ถอดรหัสความคิดคาร์ริก! คลายข้อข้องใจแฟนผี: ตลาดนักเตะ, แรชฟอร์ด และเป้าหมายแชมป์
ไมเคิล คาร์ริก กุนซือของปีศาจแดง ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจสัมภาษณ์พิเศษกับสื่อมวลชน ณ โรงแรมคาร์ตัน เฮาส์ เมืองดับลิน
ท่ามกลางการถ่ายทำสารคดีของ Amazon โดยได้พูดคุยเจาะลึกแบบรอบด้าน ทั้งเรื่องตลาดนักเตะ (การเสริมแบ็กซ้าย และนโยบายไม่ทุ่มเงิน 100 ล้านปอนด์), อนาคตของมาร์คัส แรชฟอร์ด, การบริหารจิตใจค็อบบี ไมนู, แท็กติกคู่กลางใหม่อย่าง ตีเลอมันส์ x ซานโตส, การดันดาวรุ่งอคาเดมี รวมถึงโอกาสในการท้าชิงแชมป์ฤดูกาลนี้
Key Points
- เสริมทัพเพิ่ม: พอใจทีมแต่ยังต้องการนักเตะใหม่ โดยเน้น แบ็กซ้าย, กองกลาง และกองหน้า ก่อนตลาดปิด
- เน้นคุ้มค่า: เมินทุ่มซื้อนักเตะระดับ 100 ล้านปอนด์ ย้ำการจ่ายเงินแพงไม่ได้การันตีความสำเร็จ แต่เน้นสร้างทีมด้วยระบบ
- คู่กลางใหม่: เตรียมใช้ ซานโตส + ตีเลอมันส์ ลุยเปิดฤดูกาล ชูจุดเด่นเรื่องเทคนิค คาแรกเตอร์ และการจ่ายบอลตามสไตล์ยุคคาร์ริก-สโคลส์
- หนุนแรชฟอร์ด: ชี้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ยังฝึกซ้อมได้ยอดเยี่ยม และพร้อมมอบมิติที่แตกต่างให้ทีมต่อ
- หนุนไมนู & ดาวรุ่ง: คุยให้กำลังใจ ค็อบบี ไมนู หลังไม่ได้ลงเล่นให้ทีมชาติ พร้อมเดินหน้าดันเด็กอคาเดมีขึ้นชุดใหญ่
- ตั้งเป้าล่าแชมป์: ปลูกฝังผู้เล่นให้เชื่อมั่นว่าทีมมีศักยภาพ "สุดพิเศษ" และพร้อมดันสุดตัวเพื่อกลับมาคว้าแชมป์
️ บทสัมภาษณ์
✍️ จะมีการเสริมทัพเพิ่มอีกไหม?
คำถามสำคัญที่สุดสำหรับแฟนบอลในเวลานี้คือ ยูไนเต็ดจะลุยตลาดนักเตะเพิ่มเติมอีกหรือไม่ จนถึงตอนนี้ ซานโตส และ ตีเลอมันส์ เป็นเพียงสองผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ (ผู้เล่นตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่ผู้รักษาประตู) ที่เซ็นสัญญาเข้ามา และแม้ว่าทั้งคู่จะทำผลงานได้ดีในช่วงปรีซีซัน แต่ก็ยังมีข้อกังวลว่าทีมของคาร์ริกพร้อมสำหรับการกลับไปเล่นในศึกแชมเปียนส์ลีกแล้วหรือยัง
เมื่อถูกถามว่าเขาจะพอใจกับขุมกำลังที่มีอยู่หรือไม่ หากตลาดนักเตะปิดลงในตอนนี้ คาร์ริกตอบว่า:
"ผมคิดว่าเรามีความสมดุลที่ค่อนข้างดีทีเดียวเมื่อกางรายชื่อทีมออกมา แต่ใช่ครับ แน่นอนว่าเราอยากได้เพิ่ม เราอยากได้นักเตะเพิ่ม และเราต้องดันต่อเพื่อเสริมทัพให้ได้มากกว่านี้"
เมื่อถูกถามโดยตรงเรื่องการเซ็นสัญญานักเตะมาช่วยแบ็กอัพ ลุค ชอว์ เขาเผยว่า:
"มันมีหนึ่งหรือสองตำแหน่งที่เราอยากปรับปรุง และเรารู้สึกว่ายังมีโอกาสที่จะพัฒนาได้ แต่การเซ็นสัญญาต้องเป็นสิ่งที่เข้ามาแล้วทำให้เราดีขึ้น และยกระดับทีมได้จริงๆ ไม่ว่าจะด้วยคุณภาพระดับสูงหรือการเพิ่มมิติความลึกของทีม นั่นคือสิ่งที่เราต้องบริหารจัดการ มันเป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดเจนอยู่แล้ว"
ส่วนโอกาสในการเซ็นสัญญากองกลางคนที่สาม คาร์ริกกล่าวว่า:
"เราต้องการเสริมความแข็งแกร่งในทุกๆ ด้านเสมอ มันขึ้นอยู่กับว่านักเตะคนนั้นจะช่วยเราได้ไหม และช่วยในรูปแบบไหน มันไม่ใช่แค่การซื้อมาเพื่อให้ได้ซื้อ แต่นอนว่าเราต้องพัฒนาขึ้น และมันเป็นสิ่งที่เรากำลังพยายามทำอยู่อย่างแน่นอน"
ตำแหน่งแบ็กซ้ายถือเป็นวาระสำคัญในขณะนี้ แต่ยูไนเต็ดจะยื่นข้อเสนอจริงจังเพื่อดึงตัว ลูอิส ฮอลล์ ของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด หรือ ไมเลส ลูอิส-สเกลลี ของอาร์เซนอล หรือไม่นั้น ยังต้องรอดูต่อไป เมื่อพิจารณาจากจำนวนเงินมหาศาลที่ต้องใช้
ส่วน ฮอร์เค ซาลินาส จากราซิง ซานตานเดร์ ดูจะเป็นตัวเลือกที่เน้นดาวรุ่งอนาคตไกลด้วยราคาที่ย่อมเยากว่า
แฮร์รี อามาสส์ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมอุ่นเครื่องกับลีดส์ ยูไนเต็ด แต่คาดว่าเขาน่าจะย้ายออกไปแบบยืมตัวมากกว่า เพื่อโอกาสในการลงสนาม หลังจากทำผลงานได้น่าประทับใจในช่วงปรีซีซัน
ยูไนเต็ดยังคงพิจารณาตัวเลือกในตำแหน่งกองกลางและกองหน้าอย่างถี่ถ้วน โดยคาร์ริกกล่าวเสริมว่า:
"เราไม่ได้ไร้เดียงสา เรารู้ว่าเรากำลังจะเจอกับอะไร แต่เรารู้สึกว่าเราเป็นทีมที่แข็งแกร่งขึ้นกว่าฤดูกาลที่แล้วในหลายๆ ด้าน ดังนั้นเราแค่ต้องต่อยอดและฉวยความได้เปรียบจากจุดนี้ให้ได้"
⚙️ โครงสร้างและโฉมหน้าของแนวรับ/กองกลาง
แม้หลายฝ่ายมองว่าแมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการกองกลางสายลุยเข้ามาเสริม แต่คาร์ริกเตรียมใช้ ซานโตส จับคู่ ตีเลอมันส์ เป็นตัวจริงนัดเปิดฤดูกาล โดยเน้นจุดเด่นเรื่องเทคนิค การคิดไวทำไว และการจ่ายบอล ซึ่งเป็นสไตล์แดนกลางแบบเดียวกับที่ คาร์ริก เคยเล่นคู่กับ พอล สโคลส์ จนพาทีมประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในอดีต และเขากำลังนำแนวทางนี้กลับมาใช้อีกครั้งในฐานะเฮดโค้ช
"โดยธรรมชาติแล้ว เราทุกคนมองเกมในมิติที่ต่างกัน สายตาของคุณจะโฟกัสไปที่ส่วนต่างๆ ของเกมไม่เหมือนกัน เราทุกคนดูเกมเดียวกันแต่อาจเห็นบางสิ่งที่แตกต่างกันเล็กน้อย"
"การเคยเป็นกองกลางและวิธีที่ผมมองเกม ในบางแง่มันช่วยได้มาก เพราะคุณเหมือนมีความเชื่อมโยงกับทุกส่วนของทีมตลอดเวลา ผมไม่ได้บอกว่าคุณต้องเคยเป็นกองกลางถึงจะเป็นโค้ชที่ดีได้ แต่ผมคิดว่ามันเป็นจุดอ้างอิงของผมในบางมุม และเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกว่ามันได้ผลมาตลอดหลายปี รวมถึงฟุตบอลแบบที่ผมคิดว่าแฟนบอลอยากเห็นด้วย และหวังว่ามันจะผสมผสานกันได้ลงตัว"
"แน่นอนว่า แดนกลางคือส่วนสำคัญอย่างมากในทีมที่ผมคุม"
เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากกับผลงานของ ซานโตส (วัย 22 ปี) และ ตีเลอมันส์ (วัย 29 ปี) จนถึงตอนนี้
"สำหรับ อังเดรย์ เด็กหนุ่มขนาดนี้ที่เข้ามาพร้อมกับทัศนคติ บุคลิกภาพ และความอุปนิสัยของเขา ถือเป็นเรื่องสุดยอดมาก เขาเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี มุ่งมั่น มีความเป็นผู้ใหญ่ และมีสมาธิสูงมาก เขากระหายที่จะเรียนรู้ พอก้าวเข้ามา เขาก็พยายามช่วยเพื่อนร่วมทีมและสื่อสารในเกมทันที เขาเป็นคนมีเสน่ห์ แถมยังมีฝีเท้าและทัศนคติที่ยอดเยี่ยมจริงๆ"
"ส่วน ยูรี อาจจะเห็นได้ชัดเจนกว่า เพราะเราเห็นฟอร์มของเขามาเยอะมากแล้ว แต่เรื่องคาแรกเตอร์ บุคลิก การบัญชาเกม และคุณภาพของเขานั้นยอดเยี่ยมจริงๆ ยิ่งกว่านั้นคือการเป็นนักเตะที่เล่นเพื่อทีม เข้าใจบทบาท และเชื่อมทุกคนเข้าด้วยกัน ผมคิดว่ามันสำคัญมากที่เราเลือกผู้เล่นมาได้ถูกต้อง โดยเฉพาะสองกองกลางนี้ ผมคิดว่าพวกเขามอบมิติให้เราอย่างมหาศาลในการขับเคลื่อนทีมไปข้างหน้า"
เรื่องของตัวเลขและเม็ดเงิน
แมนฯ ยูไนเต็ด เลือกซื้อ ซานโตส และ ตีเลอมันส์ มารวมกัน 85 ล้านปอนด์ โดยถอนตัวจากเป้าหมายราคามหาศาลอย่าง เอลเลียต แอนเดอร์สัน (116 ล้านปอนด์), ซานโดร โตนาลี (100 ล้านปอนด์) และ มาเตอุส เฟอร์นันเดส (85 ล้านปอนด์)
ส่งผลให้ยูไนเต็ดกลายเป็นทีมเดียวในกลุ่ม 'Big Six' ที่ยังไม่เคยทุ่มซื้อนักเตะทะลุ 100 ล้านปอนด์ และเมื่อหักลบกับเงิน 55 ล้านปอนด์ที่ได้จากการปล่อยตัว ฮอยลุนด์, วีเทก และส่วนแบ่งของกรีนวูด
ยอดใช้จ่ายสุทธิ (Net Spend) ซัมเมอร์นี้จึงอยู่ที่ประมาณ 30 ล้านปอนด์เท่านั้น
คาร์ริกย้ำว่า สโมสรเน้นสร้างทีมด้วยแท็กติกการซ้อมอย่างชาญฉลาด เพราะเงินไม่ได้การันตีความสำเร็จเสมอไป แต่หากถึงเวลาที่จำเป็นจริงๆ สโมสรก็พร้อมลงทุนเพื่อให้ได้ผู้เล่นที่ดีที่สุด
คาร์ริกกล่าวเมื่อถูกถามว่า การที่ยูไนเต็ดลังเลที่จะแตะระดับ 100 ล้านปอนด์จะส่งผลต่อความทะเยอทะยานของทีมหรือไม่
"เงินก็คือเงิน ผมเข้าใจจุดนั้นดี"
"มันยังคงเป็นเรื่องของฟุตบอล และนั่นคือจุดที่มีการแข่งขันเกิดขึ้นจริง มีความสมดุลของความรับผิดชอบในสโมสรแห่งนี้ และสิ่งที่เราทุกคนรู้สึกร่วมกันในฐานะทีม คือการพยายามเอาชนะและประสบความสำเร็จ"
"เรารู้สึกว่าเราต้องผลักดันและสู้สุดตัวในทุกรายการที่เราลงแข่ง โดยอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงของประวัติศาสตร์เมื่อไม่นานมานี้ด้วย แต่เราก็มีความมั่นใจจากผลงานในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และสิ่งที่เราทำได้ในลีก"
"สรุปคือเราต้องดันทุกอย่างให้สุดขอบเขตเท่าที่เราทำได้เพื่อกลับมาเป็นแชมป์อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลนี้ หรือฤดูกาลถัดไป เราต้องการให้มันเกิดขึ้นเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
♂️ แรชฟอร์ด จะยังอยู่ต่อหรือไม่?
การที่บาร์เซโลนาตัดสินใจไม่ใช้ออปชันซื้อขาด มาร์คัส แรชฟอร์ด มูลค่า 30 ล้านยูโรหลังหมดสัญญายืมตัว ได้ส่งผลกระทบต่อศักยภาพในการใช้จ่ายของยูไนเต็ด อย่างไรก็ตาม คาร์ริกปฏิเสธที่จะยืนยันว่าแรชฟอร์ดจะอยู่กับทีมต่อหลังปิดตลาดหรือไม่ แต่น้ำเสียงของเขาก็เต็มไปด้วยคำชมเชยสำหรับกองหน้าที่เขาเคยลงเล่นร่วมกันและเคยเป็นโค้ชให้มาก่อน คาร์ริกพูดเหมือนคนที่คาดหวังว่าจะได้ใช้งานแรชฟอร์ดในทีมต่อไป
"มาร์คัสคือนักเตะของเรา และเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเหมือนกับคนอื่นๆ เขาเข้ามาและซ้อมได้ดีมาก ผมรู้จักเขามานาน เหมือนที่ผมรู้จักผู้เล่นคนอื่นๆ มานาน ดังนั้นผมจึงไม่ได้ปฏิบัติตัวกับเขาต่างจากคนอื่น แต่มันดีมากที่มีเขาอยู่รอบๆ ทีมอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ผมรู้สึกดีและมองในแง่บวกมากครับ"
เมื่อถูกถามว่าเขาต้องการให้แรชฟอร์ดอยู่ต่อหรือไม่ คาร์ริกยอมรับถึงสถานการณ์รอบตัวที่นำไปสู่การย้ายออกจากทีมของเขาเมื่อเดือนมกราคมปี 2025
"มาร์คัสเป็นผู้เล่นที่เก่งมากครับ และถ้าคุณจะมีอาชีพค้าแข้งยาวนาน 10 หรือ 15 ปี มันจะต้องมีช่วงเวลาที่สิ่งต่างๆ เดินไปคนละทิศคนละทาง โอเค เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นได้ มันมีจุดขึ้นและลง และนั่นไม่ได้เป็นตัวตัดสินคุณ จากการประเมินเพียงแค่ครั้งเดียว มันขึ้นอยู่กับสิ่งเกิดขึ้นในระยะยาว และตอนนี้เราอยู่ในจุดที่ดีในฐานะทีม และมาร์คัสก็สามารถมอบสิ่งต่างๆ ให้เราได้มากมาย เขาเคยทำได้ และเขาสามารถทำมันได้อีกครั้ง ดังนั้นในแง่นี้ มันจึงค่อนข้างน่าตื่นเต้นมาก"
"เขามอบมิติที่แตกต่างออกไปเล็กน้อยให้กับทีมของเรา"
ไมนู และเหล่าดาวรุ่ง
ค็อบบี ไมนู ติดทีมชาติอังกฤษไปลุยทัวร์นาเมนต์ที่อเมริกาและเม็กซิโก แต่ไม่ได้ลงสนามเลยแม้แต่นาทีเดียว และมีอาการบาดเจ็บหลังจนพลาดเกมชิงอันดับ 3 กับฝรั่งเศส อย่างไรก็ตาม บาดเจ็บดังกล่าวไม่กระทบปรีซีซัน โดยเขาพร้อมลงเล่นพบกับ เอซี มิลาน (ยุค รูเบน อโมริม) ในวันเสาร์นี้ที่ร็อกซลอว์
คาร์ริกยอมรับว่าได้ต่อสายคุยให้กำลังใจไมนูระหว่างทัวร์นาเมนต์ เพราะเข้าใจความรู้สึกดีเนื่องจากเคยเจอประสบการณ์เดียวกันในฟุตบอลโลก 2010 (ยุคคาเปลโล) ที่ไม่ได้ลงสนามเลย และฟุตบอลโลก 2006 (ยุคเอริกสัน) ที่ได้ลงเล่นเพียงนัดเดียว
คาร์ริกกล่าวถึงไมนู
"ผมติดต่อกับเขาค่อนข้างบ่อยตลอดช่วงซัมเมอร์ ผมเคยอยู่ในจุดนั้นด้วยตัวเองและไม่ได้ลงเล่นในฟุตบอลโลก และผมรู้ว่าจากมุมมองคนนอก ทุกคนอาจมองเข้ามาแล้วพูดว่า 'คุณควรจะมีความสุขนะที่ได้ไปอยู่ตรงนั้น' ซึ่งมันก็มีส่วนจริง และการไม่มองข้ามโอกาสนั้นก็เป็นเรื่องถูกต้อง"
"แต่ในอีกมุมหนึ่ง ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งและนักฟุตบอลอาชีพ คุณย่อมอยากลงเล่น ดังนั้นผมเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว ผมเข้าใจมันดีครับ"
คาร์ริกกล่าวเสริมว่า:
"พวกเราทุกคนมองเห็นจากภายนอกถึงความหรูหรา ความเจิดจรัส และด้านบวกทั้งหมดของฟุตบอล แต่นักเตะก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน เราต่างมีช่วงเวลาที่ดีและแย่ ดังนั้นมันจึงสำคัญมากที่เราต้องสนับสนุนกันและกัน"
"เขายังเป็นเด็กหนุ่มมาก และเขาประสบความสำเร็จมามากมายในเวลาอันรวดเร็ว การก้าวมาถึงจุดนี้ได้ก็นับเป็นความสำเร็จในตัวเองแล้ว แต่มันก็น่าอึดอัดใจแน่นอนเมื่อคุณอยากลงเล่นและมีส่วนร่วมกับทีม"
"สุดท้ายแล้ว สถานการณ์ก็ออกมาเป็นแบบนั้น แต่เขาก็กลับมาและมีความสุขดีที่ได้กลับบ้านมาอยู่กับเรา เขาทำได้เยี่ยมมากในสัปดาห์นี้ ปรับตัวกลับเข้าสู่ทีมได้ทันที"
คาร์ริกปฏิเสธที่จะออกความคิดเห็นเกี่ยวกับตัดสินใจของ โธมัส ทูเคิล ที่ไม่ใช้งานไมนู โดยกล่าวว่า
"ทุกคนมีความคิดเห็นของตัวเอง แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผมคือ ค็อบบีอยู่ในจุดที่ดีมาก เขากลับมาบ้านและพร้อมสำหรับฤดูกาลใหญ่ และการได้เห็นเขาในสัปดาห์นี้ มันเยี่ยมมากที่มีเขากลับมา"
นอกจากนี้ คาร์ริกยังรู้สึกพอใจกับผลงานของบรรดานักเตะเยาวชนจากอคาเดมีในปรีซีซันนี้ โดย ชี เลซีย์ โดดเด่นเป็นพิเศษในแง่นั้น ขณะที่ ไทเลอร์ และ แจ็ก เฟลตเชอร์ รวมถึง อะมาสส์ ก็ได้เวลาลงสนามที่คุ้มค่า
"นั่นคือความงดงามของอคาเดมีแห่งนี้" เขากล่าว "เราแทบจะมีหน้าที่ในการผลักดันผู้เล่นอายุน้อยขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ให้ได้มากที่สุด ในเวลาที่เหมาะสมและด้วยวิธีที่ถูกต้อง"
"ยกตัวอย่างเช่นเมื่อคืนนี้ (เจอกับลีดส์) เหตุผลที่เราพยายามส่งพวกเขาลงสัมผัสเกมหลายคน ก็เพราะต้องการให้เจอความท้าทาย โดยไม่เกี่ยวนำผลการแข่งขันมาคิด พวกเขาจะเก่งขึ้นจากประสบการณ์นี้"
"ผมยังไม่ได้กดดันพวกเขาสูงเกินไปในตอนนี้ แต่พวกเขากำลังทำสิ่งดีๆ หลายอย่างในรูปแบบของตัวเอง ดังนั้นแน่นอนว่า หากพวกเขาพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ก็จะมีบทบาทให้ลงเล่นในแต่ละช่วงของฤดูกาล"
"มันขึ้นอยู่กับตัวพวกเขาเองส่วนหนึ่ง ขึ้นอยู่กับขนาดทีมและความแข็งแกร่งของเราด้วย แต่เรากำลังผลักดันตลอดเวลาเพื่อรักษานักเตะเยาวชนไว้ และค้นหาดาวรุ่งคนต่อไปที่จะขึ้นมาช่วยทีมเราได้"
การลุ้นแชมป์
ผู้เล่นยูไนเต็ดหลายคนได้ออกมาพูดถึงความปรารถนาที่จะท้าชิงแชมป์ในฤดูกาลนี้ คาร์ริกไม่ได้ดับความหวังนั้น แต่ก็ไม่ได้ตั้งเป้าหมายที่ผูกมัดตัวเองจนเกินไป
"อย่างแรกเลย การที่นักเตะมีความเชื่อแบบนั้น มันทำให้พวกเราทุกคนอยู่ในจุดที่ดี" เขากล่าว "คุณต้องมีความเชื่อก่อนจะเริ่มฤดูกาลว่าเราสามารถบรรลุบางสิ่งที่พิเศษได้"
"แต่พวกเขาต้องออกไปลงสนาม ทำมันให้ได้ และสัมผัสกับมันจริงๆ ผมจะไม่มานั่งคาดเดาอะไรที่เกินจริง แต่ผมคิดว่าจากสิ่งที่เราทำมา มันมอบความมั่นใจให้เราในการก้าวไปข้างหน้า"
"เรามีศักยภาพที่จะบรรลุบางสิ่งที่พิเศษจริงๆ ได้แน่นอน ผมไม่ได้ซ่อนความจริงข้อนี้ และเราควรตั้งเป้าหมายที่จะทำมันให้ได้ครับ"
กล้องของ Amazon ในสโมสร
ทีมงานถ่ายทำสารคดีของ Amazon ได้ติดตามถ่ายทำทีมมาประมาณสองสัปดาห์แล้ว และคาร์ริกก็พอใจกับระดับการเข้าถึงข้อมูลของทีมงานจนถึงตอนนี้
"มันก็โอเคดีครับ" เขากล่าว "แน่นอนว่ามันอาจจะแปลกใหม่และมีความเฉพาะตัวนิดหน่อย แต่ในการทำงานจริงวันต่อวัน เรามีกล้องรอบตัวเยอะอยู่แล้ว เด็กๆ ก็เลยค่อนข้างชินไปครึ่งหนึ่งแล้ว"
"แน่นอนว่าเราต้องทำงานผ่านมันไปให้ได้ แต่พวกเขาก็ให้เกียรติเราดีครับ พอมองจากภายนอกมันอาจจะดูเป็นเรื่องใหญ่โต แต่ในการทำงานจริงวันต่อวัน มันไม่ได้กระทบอะไรขนาดนั้นครับ"
Credit: Laurie Whitwell [The Athletic]
ฝากหน่อยนะครับ
https://www.facebook.com/share/p/192s2UCL9U/
ผิดหลาดยังไง ขออภัยนะครับ