สรุปดราม่า 2 เรื่องล่าสุดวันนี้
สรุปอัปเดตล่าสุด! "เพจ TRULY" โพสต์ภาพ "ต้าร์" ฉลองหลังคู่กรณีถอนฟ้องคดีแรก ด้าน "ทนายพัฒนสิน" ให้ข้อมูลด้านกฎหมายไว้อย่างน่าสนใจ
"เพจ TRULY" โพสต์อัปเดต "ต้าร์" เฮ! คู่กรณีถอนฟ้องคดีแรก แลกกับการยึดเพจ
◼ เพจได้โพสต์ภาพต้าร์ พร้อมระบุว่าต้าร์ไปขึ้นศาลมีนบุรีเพื่อไกล่เกลี่ยคดีตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึง 5 โมงเย็น
◼ จากนั้นเพจได้อัปเดตข่าวดีว่า "ยิ้มชนะ 1 คดีแรก เพราะฝั่งนู้นถอนฟ้องจ้า !!!!"
◼ ทางเพจลงรายละเอียดว่า คดีที่ต้าร์ถูกฟ้องคือเรื่องการแอบเข้าเพจ โดยศาลท่านเมตตาช่วยไกล่เกลี่ย จนคู่กรณีตกลง "ถอนฟ้อง"
◼ แต่มีข้อแลกเปลี่ยนคือ ต้าร์ต้องยอมยกเพจ (ที่มีผู้ติดตาม 2 หมื่นกว่าคน) ให้ไปเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทแทน (ซึ่งเพจ TRULY ตั้งข้อสังเกตว่า ฝั่งนั้นอาจจะต้องการเอาเพจนี้ไปใช้เป็นหลักฐานบางอย่างในรายการโหนกระแสวันจันทร์นี้)
◼ เพจระบุความรู้สึกต้าร์ว่า แม้จะเสียเพจไป แต่ต้าร์ได้สิ่งล้ำค่าที่สุดคืนมานั่นคือ "อิสระและเวลา" ไม่ต้องไปศาลให้เสียประสาท
◼ พร้อมแนบภาพต้าร์ไปฉลองกิน "สุกี้" อาหารโปรด โดยต้าร์ฝากบอกว่า "เป็นมื้อที่อร่อยที่สุดในรอบระยะเวลาที่เลวร้าย จะแพ้หรือชนะก็ไม่ได้สำคัญเท่าอิสระ และการไปไหนก็ไม่อับอายใคร" ตอนนี้เหลือให้สู้อีกคดีเดียว
"ทนายพัฒนสิน" โพสต์กางข้อกฎหมายสัญญาจ้าง vs เจตนาที่แท้จริง
◼ "ทนายพัฒนสิน" ได้โพสต์บทความวิเคราะห์ข้อกฎหมายเพื่ออธิบายให้สังคมเข้าใจง่ายๆ ว่า ต่อให้ฝั่งยัตจะมี "สัญญาจ้างงาน" เป็นตัวหนังสือ ศาลก็ไม่ได้ดูแค่กระดาษแผ่นเดียว
◼ ทนายอธิบายว่า ตามกฎหมาย (มาตรา 171) ศาลจะพิจารณาโดยเพ่งเล็งถึง "เจตนาอันแท้จริง ยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษร"
◼ หากต้าร์อ้างว่าถูกชวนมาทำบริษัทร่วมกัน ศาลจะลุยตรวจลึกไปถึง 5 ข้อ ได้แก่:
▪เจตนาที่แท้จริง: ต้าร์เซ็นโดยไม่ได้อ่านเพราะเชื่อใจคำว่า "ทำบริษัทร่วมกัน" หรือไม่?
▪เจตนาซ่อนเร้น: ต้าร์รู้ตัวไหมว่าเซ็นสัญญาจ้างงาน?
▪สมรู้ร่วมคิด: ทั้งคู่แกล้งทำสัญญาปลอมๆ เพื่อลวงสรรพากรหรือบุคคลภายนอกหรือไม่?
▪สำคัญผิด: ยัตหลอกให้ต้าร์เข้าใจผิดว่าเป็นเจ้าของร่วม เพื่อหลอกให้เซ็นหรือไม่?
▪กลฉ้อฉล: ยัตจงใจหลอกให้ต้าร์เซ็น โดยรู้จุดอ่อนอยู่แล้วว่าต้าร์จะไม่อ่านเนื้อหาหรือไม่? (ถ้าพิสูจน์ได้ สัญญาจะตกเป็นโมฆะทันที)
◼ ทนายพัฒนสินยังชี้จุดสังเกตสำคัญว่า ลูกจ้างจะไม่มีสิทธิ์บริหาร ไม่มีหุ้น และไม่มีสิทธิ์เซ็นเอกสารบริหาร ซึ่งต้าร์เคยเซ็นเอกสารเหล่านี้ จึงไม่น่าจะเข้าข่ายลูกจ้างธรรมดา
อาการป่วย มีผลทำสัญญาเป็นโมฆะ
◼ ทนายพัฒนสิน โพสต์ย้ำประเด็นหมัดน็อกว่า ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 167 การพิจารณาเจตนาตอนเซ็นสัญญานั้น ศาลจะดูไปถึง "สุขภาพ และ ภาวะแห่งจิต" ของผู้เซ็นด้วย
◼ การที่ต้าร์มีใบรับรองแพทย์ว่าป่วยทางจิตจากการถูกการถูกทารุณกรรมทางจิตใจและบงการอารมณ์ จะมีน้ำหนักในศาลสูงมาก
◼ ยิ่งถ้าสืบได้ว่าฝั่งยัต "รู้อยู่แล้ว" ว่าต้าร์มีอาการป่วยนี้ ศาลจะยิ่งตั้งข้อสงสัยว่า ต้าร์เซ็นเอกสารไปในขณะที่สภาวะทางจิตไม่ปกติและไม่เข้าใจเนื้อหาอย่างถ่องแท้ ซึ่งอาจส่งผลให้สัญญาทั้งหมดถูกตีตกหรือเป็นโมฆะได้เลย
ด้าน "เพจ FEDFE" แชร์โพสต์ทนาย ซัดเจ็บ "อยากชนะจนลืมมองชีวิตครอบครัว"
◼ ปิดท้ายที่ "เพจ เฟ็ดเฟ่ บอยแบนด์ FEDFE" ได้แชร์โพสต์บทความข้อกฎหมายของทนายพัฒนสินมาที่หน้าเพจ
◼ พร้อมเขียนแคปชั่นว่า "ฝั่งที่ฟ้องเหลืองคงลืมคิดว่า เชื่อทนายก็ดี แต่พอจ่ายค่าตัวครบ คดีจบ ชีวิตที่เหลือไม่มีคนช่วยนะ"
◼ พร้อมทิ้งท้ายเตือนสติว่า "อยากชนะในศาลจนตัวสั่นขนาดนั้น จนลืมมองชีวิตครอบครัวหลังจบคดี ว่าจะไปต่ออย่างไร บทความทนายน้ำดี ที่อธิบายกลไกทนายน้ำเน่า"
ที่มา .....เพจอรรถรส
งานนี้จะมีอะไรอีกไหมกว่าจะถึงโหนกระแสในวันจันทร์