2 ใบและปริญญาโทอีก 3 ใบด้านการเงิน จากเมืองใหญ่ระดับโลกทั้งซิดนีย์ นิวยอร์ก ปักกิ่ง และปารีส
แต่ภายใต้โปรไฟล์การศึกษาที่ดูสมบูรณ์แบบจนหลายคนอิจฉา เขากลับรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้คือ "กุญแจมือ" ที่ล่ามเขาไว้ติดอยู่กับความคาดหวังและบาดแผลในใจ จ้าว เตี้ยน เติบโตมาในครอบครัวที่เข้มงวดมาก เขาเคยถูกพ่อทำโทษอย่างหนักเพียงเพราะถนัดซ้าย แถมแม่ก็ไม่เคยเข้าใจถึงความกดดันที่เขาต้องเผชิญเลยแม้แต่น้อย
หลังจากต้องทนเหงาในต่างแดนมานาน เขาก็เริ่มค้นพบความสุขจากอะไรที่เรียบง่ายสุดๆ อย่างการทำงานล้างจานในร้านอาหารที่ปารีส จนในปี 2023 เขากลับมาที่จีนแล้วมาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ ก่อนที่ในปี 2024 จะตัดสินใจก้าวเข้าสู่วิถีชีวิต "คนไร้บ้าน" ที่เมืองต้าหลี่ มณฑลยูนนาน โดยใช้ชีวิตด้วยเงินเดือนละแค่ 100 หยวน (ราวๆ 500 บาท หรือ 14 ดอลลาร์สหรัฐ) เท่านั้น
ทุกวันนี้เขาประทังชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินอาหารมังสวิรัติที่มีแจกฟรี อาศัยอาบน้ำตามโฮสเทล และใส่แค่เสื้อผ้ามือสอง และนี่ก็คือภาพที่ชินตา ชายที่ไปไหนมาไหนมักสะพายเป้ใบใหญ่กับแผ่นรองนอนเดินทางไปตามท้องถนน ถ้ามีเวลาว่างเหลือเขาก็จะอ่านหนังสือผ่านอีรีดเดอร์ ท่องเที่ยว และทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างการตั้งชมรมหนังสือด้วย
สิ่งที่จ้าว เตี้ยนทำ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ที่อธิบายไม่ได้ เพราะในมุมมองทางสังคมวิทยา ปรากฏการณ์นี้ตรงกับคำว่า "ถังผิง" (Tang Ping) หรือ "การนอนราบ" ซึ่งเป็นกระแสที่คนรุ่นใหม่ในจีนใช้เพื่อต่อต้านวัฒนธรรมการทำงานที่หนักหน่วงและการแข่งขันที่บีบคั้น ซึ่งเราเริ่มจะเห็นเทรนด์คล้ายๆ กันนี้ในหลายเมืองใหญ่ทั่วโลก ทั้งในประเทศที่กำลังพัฒนาและประเทศที่เจริญแล้ว
ข้อมูลนี้มีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อดูงานวิจัยเชิงสังคมวิทยาที่ตีพิมพ์เมื่อเดือนมีนาคม 2024 โดย ซิน ถง (Xin Tong) และ เจี้ยน หลิว (Jian Liu) นักสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University) ทั้งคู่ได้ศึกษาพฤติกรรมนี้อย่างละเอียดจนพบว่าเราสามารถแบ่งกลุ่ม "คนนอนราบ" เหล่านี้ออกได้เป็น 3 แบบตามต้นทุนชีวิต คือ
1. กลุ่มหัวกะทิที่รีบปั่นเงินเพื่อเกษียณตัวเองไวๆ
2. กลุ่มวัยรุ่นในเมืองที่เลือกอยู่บ้านให้พ่อแม่เลี้ยงดู
3. กลุ่มแรงงานรากหญ้าที่หมดหวังกับระบบ จนเลือกทำงานรับจ้างรายวันแบบพอประทังชีวิตไปวันๆ
กรณีของ จ้าว เตี้ยน จึงเป็นเหมือนภาพสะท้อนชัดๆ ของคนที่ขอ "ดึงปลั๊ก" ตัวเองออกจากระบบทุนนิยมที่แสนวุ่นวายเหล่านี้ เพื่อกลับมาเยียวยาจิตใจของตัวเอง พร้อมกับทิ้งคำถามให้สังคมคิดตามว่า ท้ายที่สุดแล้ว ความหมายที่แท้จริงของชีวิต อาจไม่ได้อยู่ที่การมีเงินทองล้นฟ้า หรือมีใบปริญญาเต็มผนังบ้าน... แต่อยู่ที่การได้มี "อิสระ" ที่จะเลือกความสุขในแบบของตัวเองก็เป็นได้
https://www.facebook.com/photo/?fbid=10237880234119881&set=gm.2198301127698434&idorvanity=766069734254921