ภูมิหลังและการเดินทางของ "น้องฮลุน"
◼ ฮลุน มีชื่อเล่นจริงๆ ว่า "หลุน" ส่วนเพื่อนๆ มักเรียกว่า ฮารุณ หรือ อดุลย์
◼ ฮลุนเป็นเด็กต่างจังหวัดจากกาฬสินธุ์ ฐานะยากจน พ่อเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และแม่เสียชีวิตจากอาการป่วยตั้งแต่เขายังเด็ก
◼ เขาเติบโตมาจากการเลี้ยงดูของคุณย่า โดยโตมาพร้อมกับ "โกะ" (พี่สาวแท้ๆ) และ "มอส" (ลูกพี่ลูกน้อง)
◼ เขามีความฝันอยากเที่ยวรอบโลกเพื่อนำวัฒนธรรมมาให้คนไทยดู เคยเก็บเงิน 300 บาทสอบชิงทุนจนได้เรียนที่จุฬาฯ และทำงานรับจ้างแจกใบปลิวเพื่อเก็บเงินไปทำตามฝัน
◼ ครอบครัวยืนยันว่าฮลุนเป็นคนแข็งแรง เล่นกีฬาได้ปกติ ไม่มีโรคประจำตัว ไม่มีอาการหอบหืด และไม่ได้แพ้อะไร
◼ ก่อนเดินทาง ฮลุนแจ้งครอบครัวว่าจะไปถ่ายคอนเทนต์ที่จอร์เจียแบบยาวๆ และจะรีบกลับมาดูช่างทำบ้านช่วงสิ้นเดือน โดยบอกล่วงหน้าว่าบางพื้นที่อาจจะไม่มีสัญญาณ
◼ เขาเดินทางออกจากสนามบินขอนแก่นวันที่ 9 ก.ค. คาดว่าบินออกจากไทยไปจอร์เจียในวันที่ 11 ก.ค. โดยเดินทางเพียงลำพังและไปหาไกด์ท้องถิ่นเอาข้างหน้า
◼ ปกติหากมีสัญญาณ ฮลุนจะโทรศัพท์หาคุณย่าเกือบทุกวัน
ไทม์ไลน์การหายตัว และการแจ้งขอความช่วยเหลือ
◼ การติดต่อครั้งสุดท้ายคือวันที่ 13 ก.ค. เวลา 16:40 น. (เวลาไทย) ฮลุนตอบแชทไลน์ของมอสว่า "ยุ่งๆ ถ้าว่างเดี๋ยวโทรเด้อ"
◼ หลังจากนั้นครอบครัวติดต่อไม่ได้อีกเลย จึงพยายามส่งอีเมลแจ้งคนหายไปที่กงสุล เนื่องจากประเทศจอร์เจียไม่มีสถานทูตไทย (สถานทูตไทยที่ดูแลพื้นที่นี้ตั้งอยู่ที่ประเทศตุรกี)
◼ ครอบครัวพยายามโทรหาคอลเซ็นเตอร์ที่จอร์เจียแต่สื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้ จึงตัดสินใจไปแจ้งความที่ สภ. ในอำเภอ เมื่อวันที่ 28 ก.ค.
◼ วันที่ 28 ก.ค. มอสตัดสินใจโพสต์ประกาศตามหาผ่านทางเฟช
◼ หลังโพสต์ ทางกงสุลได้ติดต่อมาให้แอดไลน์เพื่อส่งข้อมูลรายละเอียด แต่หลังจากนั้นเรื่องก็ยังเงียบอยู่
ปฏิบัติการค้นหาจากหลายภาคส่วน
◼ "ว่านไฉ" (เพจอาสาพาไปหลง) เห็นโพสต์ตามหา จึงอยากช่วยเพราะทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวเหมือนกัน และมีเครือข่ายไกด์ท้องถิ่น ที่จอร์เจีย
◼ ว่านไฉขอพาสปอร์ตจากมอสเพื่อเช็กข้อมูล พบว่าฮลุนเข้าจอร์เจียตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. และยังไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ จึงประกาศลงเพจเพื่อตีกรอบการค้นหาให้อยู่แค่ในจอร์เจีย
◼ ว่านไฉได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านทัวร์ต่างประเทศ ให้รีบแจ้งตำรวจสากล เพื่อออกใบ Yellow Notice สำหรับแทร็กพิกัดโทรศัพท์หรือโซเชียลมีเดีย
◼ เนื่องจากครอบครัวหลักอยู่กาฬสินธุ์ ว่านไฉจึงอาสาพามารดาของมอส (มีศักดิ์เป็นป้าของฮลุน) ที่อยู่กรุงเทพฯ ไปแจ้งความกับตำรวจสากลด้วยตัวเอง
◼ ในช่วงเวลานั้น มีข้อความแจ้งเบาะแสและข่าวปลอม ส่งเข้ามาหาครอบครัวเป็นจำนวนมากจนสับสน
◼ ว่านไฉเห็นคอมเมนต์ที่น่าเชื่อถือจาก "คุณแยม" จึงให้มอสช่วยเช็กกับคุณแยม จนได้ชื่อสถานีตำรวจมา
◼ กลุ่มคนไทยในจอร์เจีย (นำโดยคุณอั้ม, คุณทอม, คุณแยม, คุณเบนซ์) ได้ลงพื้นที่ไปที่สถานีตำรวจ ในขณะที่ว่านไฉก็ให้ไกด์ท้องถิ่นของตนไปตรวจสอบเช่นกัน
การพบร่าง และรายละเอียดจากตำรวจจอร์เจีย
◼ ตำรวจจอร์เจียยืนยันว่าพบร่างของฮลุนจริง โดยชื่อและนามสกุลตรงกับพาสปอร์ต
◼ ตำรวจระบุว่าพบร่างตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค. (แม้บางกระแสข่าวจะบอกว่าวันที่ 19 แต่ว่านไฉยืนยันว่ามีเอกสารระบุชัดเจนว่าเป็นวันที่ 14) ในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงทบิลิซี
◼ สภาพศพเบื้องต้น ไม่มีบาดแผลภายนอก ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย ลักษณะเหมือนคนนอนหลับไปเฉยๆ
◼ ร่างถูกส่งไปเก็บรักษาที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เลวาน ซัมคาร์อูลี เพื่อรอการชันสูตร
◼ ตำรวจแจ้งว่า การขอรับศพหรือทรัพย์สิน ต้องให้คนในครอบครัวทำหนังสือมอบอำนาจผ่านช่องทางออนไลน์
◼ ว่านไฉเป็นคนโทรแจ้งข่าวร้ายนี้กับมอสในช่วงค่ำ ซึ่งคุณย่ายังทำใจรับไม่ได้และไม่เชื่อว่าเป็นหลานตัวเอง
ข้อสงสัยของครอบครัว และมุมมองทางการแพทย์ (นิติเวช)
◼ ครอบครัวคาใจมากว่า หากพบร่างและพาสปอร์ตตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค. ทำไมถึงไม่มีการแจ้งสถานทูตหรือตำรวจไทย ปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาจนถึงวันที่ 28-29 ก.ค. ได้อย่างไร
◼ รศ.นพ.สุรศักดิ์ วิเคราะห์ว่า อาจเป็นไปได้ 2 กรณี คือ 1. ตำรวจทราบตัวตนแต่ไม่ได้ประสานสถานทูต หรือ 2. ประสานสถานทูตแล้วแต่เกิดความล่าช้าในระบบ (ประกอบกับจอร์เจียมีประชากรน้อย กำลังตำรวจอาจมีจำกัด)
◼ ในส่วนประเด็นที่ฮลุนเคยทำคลิปบอกว่าลืม "อุปกรณ์ทางการแพทย์" ไว้
◼ครอบครัวยืนยันว่าคือ "อุปกรณ์จัดฟันใส" ยาพาราเซตามอล และยาแก้ท้องเสีย (ผงถ่าน) เนื่องจากน้องชอบกินอาหารท้องถิ่น ไม่ใช่ยารักษาโรคหอบหืดแต่อย่างใด
◼ รศ.นพ.สุรศักดิ์ เสริมว่า หากเสียชีวิตจากโรคหอบหืดจริง แพทย์จะต้องพบหลอดยาพ่นอยู่ข้างตัวหรือในที่เกิดเหตุ
◼ ประเด็นข่าวลือเรื่องสูดก๊าซกำมะถันจากน้ำพุร้อน รศ.นพ.สุรศักดิ์ มองว่าเป็นไปได้ยาก เพราะการตายเฉียบพลันต้องอยู่ในพื้นที่ปิดมิดชิด ไม่ใช่การสูดดมแล้วกลับมาเสียชีวิตที่โรงแรม
◼ ประเด็นก๊าซฮีตเตอร์รั่วในห้องพัก ว่านไฉให้ข้อมูลว่าช่วงนี้ทบิลิซีเป็นฤดูร้อน อากาศอบอุ่น จึงไม่น่าจะมีการเปิดฮีตเตอร์แบบก๊าซ
◼ เรื่องมาตรา 115 (ประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย) รศ.นพ.สุรศักดิ์ ชี้แจงว่าเป็นเพียง "กรอบการสอบสวนเบื้องต้น" ของกฎหมายจอร์เจียเมื่อพบศพไม่มีบาดแผล เพื่อใช้ตั้งเป้าในการรวบรวมหลักฐานต่อไป ไม่ใช่ข้อสรุปคดีว่าเป็นการฆ่าตัวตาย
◼ เรื่องการชันสูตรรอบสองเมื่อนำร่างกลับไทย อาจทำได้ในรูปแบบของการประสานข้อมูลทางนิติเวชกับทางจอร์เจีย ว่าตรวจอะไรไปแล้วบ้าง และไทยสามารถร้องขอให้ตรวจสารที่สงสัยเพิ่มเติมได้
ประเด็นดราม่าการสื่อสาร และแนวทางการช่วยเหลือ
◼ ว่านไฉกล่าวขอโทษที่เป็นคนโพสต์แจ้งข่าวจนทำให้เกิดดราม่า โดยชี้แจงว่าหลังจากแจ้งมอสแล้ว ได้ปรึกษากันว่ายังมีคนตามหาและมีข่าวปลอมเยอะ จึงขออนุญาตทางครอบครัวโพสต์แจ้งเพื่อ "ยุติการค้นหา" ทุกคนจะได้ไม่ต้องเสียเวลาลงพื้นที่ต่อ
◼ ดราม่าเกิดขึ้นเพราะกลุ่มอาสาแต่ละฝ่ายไม่ได้รู้จักกัน และไม่ได้สื่อสารกันโดยตรง ทำให้ทีมคนไทยในจอร์เจียที่กำลังรอดำเนินการเอกสารหน้างานรู้สึกว่าทำไมไม่ออกประกาศอย่างเป็นทางการ
◼ พี่หนุ่ม กรรชัย สรุปว่าเรื่องนี้ไม่มีใครผิด ทุกคนมีความเสียสละและมีเจตนาดีเหมือนกันหมด เพียงแต่ทำงานทับไลน์กันโดยไม่รู้ตัว
◼ มอสเป็นตัวแทนครอบครัวกล่าวขอบคุณคนไทยทั้งประเทศ กลุ่มคนไทยในจอร์เจีย (คุณอั้ม, คุณทอม, คุณแยม, คุณเบนซ์) และว่านไฉ ที่ช่วยเหลือประสานงานอย่างเต็มที่
◼ รองเลขาธิการ คปภ. (คุณอดิศร) ยืนยันว่า ฮลุนมี "ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง" ทุนประกัน 5 ล้านบาท ซึ่งคุ้มครองกรณีอุบัติเหตุ (รวมถึงก๊าซรั่ว) และฆาตกรรม แต่จะไม่คุ้มครองหากเสียชีวิตจากโรคประจำตัว โดยต้องใช้เอกสารชันสูตรประกอบการเคลม
◼ เรื่องค่าใช้จ่ายในการนำร่างฮลุนกลับไทย พี่หนุ่ม กรรชัย รับปากว่าทางรายการและสปอนเซอร์จะรับผิดชอบดูแลให้ทั้งหมด ครอบครัวไม่ต้องไปกู้เงินหรือเปิดรับบริจาคใดๆ ทั้งสิ้น
ที่มา......เพจอรรถรส
อย่างแรกเลยอุปกรณ์ทางการแพทย์เป็นยาสามัญทั่วไป น้องไม่ได้มีโรคประจำตัว
สองพบศพในสภาพปกติ ไม่มีร่องรอยทำร้าย
สามว่านคือคนที่ช่วยประสานงานกับครอบครัว เป็นธุระติดต่อหน่วยงานให้และยังประสานไปยังไกด์ที่รู้จักที่นั่นช่วยตามอีก คือคนที่ไม่สมควรโดนด่าด้วยซ้ำไป ทำไปเพราะอยากช่วยเหลือจริงๆ
สี่ต้องขอบคุณหนุ่มและรายการโหนกระแสที่จะช่วยเป็นธุระนำร่างน้องกลับมาไทยด้วยนะครับ