( CFC ) บทวิเคราะห์ เป๊ป ชาวาเรีย
บทวิเคราะห์จาก Liam Twomey และ Thom Harris
บทบาทของ ชาวาเรีย ใน ราโย บาเยกาโน่ ฤดูกาลล่าสุดอาจให้เบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับวิธีที่ อลอนโซ่ จะเลือกใช้งานเขา
โดยปกติแล้ว ชาวาเรีย จะเป็นแบ็กซ้ายตัวจริงในระบบ 4-2-3-1 ซึ่งมักจะเปลี่ยนเป็นแนวรับ 3 คนในช่วงที่ทีมครองบอล ทำให้เขาได้รับอิสระอย่างมากในการพาบอลขึ้นไปตามริมเส้นฝั่งซ้าย
มีฟูลแบ็กเพียง 2 คนเท่านั้นใน 5 ลีกชั้นนำของยุโรปเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาที่ทำสถิติเลี้ยงพาบอลเป็นระยะทาง 10 เมตรขึ้นไปได้มากกว่าเขา และ 24.9 เปอร์เซ็นต์ของการเลี้ยงพาบอลเหล่านั้นเป็นการพาบอลไปข้างหน้า
กราฟฟิกด้านล่างแสดงให้เห็นว่า ชาวาเรีย ชอบพาบอลไปยังบริเวณใดในฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งก็คือบริเวณริมเส้นฝั่งซ้ายเป็นหลัก
และบ่อยครั้งที่เขาพาบอลผ่านพื้นที่กลางสนามเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งที่สามารถครอสบอลได้
เมื่อขึ้นไปถึงพื้นที่ดังกล่าว เขามีความสามารถในการเปิดบอลโค้งเข้าจุดนัดพบให้เพื่อนร่วมทีมได้อย่างแม่นยำและลุ้นทำประตูได้ง่าย เช่นจังหวะที่เขาเปิดบอลให้ อเลมาโอ ทำประตูชัยในช่วงท้ายเกมที่พบกับ อลาเบส เมื่อเดือนตุลาคม
เปเรซ อดีตเฮดโค้ชของ ราโย มักให้ ชาวาเรีย เล่นทางฝั่งซ้ายร่วมกับ การ์เซีย ปีกที่มักพยายามพาบอลไปจนถึงสุดเส้นหลังอยู่เป็นประจำ
แนวทางการเล่นนี้มักเปิดโอกาสให้ ชาวาเรีย วิ่งสอดเข้าด้านใน ( Underlap ) ซึ่งเป็นรูปแบบการเล่นที่แฟน เชลซี เคยเห็น คูคูเรย่า ทำเป็นประจำภายใต้การคุมทีมของ มาเรสก้า
ตัวอย่างด้านล่างเกิดขึ้นในลักษณะการเล่นชิ่ง 1-2 กับ เอสปีโน่ ถ้าเขาได้รับบอลคืนมาในจังหวะที่ดีกว่านี้ ชาวาเรีย ก็จะมีโอกาสทองในการสร้างจังหวะทำประตูให้กับทีม
พูดถึงโอกาสทองในการสร้างจังหวะทำประตู นี่คือตัวอย่างที่ ชาวาเรีย ใช้ความเร็วเล่นงานแนวรับของ ฮันซี่ ฟลิค ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการดันแนวรับขึ้นสูง ด้วยการสอดทะลุไปด้านหลังแนวรับ บาร์เซโลน่า ตั้งแต่นาทีแรกของเกม ก่อนจะเปิดบอลเข้ากลางได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาสมควรได้รับเครดิตเป็นแอสซิสต์จากจังหวะนี้
ชาวาเรีย ยังทำได้ดีในการวิ่งเติมขึ้นไปแบบโอเวอร์แลป ( Overlap ) เพื่อเข้าไปยังพื้นที่ที่เขาสามารถครอสบอลหรือจ่ายคัตแบ็กเข้ามาได้อีกด้วย นี่คือตัวอย่างที่เขาทำแบบนั้นในเกมที่เสมอกับ กิโรน่า 1-1 เมื่อเดือนพฤษภาคม
ฝั่งซ้ายของ เชลซี อาจเปิดโอกาสให้ ชาวาเรีย วิ่งสอดเข้าด้านใน ( Underlap ) ได้น้อยลง ถ้า โรเจอร์ เป็นตัวจริงในตำแหน่งปีกซ้าย
แต่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ชาวาเรีย ก็แสดงให้เห็นว่าเขามีความหลากหลายในการเล่นพอๆกับความขยันในการวิ่งในตอนไม่มีบอล
มีเหตุผลหลายข้อที่เชื่อได้ว่าเขาจะสามารถสร้างเคมีในเกมรุกที่ยอดเยี่ยมร่วมกับเพื่อนร่วมทีมที่หลากหลายในฝั่งนั้นได้
ถ้ามีคำหนึ่งที่สามารถใช้อธิบาย ชาวาเรีย ได้ดีที่สุด คำนั้นก็คือ " ขยัน " เขาดูเหมาะสมอย่างยิ่งกับความเข้มข้นแบบไม่หยุดยั้งของพรีเมียร์ลีก
โดยฤดูกาลที่ผ่านมา เขารั้งอันดับ 10 ในบรรดาฟูลแบ็กจาก 5 ลีกชั้นนำของยุโรปในด้านจำนวนการสปรินต์ต่อ 90 นาที ( นิยามว่าเป็นการวิ่งโดยไม่มีบอลด้วยความเร็วเกิน 25 กม/ชม และรักษาความเร็วนั้นไว้อย่างน้อย 0.7 วินาที )
ไม่น่าแปลกใจที่ อิราโอล่า มองว่า ชาวาเรีย เป็นนักเตะที่มีประโยชน์ในช่วงที่เขาคุมทีม ราโย และ เปเรซ ก็เช่นกัน เพราะเขาเองก็ยึดแนวทางฟุตบอลแบบเดียวกันที่เน้นการวิ่งด้วยความเข้มข้นสูง
ความเร็วและความดุดันในการไล่ล่าบอลของเขา ทำให้สามารถปรับตัวเข้ากับระบบการเพรสซิ่งสมัยใหม่ได้อย่างง่ายดาย
นี่คือตัวอย่างในเกมที่เขาพบกับ สตราส์บูร์ก ในเลกสองของรอบรองชนะเลิศคอนเฟอเรนซ์ลีก ระหว่างทั้งสองทีมเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยเขาวิ่งไล่กดดัน โมเรร่า จนบีบให้เสียบอลลึกเข้าไปในแดนของตัวเองและนำไปสู่โอกาสยิงทันทีของเพื่อนร่วมทีมอย่าง ปาลาซอน
ตัวเลขด้านเกมรับของ ชาวาเรีย อาจไม่ได้โดดเด่นสะดุดตานักแต่เขาเป็นผู้เล่นที่เล่นได้อย่างดุดันและเห็นได้ชัดว่าเขาภูมิใจกับการไม่ปล่อยให้คู่แข่งเอาชนะเขาได้ง่ายๆ
จังหวะนี้เขาใช้การยืนตำแหน่งและความเร็วในการรับมือแบบตัวต่อตัวกับ ซีแกนคอฟ ปีกของ กิโรน่า โดยตามประกบเขาไปจนถึงเส้นหลัง บีบให้ปีกชาวยูเครนต้องล้มเลิกความคิดที่จะเปิดบอล และสุดท้ายก็สามารถทำให้คู่แข่งเสียการครองบอลได้
เช่นเดียวกับ คูคูเรย่า รูปร่างและสรีระที่ค่อนข้างผอมของ ชาวาเรีย จะทำให้เขาตกเป็นเป้าหมายอย่างชัดเจนสำหรับคู่แข่งในพรีเมียร์ลีกที่มีแนวรุกซึ่งตัวใหญ่กว่าแข็งแกร่งกว่า และมีความสามารถด้านร่างกายที่เหนือกว่า
แต่เขาก็สามารถรับมือและต้านทานได้ในระดับหนึ่ง และถ้าต้องเจอกับการจับคู่ที่เสียเปรียบเป็นพิเศษ อลอนโซ่ ก็ยังสามารถเลือกใช้ ฮาโต้ ที่มีร่างกายใหญ่และแข็งแกร่งกว่าแทนได้
เชลซี อาจคิดถึงความสามารถอันน่าเหลือเชื่อของ คูคูเรย่า ในการสอดเข้ามาที่เสาไกลเพื่อทำประตูสำคัญ ซึ่งเขาเคยทำได้หลายครั้งภายใต้การคุมทีมของ มาเรสก้า
ชาวาเรีย ยังไม่ได้แสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณแบบเดียวกันในพื้นที่สุดท้าย แม้ว่าผลงานที่น่าจดจำที่สุดของเขากับ ราโย บาเยกาโน่ เมื่อฤดูกาลที่แล้วจะเป็นการยิงไกลสุดสวยใส่ แอตมาดริด เมื่อเดือนกันยายน ซึ่งมีค่า xG เพียง 0.01
นั่นเป็นประตูเดียวของ ชาวาเรีย ในฤดูกาล 2025-26 และตามที่แผนที่การยิงด้านล่างแสดงให้เห็น เขามีโอกาสยิงอีกหลายครั้งจากตำแหน่งที่ใกล้เคียงกันแต่ไม่ประสบความสำเร็จ
การยิงไกลเหล่านี้ไม่น่าจะสร้างความแตกต่างให้กับ เชลซี ได้มากนัก สิ่งที่อาจมีความสำคัญมากกว่าคือ ชาวาเรีย แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นผู้เล่นที่ยิงบอลจากนอกกรอบเขตโทษได้ ซึ่งน่าจะทำให้คู่แข่งต้องตอบสนองเมื่อเขาได้รับบอลในพื้นที่ดังกล่าว และอาจเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมได้ในที่สุด
ยังไม่ชัดเจนว่า ชาวาเรีย จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงขาประจำของ เชลซี ได้หรือไม่ แต่ถึงแม้เขาจะไม่ได้เป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ การมาของเขาก็แสดงให้เห็นว่า BlueCo มีความตั้งใจที่จะลดการทุ่มเงินหลายล้านปอนด์อย่างไม่รู้จบไปกับนักเตะดาวรุ่งที่มีศักยภาพและหันมาเลือกผู้เล่นที่มีประสบการณ์และพิสูจน์ฝีเท้าตัวเองแล้วในราคาที่สมเหตุสมผลและเหมาะกับแนวทางการทำทีมที่ผู้จัดการทีมต้องการมากกว่า