ประเทศไทย เหลือประชากรโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาเพียง 14 ตัว
ที่มารูป .........
https://www.instagram.com/gogreengirls.th/
นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวสถานการณ์โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาว่า ปัจจุบันถูกจัดสถานภาพบัญชีแดงขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) อยู่ในระดับใกล้สูญพันธุ์อย่างมาก เพราะประชากรเหลือน้อยและอยู่ในภาวะวิกฤต จากการสำรวจของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาพบประชากรโลมาอิรวดีเหลือประมาณ 10 - 17 ตัวเท่านั้น ถือเป็นประชากรกลุ่มสุดท้ายของทะเลสาบสงขลา ซึ่งมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์
จึงจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองและฟื้นฟูถิ่นอาศัย ควบคู่กับการลดภัยคุกคามในทุกมิติ โดยจากการบันทึกการตายของโลมาอิรวดีตั้งแต่ปี 2549 - 2569 มีจำนวนมากถึง 69 ตัว สาเหตุมาจากการติดเครื่องมือประมง โดยเฉพาะอวน แต่หลังจากดำเนินมาตรการขอคืนอวนปลาบึกและร่วมกับทุกภาคส่วนลดเครื่องมือประมงที่เป็นอันตราย ส่งผลให้อัตราการตายจากเครื่องมือประมงลดลงต่อเนื่อง โดยปีนี้ยังไม่มีรายงานการตายของโลมาอิรวดี แต่ยังต้องเฝ้าระวังและลดความเสี่ยงจากเครื่องมือประมงที่ยังหลงเหลืออยู่ในพื้นที่
ขณะที่การตายของลูกโลมาอย่างน่ากังวล เพราะมีอัตราการตายสูงถึงกว่าร้อยละ 40 สะท้อนให้เห็นว่าประชากรมีศักยภาพในการเพิ่มจำนวนต่ำ เกิดจากหลายปัจจัยทั้งขนาดประชากรที่มีน้อย ความหลากหลายทางพันธุกรรมที่ลดลง พฤติกรรมตามธรรมชาติ และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ณ ปัจจุบัน ทช. ได้เร่งศึกษาสาเหตุเชิงลึก ควบคู่กับการฟื้นฟูถิ่นอาศัย ลดภัยคุกคาม และติดตามประชากรต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสการอยู่รอดและการฟื้นตัวของลงมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาในระยะยาว ซึ่งแผนอนุรักษ์ฯใช้วงเงินงบประมาณ 402.818 ล้านบาท (5 ปีแรก) แบ่งเป็น เงินช่วยเหลือจากธนาคารโลก และกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม
โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา-อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี อยู่ในพื้นที่ที่ต้องดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ จึงต้องมีแผนทำโครงการอนุรักษ์พันธุ์โลมาอิรวดีควบคู่ไปด้วย เพราะปัจจุบันทั่วโลกมีเหลือเพียง 5 ประเทศเท่านั้นที่มีโลมาสายพันธุ์นี้ ส่วนประเทศไทยเหลืออยู่เพียง 14 ตัวเท่านั้น บริเวณทะเลสาบสงขลา จึงจำเป็นต้องพัฒนาที่มุ่งให้เกิดความสมดุลระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยรัฐบาลกำหนดให้ทำแผนอนุรักษ์ควบคู่กับการพัฒนาโครงการเพื่อป้องกัน ลด และติดตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับโลมาอิรวดีและระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา ดังนั้น การก่อสร้างโครงการต้องทำควบคู่กับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม
ที่มา.....
https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/2166400/?d=2bi
หวังว่าแผนเพิ่มจำนวนประชากรน้องๆจะได้ผลนะ ไม่งั้นคงมีโอกาสสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยแล้วล่ะ