นักบอลถ้วย ง.
Status:

: 0 ใบ

: 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Jul 2025
ตอบ: 3338
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Aug 08, 2026 22:40
ผมว่านะ จริงๆสิ่งที่บุดด้าพูดมันก็คงมีหลายเรื่อง แก่นจริงคือการดับทุกข์คือกำจัดต้นเหตุแห่งทุกข์ไป เรื่องอื่นก็ค่อยตามมา
เพราะผมบวชเรียน พระท่านเคยให้ยืมอ่านหนังสือต้นบัญญัติ เป็นเรื่องที่ว่าทำไมถึงมีบัญญัติ เช่นพระรูปหนึ่งบวชในป่าแล้วก็ไม่ศึกษาธรรม ให้ชาวบ้านเอาอาหารมาให้แล้วตั้งหน้าตั้งตาชักอย่างเดียว แถมไปแนะนำรูปอื่น บุดด้าเจอก็มาตั้งบัญญัติว่าห้ามชัก อะไรแบบนี้ บัญญัติต่างๆจึงไม่ใช่แก่น แต่เป็นไปเพื่อการปกครองให้มีสันติสุข
อีกอย่างพระไตรปิฏกเนี่ย ก็ถูกเขียนขึ้นโดยพราหมรณ์ ซึ่งเขียนเป็นสันสกฤต ไม่ใช่บาลีแบบที่บุดด้าเทศน์ แถมเขียนหลังดับขันธุ์ไปตั้ง 500 ปีได้ล่ะมั้ง และก็ถูกชำระโดยกษัตริย์ เพื่อให้ถูกใจในการปกครองอีก จะหาความบริสุทธิ์ก็คงยาก
แต่มันดันกลายเป็นข้อดี เพราะมหายานกับเรานี่ก็ตีความศาสนากันคนละแบบเลยเรื่องเวียนว่ายตายเกิด คือขอให้เวียนว่ายมาสั่งสอนคนใหม่ไปเรื่อยๆ ธรรมกายก็ตีความนิพพานไม่เหมือนเราเรื่องอัตตา มันเลยกลายเป็นว่าการตีความนั้นไม่มีที่สิ้นสุด เลยเถียงกันมันส์มาก สมัยก่อนผมเคยอ่านหนังสือที่พระเขียนเหน็บพระด้วยกันไปมา ออกหนังสือตบกันไปตบกันมา ท้ั้งกรณีพุทธทาส ทั้งกรณีสันติอโศก แต่ตอนนี้คงไม่มีใครเก็บไว้แล้วแหละยกเว้นชั้นหนังสือของคนแก่ๆ
ส่วนเรื่องธรรมเป็นสิ่งมีอยู่ผมก็เห็นด้วย แต่อย่าลืมว่าธรรม กรรม อะไรพวกนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องดี เรื่อง ugly ก็มี เหมือนบุดด้าสอนให้รู้จักการยอมรับสิ่งที่เป็นทั้งด้านที่ดีและด้านที่เลว และพิจารณาว่าอะไรเป็นทางดับทุกข์มากกว่า ที่ไม่ใช่ก็ตัดออกไป
แก้ไขล่าสุดโดย แก่นนคร เมื่อ Sat Aug 08, 2026 22:42, ทั้งหมด 1 ครั้ง