จะว่าไปตอนเด็ก ผมเคยเจอคนที่คล้ายๆยมทูต
คือชนบทภาคเหนือเค้าจะมีธรรมเนียมคล้ายๆว่า จะไปเฝ้าคนที่ใกล้เสียชีวิต ผลัดเวรกัน
มีญาติผู้ใหญ่ของเพื่อนผมคนนึง ผมเรียกปู่แก้ละกันนะจำได้ว่าแกชื่อกั๊บแก้ แกก็ใกล้จะไปละ แล้วอยู่ใกล้บ้านผม
ผมก็ไปหายายตอนนั้นปิดเทอมพอดี เลยได้เห็นธรรมเนียมนั้น
ทีนี้ลูกชายคนโตแก เท่าที่รู้คืออยากจะขายที่นาให้พวกนายทุนทั้งหมด ได้ข่าวว่าแกมีชู้ ก็จะทิ้งลูกเมียไปอยู่กับชู้ที่เล่นพนันกันที่ กทม ได้กันในบ่อน อะไรแบบนี้ เห็นเค้าคุยกันนะ ผมก็นั่งฟัง
เมียแกก็ปลงละ จะหย่าก็หย่า แต่อย่ากลับมาอีก คือเมียแกก็เป็นคนในพื้นที่นั้นแหละ ขาวๆใจดี ลูกแกก็เพื่อนผม
ทีนี้ตอนปู่แก้จะไปจริงๆเนี่ย เราก็ไปล้อมวงกัน ก็มีลูบหน้าลูบผมบอกไปสบายเถอะ เปิดเทปธรรมะ ร้องไห้กัน
ลูกชายปู่ก็มา แต่ไม่พูดกับใคร เวลามองไปทางแกผมเห็นเหมือนเงาอะไรสักอย่างที่ผมบอกไม่ถูก เหมือนคนยืนอยู่ด้านหลังตลอดเวลา แล้วบ้านสมัยก่อนมันก็มืดๆเพราะชั้นบนเป็นไม้ดำๆ หน้าต่างคนภาคเหนือจะมีน้อยเพราะอากาศแต่ก่อนมันหนาว ก็ยิ่งมืดไปอีก
แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ตอนนั้นผมยังเด็ก ก็คิดว่าคนเรามันมีอย่างนั้นบ้างคงเป็นเรื่องปกติมั้ง หรือผมอยู่ในมุมที่อับ อาจจะมีคนยืนอยู่ด้านหลังจริงๆก็ได้
พอปู่เสีย หลังงานศพหลายวันผ่าน ผมยังปิดเทอมอยู่ก็ได้ยินว่าลูกชายแกได้โฉนดและขายแล้ว เซ็นโอนหมด เตรียมไป กทม ก็ไม่มีปัญหาอะไร
แต่พอจะกลับ ชู้แกดันขึ้นรถมาหาถึงที่ มาพากลับ ผมก็ไม่รู้ว่าจะมาทำไม แต่ก็เป็นเรื่องเลย เมียแกก็สติแตกอาละวาดจะเอาไม้ฟาด
ตอนนั้นมันก็หัวค่ำแบบโพล้เพล้ แสงชมพูๆอ่ะนึกออกมะ ผมได้ยินเสียงคนตีกันเลยวิ่งออกมาดู ก็เจอตีกันอยู่นี่แหละ เมียนี่ง้างไม้อยู่ แต่...
ผมดันเห็นผู้หญิงผมยาวประบ่าสองคน ตัวเล็กแต่สัญชาตญาณผมบอกว่าไม่ใช่เด็ก คนนึงอยู่ตรงโคนต้นไม้ อีกคนอยู่บนกิ่งไม้ขย่มต้นไม้อยู่ ตอนนั้นมันลมแรงดูไปก็นึกว่าต้นไม้เขย่าเอง แต่ผมเห็นคนขย่มจริงๆ
คนที่อยู่โคนต้นไม้นั่งดูนิ่งๆแต่เหมือนจะยิ้ม ผมมองไม่ออกเท่าไรรู้แค่นั้น รู้สึกว่าเขายิ้ม เหมือนจะบอกให้ผมเงียบๆ ส่วนคนที่อยู่บนต้นไม้มองมาทางผม เหมือนเขารู้ว่าผมเห็น แต่แสงแดดตอนเย็นมันแยงตามา
มันเหมือนเป็นอะไรที่... ผมรู้ว่าเขาอยู่ตรงนั้นแต่ไม่ชัด มองหน้าเขาไม่เห็นแต่รู้ว่าเขารู้สึกหรือแสดงสีหน้ายังไง งงมะ
ผมก็ยืนดูสองคนนั้น ชาวบ้านเริ่มมา ผมหันไปมองชาวบ้านแล้วเขาก็พูดว่า ทำอะไรกัน อย่าๆ พอผมมองกลับไปอีกที สองคนนั้นก็หายไปแล้ว อีกไม่นานแสงก็หายแล้วก็มีความมืดมาแทน
แยกย้ายกัน ญาติผมก็ไปปลอบฝ่ายเมียในบ้าน ส่วนตัวผัวก็ขับรถกลับ กทม ไปคืนนั้นเลย
ผมรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี กับคนนั้นนะ แต่ก็ไม่ได้เล่าให้ใครฟัง
จนผมเปิดเทอม กลับมาอยู่บ้าน วันนึงแม่ผมก็คุยโทรศัพท์กับญาติ ผมก็นอนดูทีวีแต่ก็นั่งฟังอยู่ บอกว่าฝ่ายผัวกับชู้น่ะ รถคว่ำตายแล้วนะ หลายวันแล้ว ตายตอนออกมาจากบ้านนั่นแหละ ระหว่างทางดันขับตกเขา
ตอนได้ยินผมก็ขนลุกเลย แล้วก็นึกถึงสองคนนั้น เลยเดินไปบอกแม่ แม่กำลังคุยอยู่เลยไล่ไปนอน วันรุ่งขึ้นผมบอกอีก แต่แม่บอกไร้สาระ ลืมมันไปซะ
สักวันเสาร์ แม่ก็เอาพระสามองค์มาไว้ในห้องนอนผม... บอกว่าให้คุ้มครอง
ก็จบเท่านี้ จริงๆถ้าวันนี้ช่วงโพล้เพล้ผมไม่ไปเจอต้นมะขามก็คงลืมไปละ