อย่างนี้นี่เอง!? โฆษก ทบ. ยันข่าวกรองไม่ได้ล้มเหลว แค่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพ
กรณีเหตุการณ์การก่อเหตุกว่า 51 จุด ในเวลาไล่เลี่ยกัน
ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวพร้อมกันในหลายพื้นที่
และไม่ได้มีความรุนแรง หรือเป้าประสงค์ต่อชีวิตประชาชน
แต่เป็นการปฏิบัติ เพื่อหวังผลทางจิตวิทยา โดยใช้การสื่อสาร
ซึ่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการสู้รบ
ในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย และข่าวสาร
ซึ่งยอมรับว่า ในช่วงเกิดเหตุค่อนข้างวุ่นวาย
และมีความเคลื่อนไหวของคนจำนวนมาก
ในขณะที่เจ้าหน้าที่ก็มีอยู่ส่วนหนึ่ง
อีกส่วนก็ลงพื้นที่ไปแก้ไขสถานการณ์
ดังนั้นความเห็นที่ไม่ตรงกันอาจเกิดขึ้นได้
และส่วนใหญ่เป็นการให้ข้อมูลโดยไม่ได้ตรวจสอบ
เช่น การพูดของระดับฝ่ายการเมือง
ส่วนที่มีการมองกันว่า
การก่อเหตุคืนเดียว กว่า 51 จุด เจ้าหน้าที่หายไปไหนหมด
พล.ต. วินธัย กล่าวว่า
หากเปรียบเทียบพื้นที่กับจำนวนเจ้าหน้าที่
แล้วนำมาหารเฉลี่ย ก็ไม่เพียงพอ
เพราะฉะนั้นหลักทั่วไปของ กอ.รมน.
ต้องใช้ควบคู่กับงานด้านการข่าว
และงานด้านการข่าวปัจจุบันก็ยังสามารถทำได้ แต่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพ
เพราะการก่อเหตุส่วนใหญ่ไม่ใช่พื้นที่ชุมชน
และส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่พื้นที่เพ่งเล็งสูง ต้องดูว่า
แผนทางยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่ทหาร, ตำรวจ และฝ่ายปกครองได้กำหนดพื้นที่ไว้อย่างไร
ซึ่งจะมีความเข้มข้นในการดูแลแตกต่างกัน
แต่เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวมีแนวโน้มก่อกวนมากกว่า
โดยการเน้นให้มีจำนวนการก่อเหตุให้มาก
เพื่อนำสิ่งที่เกิดขึ้นในการเป็นขวัญ และกำลังใจของวัยรุ่น ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องชีวิต
เพราะเป็นลักษณะการเผาทำลายทรัพย์สิน เพื่อต้องการให้มีสัญลักษณ์เหล่านี้เกิดขึ้น
และการก่อเหตุดังกล่าวก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำได้ด้วยจำนวนพื้นที่ที่เยอะมาก
และเรื่องพื้นที่ที่ไม่มีความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่
อีกทั้งยังไม่ใช่พื้นที่ที่ถูกเพ่งเล็ง
เช่น การทำลายเสาไฟฟ้า ซึ่งมีเป็นแสนต้น
https://www.matichon.co.th/politics/news_5859962
ค่อยยังชั่ว แค่ก่อกวน ไม่ได้มุ่งหวังเอาชีวิต