พบดาวฤกษ์อาจเป็นสิ่งก่อสร้างเอเลียน
นักดาราศาสตร์สวีเดนพบดาวฤกษ์ต้องสงสัย คาดมีสิ่งปลูกสร้างเอเลี่ยนอยู่ จนต้องส่งเรื่องให้กล้องเจมส์เวบบ์ตรวจสอบอย่างละเอียด

การมองหาร่องรอยของเอเลี่ยนมีอยู่หลายวิธี ตั้งแต่การรับฟังสัญญาณวิทยุ ไปจนถึงการตรวจจับหาออกซิเจนที่อาจผลิตโดยพืชต่างดาว แต่ทว่าล่าสุดเราอาจกลับพบสัญญาณของสิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์ ที่สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาได้สร้างขึ้น โดยทีมนักดาราศาสตร์จากโครงการเฮเฟตัส (Project Hephaistos) ของมหาวิทยาลัยอุปซอลา (Uppsala University) ประเทศสวีเดน ได้เสนอว่าพวกเขาอาจพบเข้ากับสิ่งปลูกสร้างขนาดยักษ์ที่เรียกว่าทรงกลมไดสันเข้าแล้ว
โดยทรงกลมไดสันนั้นคือสิ่งปลูกสร้างที่ห้อมล้อมดาวฤกษ์ทั้งดวง จะเรียกว่ากรงขังดาวฤกษ์ก็ว่าได้ แม้จะดูแปลกตาว่าเอเลี่ยนจะสร้างสิ่งก่อสร้างนี้ขึ้นมาทำไม แต่แนวคิดที่ว่านี้ก็มาจากนักฟิสิกส์จริง ๆ ที่ชื่อ ฟรีแมน ไดสัน ซึ่งเขาเสนอมาตั้งแต่ช่วงปี 1960 ว่า สิ่งมีชีวิตทรงภูมิจากต่างดาวที่ล้ำหน้ามาก ๆ จะมีความกระหายพลังงานปริมาณมหาศาลตามไปด้วย คล้ายกับมนุษย์ที่พยายามหาแหล่งพลังงานใหม่ ๆ ตลอดเวลา จนถึงขั้นที่ว่าแหล่งพลังงานจากดาวเคราะห์บ้านเกิดนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป ทำให้อารยธรรมต่างดาวต้องไปหาแหล่งพลังงานใหม่ที่แทบจะไร้ขีดจำกัด ณ แหล่งที่ใกล้ที่สุด ซึ่งนั่นก็คือดาวฤกษ์ที่ใกล้ที่สุดนั่นเอง
ตามแนวคิดทรงกลมไดสัน อารยธรรมต่างดาวควรจะสร้างโครงข่ายแผงรับพลังงาน ล้อมรอบดาวฤกษ์จนมิดชิด เพื่อสูบพลังงานมาใช้ ทำให้ไม่มีแสงที่สายตามองเห็นได้เล็ดรอดออกมาได้เลย มีเพียงแต่ความร้อน ที่สังเกตได้ผ่านช่วงคลื่นแสงอินฟราเรดที่ผ่านมาได้นั่นเอง โดยทีมนักดาราศาสตร์จากสวีเดนได้คัดกรองดาวฤกษ์กว่า 5 ล้านดวงในกาแล็กซีทางช้างเผือก และพบดาวฤกษ์ที่มีรังสีอินฟราเรดส่วนเกินที่น่าสงสัยจำนวน 7 ดวง ซึ่งน่าจะมีดาวฤกษ์ 2 ดวงที่ถือว่าเป็นตัวเต็งสำคัญที่น่าจะมีทรงกลมไดสันครอบอยู่ เพราะตามความรู้ทางฟิสิกส์ที่เราเข้าใจ ดาวฤกษ์ไม่น่าจะปลดปล่อยพลังงานในช่วงคลื่นอินฟราเรดออกมาได้มากขนาดนี้
ต่อมาเมื่อทีมนักดาราศาสตร์ได้ส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการคัดเลือกผู้ใช้งานกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เวบบ์ (JWST Users Committee) เพื่อให้ตัวกล้องเจมส์เวบบ์ ที่มีอุปกรณ์ที่เซนซิทีฟมากกว่าอุปกรณ์บนพื้นโลกช่วยตรวจสอบยืนยันอีกทีหนึ่ง ว่าปรากฏการณ์นี้มาจากทรงกลมไดสันตามสมมติฐานจริง ๆ หรือไม่
ทว่าในท้ายที่สุดแล้วฝันของการเจอสิ่งมีชีวิตต่างดาวก็ต้องแหลกสลายไป เมื่อกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เวบบ์กลับรายงานว่ารังสีอินฟราเรดที่ปล่อยออกมาจากดาวฤกษ์ต้องสงสัยดวงแรกแท้จริงแล้วมาจากหลุมดำมวลยิ่งยวดที่อยู่ในฉากหลังดาวฤกษ์ดวงนั้นพอดี ซึ่งกำลังปลดปล่อยรังสีความร้อนออกมาอย่างรุนแรง ในขณะที่ด้านหลังดาวฤกษ์อีกดวงหนึ่งก็เป็นกาแล็กซีที่กำลังมีการก่อกำเนิดดาวฤกษ์ปริมาณมหาศาลที่มีความร้อนสูงเช่นกัน
.
แม้เราจะไม่ได้ค้นพบเอเลี่ยนตามที่ทีมนักดาราศาสตร์สวีเดนหวังไว้ แต่การพิสูจน์ในครั้งนี้ก็ทำให้เราได้ค้นพบกาแล็กซีใหม่ที่มีความน่าสนใจและมีความสำคัญทางดาราศาสตร์ถึง 2 แห่ง ทั้งยังเป็นการวางมาตรฐานในการค้นหา คัดกรอง และเทคนิคใหม่ในการค้นหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาในอนาคต ซึ่งอาจจะช่วยให้เราสามารถคัดเอารูปแบบปรากฏการณ์ธรรมชาติอื่น ๆ ที่อาจจะดูคล้ายกับสัญญาณเทคโนโลยีต่างดาวได้ดียิ่งขึ้น
.
News by Peeravut Boonsat, The Space Times