[RE: ใครเคยปลูกผมบ้างครับ]
bee!!bee!! พิมพ์ว่า:
tictactoe พิมพ์ว่า:
ผมไม่ได้ปลูกผม แต่เป็นกินยาเอา (finasteride กับ minoxidil) ส่วนใหญ่ที่ปลูกผมจะเป็นกลุ่มที่หัวเถิกจะด้านหน้าแบบเบจิต้า หรือที่ล้านแบบรูขุมขนตันไปแล้ว ถ้ายังเริ่มผมบางกินยาอย่างเดียวน่าจะได้อยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไปปรึกษาให้หมอประเมินให้ดีที่สุดครับ
ถ้าไปปรึกษาหมอตามคลีนิค + ค่ายา ค่าใช้จ่ายแพงมั้ยครับ ประมาณเท่าไหร่ครับ
แล้วต้องกินยาไปนานแค่ไหนครับ ผลข้างเคียงมีอะไรบ้างครับ
ต้องบอกก่อนว่าการรักษาผมบาง ยาที่กินต้องกินตลอดครับ ถ้าหยุดกินผมก็กลับมาร่วงเหมือนเดิม ต่อให้คนที่ปลูกผมก็ต้องกินยาตลอด เพราะปัญหาผมบางส่วนใหญ่มาจากกกรรมพันธ์ุทั้งนั้น(ฮอร์โมน DHT) ไม่นับพวกโรคผิวหนัง หรือแพ้ยา ซึ่งเป็นส่วนน้อย
เคสผมที่ไปหาหมอเพราะผมบริเวณกลางหัวเริ่มบาง ก็เลยได้คำแนะนำให้กินแค่ยาก็เพียงพอครับ ผมแบ่งช่วงตามนี้ให้
1. ช่วงเริ่มต้น (6 เดือน - ปีแรก) หมอจะให้ยา+Vitaminมาทานเยอะหน่อย
- Finasteride (5mg) ตัดแบ่ง 4 ส่วน กินวันละครั้ง
- Minoxidil แบบพ่น ให้พ่นบริเวณที่บาง ตอนเช้า/ก่อนนอน
- Vitamin อันนี้ทางหมอจะให้กินสลับกัน จะมีพวก Zinc, Biotin วันละครั้ง
- ยาสระผม ที่มีส่วนผสมของ ketoconazole จริงๆก็พวกที่หาซื้อได้ทั่วไป เช่น Nizoral ใช้สลับกับแชมพูอื่น
2. ช่วงที่2 (1-2 ปี) มีการปรับยาหน่อย
- Finasteride กินเหมือนเดิม
- Minoxidil ผมเริ่มเปลี่ยนไปใช้แบบกินแทน(วันละครึ่งเม็ด)
- Vitamin ไม่ต้องกินแล้ว
- ยาสระผมใช้น้อยละ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
3. ช่วงที่ 3 (2ปีขึ้นไป) ตรงนี้อาจจะมีการปรับลดยาให้น้อยลง เช่นจากทุกวัน เป็นวันเว้นวัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับความหนาของผมในแต่ละคนเวลาไปให้หมอดู
ผลข้างเคียง
1. Finasteride จริงๆเป็นยารักษาโรคต่อมลูกหมาก แต่ถ้ากินในปริมาณที่น้อย(1mg) จะไปช่วยกด ฮอร์โมน DHT ที่เป็นต้นตอทำให้ผมร่วง ผลค้างข้างที่บางคนกลัวคือ น้องชายแข็งยากขึ้น หรือมีอารมณ์ทางเพศน้อยลง (แต่ส่วนตัวผมไม่มีผลอะไรนะปกติ)
2. Minoxidil เป็นยาขยายหลอดเลือด แต่ผลข้างเคียงคือทำให้ผมและขนหนาขึ้น เลยมีการมาใช้กับการรักษาผมบาง
แยกข้อดีข้อเสียระหว่าง Minoxidil แบบพ่น/ยากิน
Minoxidil แบบพ่น
ข้อดี - พ่นเฉพาะจุดที่บาง, ควบคุมบริเวณที่ต้องการรักษาได้
ข้อเสีย - แพงกว่าแบบยากิน, เวลาฉีดผมดูเหนียว/มันเยิ้ม/ ฉีดเช้า/เย็น 2 เวลา
Minoxidil แบบกิน
ข้อดี - สะดวกกินพร้อมกับยาFinasteride วันละครั้งจบ, ออกฤทธิ์ยาได้ดีกว่าแบบพ่น, ราคาถูก
ข้อเสีย - เพราะเป็นยากินควบคุมบริเวณที่รักษาไม่ได้ เพราะยาวิ่งไปทั่วร่างกาย ฉะนั้นขนตามตัวจะรู้สึกว่าเยอะขึ้น
เรื่องราคาน่าจะขึ้นอยู่กับคลินิกที่ไปหา เคสของผมไปหาประมาณ 3-4 เดือนครั้ง เฉลี่ยค่าใช้จ่ายประมาณ พันหน่อยๆต่อเดือน ยิ่งตอนนี้ผมกินแต่ Minoxidil ไม่ใช้แบบพ่นแล้ว ก็น่าจะถูกลงไปอีก ถ้าหายาซื้อข้างนอกเองอาจจะถูกกว่านี้