ลุงขี่จักรยานยนต์ ลาก "เจ้าตังตัง" หมาลาบราดอร์หนัก 43 กก. ไปตามถนนไกลกว่า 2 กม. จนเลือดสาดเต็มพื้น
จุดเริ่มต้นเหตุการณ์สุดหดหู่
◼ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงกลางดึกเวลาประมาณตี 3 ครึ่ง "เจ้าตังตัง" สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ สีดำ เพศผู้ วัย 4 ปี ของคุณณชเชต (หรือลุงไข่) เจ้าของอู่ซ่อมรถในตัวเมืองลำปาง ได้หลุดออกจากบ้านพัก
◼ เนื่องจากโซ่ที่ล่ามคอเกิดขาด ทำให้น้องเดินออกมาโดยมีสายโซ่ยาวติดคอมาด้วย
◼ กล้องวงจรปิดตามเส้นทางจับภาพเหตุการณ์สุดสะเทือนใจได้ชัดเจน เป็นภาพชายวัยกลางคนขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยลากเจ้าตังตังไปตามถนนในเขตเทศบาลนครลำปางเป็นระยะทางไกลกว่า 2 กิโลเมตร
◼ ในช่วงแรกเจ้าตังตังพยายามวิ่งตามรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว แต่สุดท้ายสู้แรงไม่ไหวและเหนื่อยล้า จึงล้มลงและถูกลากถูลู่ถูกังไปกับพื้นถนนจนได้รับบาดเจ็บ มีคราบเลือดของน้องหยดเป็นทางยาวตลอดเส้นทาง
พลเมืองดีเข้าช่วยเหลือ
◼ ชายคนก่อเหตุได้ลากน้องไปทิ้งไว้ที่บริเวณหน้าแผงขายผัก ตลาดสดออมสิน ก่อนจะขับรถหนีไป ทิ้งให้น้องนอนจมกองเลือด หายใจรวยริน
◼ โชคดีที่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาดมาพบเห็น ด้วยความสงสารจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาลนครลำปางให้มาช่วยเหลือด่วน
◼ ซึ่งการช่วยเหลือเป็นไปอย่างทุลักทุเลเพราะเจ้าตังตังตัวใหญ่และมีน้ำหนักมากถึง 43 กิโลกรัม ต้องใช้เจ้าหน้าที่ถึง 3-4 คนช่วยกันอุ้มขึ้นท้ายรถกระบะเพื่อส่งคลินิกรักษาสัตว์
◼ กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาดใจบุญมาก ได้ช่วยกันลงขันรวบรวมเงินเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลให้กับเจ้าตังตังทั้งหมด
◼ จากการตรวจรักษาพบว่า อุ้งเท้าทั้ง 4 ข้างของน้องมีบาดแผลฉกรรจ์จากการถูกลากถู เล็บแทบหลุดลอกออกทั้งหมด และมีบาดแผลตามลำตัว
◼ ล่าสุดน้องได้กลับมาพักฟื้นที่บ้านแล้ว อาการเริ่มดีขึ้น กินข้าวได้ปกติ แต่ยังต้องรักษาแผลที่เท้าอย่างต่อเนื่อง และน้องยังมีอาการหวาดผวา ซึมสลด
◼ ซึ่งทันทีที่เจ้าของเห็นแผลและคลิปวงจรปิด ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ร้องไห้และนอนไม่หลับทั้งคืนด้วยความสงสารลูกรัก
คำแก้ตัวของคนทำ
◼ ต่อมา ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองลำปาง ได้เชิญตัว "ลุงวัย 57 ปี" ผู้ก่อเหตุ ซึ่งมีอาชีพเป็นพ่อค้าขายกับข้าวในตลาด และ "คุณณชเชต" วัย 39 ปี เจ้าของสุนัข มาสอบสวนที่โรงพัก
◼ ลุงคนก่อเหตุอ้างว่า ขี่รถออกจากบ้านพัก พอผ่านหน้าอู่ซ่อมรถ น้องหมาก็วิ่งเห่าไล่ ด้วยความที่ตนเคยถูกสุนัขกัดมาก่อนจึงเกิดความกลัวและรีบขี่รถหนี
◼ ลุงอ้างว่า "ไม่รู้ตัวเลยว่าโซ่ที่คอหมาเข้ามาพันกับโช้กรถจักรยานยนต์" ระหว่างทางก็ยังคิดในใจว่าทำไมหมาตัวนี้ถึงดุและวิ่งตามไม่ลดละ
◼ ลุงเล่าต่อว่า พอขี่มาถึงตลาดออมสิน มีชาวบ้านตะโกนบอกและช่วยปลดโซ่ออกให้ แต่ตนต้องรีบไปเปิดร้านขายกับข้าว เลยทิ้งสุนัขไว้ตรงนั้นและไม่ได้อยู่ดูอาการ
◼ ทันทีที่เผชิญหน้ากันและได้ยินคำแก้ตัว คุณณชเชต เจ้าของสุนัขถึงกับฟิวส์ขาด เกิดการปะทะคารมโต้เถียงกันอย่างดุเดือดกลางโรงพัก จนตำรวจต้องรีบแยกตัวลุงผู้ก่อเหตุเข้าห้องสืบสวน
◼ เจ้าของสวนกลับทันทีว่าคำอ้างนี้เป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง เพราะเจ้าตังตังน้ำหนักตัวมากถึง 43 กิโลกรัม
◼ หากวิ่งมาชนแล้วโซ่พันโช้กรถจริงๆ รถจักรยานยนต์ต้องเสียหลักล้มแน่นอน ไม่มีทางที่จะขี่ลากไปไกลถึง 2 กิโลเมตรได้โดยไม่รู้ตัว
◼ นอกจากนี้ ภาพจากกล้องวงจรปิดยังมัดตัวแน่นหนา เพราะเผยให้เห็นพฤติกรรมชัดเจนว่า ตลอดเส้นทางคนขี่ได้ "เหลียวหลังกลับมามองสุนัขอยู่เป็นระยะๆ" จะมาอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้เด็ดขาด
◼ คุณณชเชตตั้งคำถามประณามการกระทำอย่างดุเดือดว่า "จิตใจยังเป็นมนุษย์อยู่ไหม?" ครอบครัวเลี้ยงดูมาอย่างไรถึงใจร้ายได้ขนาดนี้
◼ และถ้าหากกลัวจริงๆ หรืออยากช่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจ มีวิธีตั้งมากมาย เช่น จอดรถขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านข้างทาง หรือโทรแจ้งกู้ภัย ไม่ใช่ลากน้องไปทรมานจนปางตายแล้วทิ้งไว้แบบนี้
◼ เจ้าของยืนยันว่า หมาที่บ้านเลี้ยงไว้ 4 ตัว (ตังตังเป็นตัวผู้ตัวเดียว) มีนิสัยเชื่องมาก ไม่เคยทำร้ายหรือกัดใคร ลูกค้าที่อู่ก็คุ้นเคยกันดี
◼ คุณณชเชตย้ำชัดเจนว่า ตนไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน และไม่ต้องการการไกล่เกลี่ยใดๆ ทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ต้องการคือ "ความยุติธรรมให้กับเจ้าตังตัง"
ที่มา..........เพจอรรถรส
ยังดีที่ชาวตลาดใจดีช่วยน้องไว้ ส่วนลุงเอ็งนี่ตั้งใจทำชัดๆ ยังจะมาแถอีก จิตใจทำด้วยอะไรวะ