บทความจาก Conor O'Neill ซึ่งเป็น Data and Tactics Writer จาก The Athletic
เชลซี ได้กำหนดเส้นตายให้ทีมที่สนใจคว้าตัว เอ็นโซ่ ไว้ที่เวลา 17.00 น. ตามเวลา UK ในวันนี้ (วันศุกร์) เพื่อยื่นข้อเสนอ 120 ล้านปอนด์ ตามที่ เชลซี ตั้งไว้ โดยมี แมนซิตี้ ที่ให้ความสนใจอย่างจริงจัง
ถ้าไม่มีทีมใดยอมจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวภายในเวลานั้น เอ็นโซ่ จะอยู่กับ เชลซี ต่อในฤดูกาลนี้ และจะเป็นส่วนสำคัญในแผนการทำทีมของกุนซือคนใหม่อย่าง อลอนโซ่
ฤดูกาลที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความผิดหวังสำหรับ เชลซี โดยจบในอันดับที่ 10 ของพรีเมียร์ลีกซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานที่สโมสรเคยทำได้อย่างมาก
แต่ท่ามกลางช่วงเวลาที่มืดมน เอ็นโซ่ กลับเป็นหนึ่งในนักเตะที่ทำผลงานโดดเด่นที่สุดของทีม เขายังต่อยอดฟอร์มดังกล่าวไปถึงฟุตบอลโลก ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่บรรดาสโมสรระดับท็อปของยุโรปกำลังจับตามองเขา
เชลซี เซ็นสัญญาคว้าตัวเขามาด้วยค่าตัวสถิติอังกฤษในเวลานั้นที่ 121 ล้านยูโร ( 106 ล้านปอนด์ ) เมื่อเดือนมกราคม 2023
ซึ่งเป็นค่าตัวที่สะท้อนถึงพรสวรรค์อันโดดเด่นของเขา แต่ความสามารถดังกล่าวก็มาพร้อมกับปัญหาบางอย่างเช่นกัน เขาเคยถูกสโมสรลงโทษภายในด้วยการพักงาน 2 นัด จากความคิดเห็นที่วิจารณ์การตัดสินใจของสโมสรในฤดูกาลที่ผ่านมา รวมถึงเคยแสดงท่าทีที่ดูเหมือนเปิดทางไปยัง เรอัล มาดริด ด้วย
เมื่อพิจารณาถึงประวัติที่ไม่ราบรื่นนี้ รวมถึงโอกาสที่จะได้รับเงินก้อนโต เชลซี ควรปล่อยเขาออกจากทีมไปหรือไม่?
ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดของการขาย เอ็นโซ่ ภายในเส้นตายวันนี้ คือมันจะทำให้ เชลซี มีทั้งเวลาและเงินในการหาตัวแทน โดยตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์จะปิดในวันที่ 1 กันยายน
แต่ เอ็นโซ่ มีส่วนผสมของคุณสมบัติที่หาได้ยากในตลาด และความสามารถในการเล่นได้หลายตำแหน่งของเขายิ่งทำให้การหาตัวแทนเป็นเรื่องยากขึ้น
“ มุมมองส่วนตัวของผมที่มีต่อ เอ็นโซ่ คือเขาน่าจะสามารถเล่นได้เกือบทุกบทบาทในแดนกลาง ” แลมพาร์ต อดีตกุนซือ เชลซี กล่าวไว้ในปี 2023
ซึ่งเป็นการประเมินที่สอดคล้องกับข้อมูลบทบาทการเล่นของเขา โดยแสดงให้เห็นว่าเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เอ็นโซ่ แบ่งเวลาเล่นระหว่าง กลางรับ , บ็อกซ์ทูบ็อกซ์ และ กลางรุก
ข้อมูลดังกล่าวยังชี้ให้เห็นถึงกองกลางที่มีสไตล์การเล่นแบบขยันวิ่งและมีส่วนร่วมกับเกมรอบด้านคล้ายกับ เอ็นโซ่ แต่ส่วนใหญ่เป็นนักเตะที่แตะต้องได้ยาก เช่น เบลลิ่งแฮม ซูเปอร์สตาร์ของ เรอัล มาดริด , โซบอสไล ของ ลิเวอร์พูล หรือ ตีเลอมันส์ ที่เพิ่งย้ายจาก วิลล่า ไป แมนยู ในซัมเมอร์นี้
ในบรรดาเป้าหมายที่มีความเป็นไปได้มากกว่า มีนักเตะวัย 25 ปีอยู่สองคนที่โดดเด่นขึ้นมา ได้แก่ เฟลิกซ์ เมช่า ของ ดอร์ทมุนด์ และ มานู โคเน่ ของ โรม่า ทั้งคู่มีลักษณะเป็นกองกลางที่มีความแข็งแกร่งและเคลื่อนที่ได้ดี
โดยกราฟด้านล่างแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการพาบอลและจ่ายบอลไปข้างหน้าเพื่อพาทีมเคลื่อนเกมขึ้นสู่แดนบน
โคเน่ มีความน่าเชื่อถือในการครองบอลมากกว่าเล็กน้อย ขณะที่ เมช่า เช่นเดียวกับ เอ็นโซ่ มีจุดเด่นด้านเกมรุกและมีปริมาณการยิงประตูในระดับสูง
อย่างไรก็ตามแทนที่จะพยายามหานักเตะอีกคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนแบบ เอ็นโซ่ เชลซี อาจจะได้ประโยชน์มากกว่าถ้าหันมาวิเคราะห์ว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในหลายบทบาท
แล้วนำคุณสมบัติเหล่านั้นมาปรับใช้กับนักเตะในตำแหน่งต่างๆอย่างชัดเจน แทนที่จะพึ่งพานักเตะเพียงคนเดียวในการคอยอุดช่องว่างทั่วทั้งสนาม
การเซ็นสัญญากับ มอร์แกน โรเจอร์ จาก วิลล่า ในซัมเมอร์นี้ อาจหมายความว่า เชลซี ได้เริ่มกระบวนการดังกล่าวไปแล้ว ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
โรเจอร์ มีคุณสมบัติด้านเกมรุกบางอย่างที่คล้ายกับ เอ็นโซ่ เมื่อ เอ็นโซ่ เติมเกมรุกให้ เชลซี เขามักโจมตีจากฝั่งซ้าย โดยมี พาลเมอร์ ทำหน้าที่อยู่ฝั่งขวา
อย่างที่เห็นจากแผนที่การเล่นด้านล่าง โรเจอร์ ก็ชื่นชอบการเล่นทางฝั่งซ้ายเมื่ออยู่ในจังหวะการเล่นเกมรุกเช่นกัน แต่เขาเป็นนักเตะที่เลี้ยงบอลอันตรายกว่า และมีลูกยิงที่หนักหน่วงไม่แพ้กัน โดยฤดูกาลที่ผ่านมาเขายิงจากนอกกรอบเขตโทษได้ 3 ประตู ขณะที่ เอ็นโซ่ ทำได้ 2 ประตู
เอ็นโซ่ มีสถิติสร้างโอกาสมากกว่า โรเจอร์ โดยเขาสร้างโอกาสในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมาได้ 68 ครั้ง ซึ่งเป็นอันดับ 3 ของพรีเมียร์ลีกส์ในฤดูกาลล่าสุด ตามหลัง โซบอสไล ( 78 ครั้ง ) และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ( 136 ครั้ง )
หลายครั้งเกิดจากการจ่ายบอลทะลุไลน์แนวรับจากแดนกลาง โดย เอ็นโซ่ สามารถจ่ายบอลทะลุไลน์แนวรับคู่แข่งได้ถึง 51 ครั้ง เป็นรองเพียงแค่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ทำได้ 52 ครั้ง
เมื่อคำนวณเป็นสถิติต่อ 90 นาที ตัวเลขดังกล่าวทำให้ เอ็นโซ่ อยู่ในอันดับ 4 โดยมี กิมาไรส์ นักเตะใหม่ของ อาร์เซนอล ซึ่งทำผลงานให้กับ นิวคาสเซิล เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เป็นผู้นำในสถิตินี้
เมื่อเลื่อนลงไปดูรายชื่อด้านล่าง เราจะพบ ชาก้า ของ ซันเดอร์แลนด์ อยู่ในอันดับ 11 ซึ่งเป็นนักเตะที่ เชลซี เคยยื่นข้อเสนอ 8 ล้านปอนด์ในตลาดรอบนี้ แต่ข้อเสนอดังกล่าวถูกปฏิเสธอย่างรวดเร็ว
ชาก้า เป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางและเป็นกัปตันทีมที่พา เลเวอร์คูเซ่น คว้าแชมป์บุนเดสลีกาแบบไร้พ่ายในฤดูกาล 2023-24 ภายใต้การคุมทีมของ อลอนโซ่
นอกจากจะสามารถจ่ายบอลทะลุช่องแบบที่ เอ็นโซ่ ทำได้ดีได้แล้ว ชาก้า ยังจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในเกมรับของ เชลซี หากเขาย้ายมาร่วมทีม ชาก้า ชอบยืนประจำตำแหน่งบริเวณแดนกลาง มากกว่าการวิ่งขึ้นลงแบบ เอ็นโซ่ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จะช่วยให้ เชลซี มีความมั่นคงมากขึ้นและลดความเสี่ยงในการถูกคู่แข่งสวนกลับ
หรือถ้า อลอนโซ่ ต้องการรักษาความมีชีวิตชีวาและพลังงานที่ เอ็นโซ่ มอบให้ เชลซี อาจกลับไปเดินหน้าคว้าตัว อเล็กซ์ สก็อตต์ อีกครั้ง หลังจาก บอร์นมัธ ปฏิเสธข้อเสนอ 64 ล้านปอนด์จาก เชลซี ในตลาดรอบนี้
สก็อตต์ พัฒนาตัวเองจนกลายเป็นหัวใจสำคัญของทีมที่ขึ้นชื่อเรื่องสไตล์การเล่นที่เข้มข้นและใช้พลังงานสูง ซึ่งถูกปลูกฝังโดยกุนซือ อิราโอล่า ที่ย้ายไปคุม ลิเวอร์พูล ในช่วงสิ้นสุดฤดูกาลที่ผ่านมา
เมื่อดูจากโปรไฟล์การวิ่งของเขาจาก SkillCorner สก็อตต์ เช่นเดียวกับ เอ็นโซ่ อยู่ในอันดับสูงด้านการหาพื้นที่เพื่อให้เพื่อนจ่ายบอลให้ ไม่ว่าจะเป็นการขยับลงมาต่ำเพื่อเชื่อมเกมหรือการวิ่งสอดขึ้นไปสนับสนุนผู้เล่นในแนวรุก
แต่เขาอาจยังไม่มีความสามารถในการสอดเข้าไปในกรอบเขตโทษในช่วงจังหวะสุดท้ายได้เท่ากับ เอ็นโซ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ช่วยให้ เอ็นโซ่ ทำได้ถึง 10 ประตูในพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา
เอ็นโซ่ คือกองกลางที่มีความสามารถรอบด้านอย่างมากและการจากไปของเขาจะถือเป็นความเสียหายสำหรับ เชลซี อย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ด้วยการมี อลอนโซ่ ซึ่งเป็นนักวางแท็กติกคุมทีมอยู่ รวมถึงขุมกำลังที่เต็มไปด้วยนักเตะคุณภาพ และความสามารถในการเข้าสู่ตลาดเพื่อหาตัวเลือกอื่น เชลซี ยังมีอีกหลายวิธีในการเติมเต็มช่องว่างที่จะเกิดขึ้นหาก เอ็นโซ่ ย้ายออกไป
ความเห็นส่วนตัวควรแยกบทบาท เอ็นโซ่ ที่เด่นๆในยุค มาเรสก้า ออกเป็น 2 บทบาท
1. กลางรุกซ้ายตัวทำประตู อันนี้ได้ โรเจอร์ มาแทนละ
2. กองกลางตัวจ่ายบอลสร้างสรรค์เกม อันนี้จริงๆมี บาร์โก้ แต่เกรดยังไม่ได้น่าไว้ใจมาก แถมตัวเล็กเสียเปรียบด้านกายภาพอีก
ถ้าขาย เอ็นโซ่ ไปก็น่าหากองกลางตัวจ่ายบอลมากกว่าตัวสอดยิง เพราะ อลอนโซ่ ดูจะไม่ได้ใช้แผนกองกลางเติมสูงแบบ มาเรสก้า ที่ใช้ 8กึ่ง10 คอยสอดไปเป็นกลางรุกซ้ายเวลาทีมครองบอลบุก
ก็เลยดูจากลิสต์ในรูปที่จ่ายบอลทะลุไลน์กองหลังต่อ 90 นาทีน่ะ วอร์ตั้น ก็ติดมาด้วยเหมือนกัน เลยอยากลอง วอร์ตั้น มากหน่อย แต่น่าจะแตะๆ 100 ล้านปอนด์นะเพราะถ้าทีมอื่นรู้ว่าได้จาก เอ็นโซ่ มา 120 ตอนไปหาตัวแทนยังไงก็โดนโก่งแน่ๆ ยกเว้นจะไปหาพวกที่มีค่าฉีก หรือ สัญญาเหลือน้อยหน่อย