อำลา Eddie Howe และบทสรุปประเด็น “ทีมแตก”... ในมุมมองของแฟนนิวคาสเซิล
เห็นหลายคอมเมนต์ช่วงนี้แล้ว ผมขออนุญาตตั้งกระทู้อำลา Eddie Howe พร้อมกับให้มุมมองในประเด็น "นิวคาสเซิลทีมแตก" ไว้ ณ ที่นี้เลยแล้วกันครับ
ก่อนอื่น ลองถามตัวเองดูตรงๆ ครับว่า ถ้าเป็นทีมที่ท่านเชียร์ แล้วมีนักเตะเดินเข้ามาขอย้ายทีม บอกตรงๆ ว่าอยากไปเล่นให้สโมสรอื่น หรือพูดภาษาบ้านๆ คือ
“ไม่มีใจ” แล้ว เป็นท่าน... ท่านจะดันทุรังเก็บไว้ไหม?
แน่นอนว่าฟุตบอลยุคนี้คือธุรกิจ การย้ายทีมภายใต้สัญญาที่เหลืออยู่ ย่อมแลกมาด้วยเงินก้อนโตที่มีมูลค่าตามฟอร์มและโปรไฟล์นักเตะ มันคือสภาวะ
Win-Win ของทั้งสองฝ่ายครับ
หมดยุค เชราร์ด อุลลิเยร์ ผู้ล่วงลับ... ไมเคิล โอเว่น ก็เคยขอย้ายไปเรอัล มาดริด (ต่อให้ได้ค่าตัวกลับมาแค่เศษตังค์ พ่วงปีกสเปนที่เลี้ยงไม่เคยผ่านคู่แข่งมาคนนึงก็เถอะ)
'เอล นินโญ่' เฟร์นันโด ตอร์เรส พอเริ่มอยากได้แชมป์ ก็ย้ายไปเชลซีแบบช็อกแฟนบอล (สุดท้ายหงส์ได้
'เอล แคร์รอต' แอนดี้ แคร์โรลล์ มาแทน แถมเงินให้อีก 15 ล้านปอนด์ ผูกโบว์ส่งด่วนด้วยเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวของ เฮียตือ ไมค์ แอชลีย์)
ไม่นับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่เกือบย้ายไปร่วมงานกับ น้ามู ที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ ก่อนเปลี่ยนใจวินาทีสุดท้าย ทั้งที่แฟนบอลบางส่วนเผาเสื้อรอไปแล้ว
หรือแม้แต่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ สุดท้ายก็ย้ายไป บาร์เซโลนา
ที่ยกตัวอย่างมา อาจดูเหมือนมีแต่ฝั่งลิเวอร์พูล เพราะผมนึกออกไวๆ แค่นั้น แต่มันชวนให้คิดต่อว่า
"มีทีมไหนในโลกที่ไม่เคยเสียตัวหลักมั่ง?" ขนาดทีมระดับดีกรีแชมป์อังกฤษหลายสมัยอย่างลิเวอร์พูล ในช่วงที่มีปัญหาการเงินถึงขั้นโดน Bank of Scotland ส่งคนมาควบคุมบัญชี เขายังต้องเสียตัวหลักเป็นเรื่องปกติเลยครับ
ทีมตกชั้นโตไวเกินไป หรือแฟนบอลทีมอื่นตามไม่ทัน?
ในขณะที่เวลามีข่าวนิวคาสเซิลขายนักเตะ มักจะมีคอมเมนต์แซะตามมาตลอดว่า
"ทีมแตก, ขายตัวหลักกิน, ไม่มีความทะเยอทะยาน"
ซึ่งผมเข้าใจได้นะว่าคอมเมนต์พวกนี้ไม่ได้มาจากแฟนนิวแน่นอน เพราะทีมที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ คือทีมที่เคย
ตกชั้นมาถึง 2 รอบในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมา ก็ขอโทษด้วยละกันครับที่สโมสรมันโตไวเกินกว่าที่ทีมเคยตกชั้นจะมาได้ไกลขนาดนี้
ขอโทษที่พอขึ้นชั้นมา ราฟา เบนิเตซ ดันใช้ผู้เล่นเกรดแชมเปียนชิพค่อนทีม ยึดพื้นที่กลางตารางพรีเมียร์ลีกได้ 2 ปีติด
ขอโทษที่ทำให้ผิดหวังอีกครั้ง ยามเสียราฟาไป แล้วโดนคนทั้งอังกฤษถ่มถุยใส่กุนซืออย่าง สตีฟ บรูซ แต่เขากลับใช้แผน Negative Football พึ่งพา อัลแลง แซงต์-แม็กซิแม็ง แบกทีมรอดตกชั้นจบอันดับ 12-13 ได้เฉย
และขอโทษอีกครั้งที่ Eddie Howe ดันพาทีมมาไกลเกินไป จนได้ไปวาดลวดลายใน UCL ถึง 2 สมัย
ทั้งๆ ที่ตอนฮาวเข้ามาแรกๆ สโมสรก็เน้นซื้อดาวรุ่งมาตลอด คุณปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่าชื่อของ Alexander Isak, Bruno Guimarães, Anthony Gordon, Tino Livramento, Lewis Hall, Sven Botman หรือ Sandro Tonali มันไม่ใช่นักเตะ
“เกรดดาวรุ่ง” ณ วันที่เซ็นสัญญาเข้ามา เพราะเท่าที่จำความได้ หลังหมดยุคประธาน เฟรดดี้ เชพเพิร์ด เป็นต้นมา นิวคาสเซิลแทบไม่เคยแย่งซื้อนักเตะระดับท็อปในช่วงวัย Peak ได้เลยแม้แต่คนเดียว
“โค้ชอังกฤษ... ก็พาคุณมาไกลได้แค่นี้แหละ”
ผมขอยืมประโยคเด็ดจากภาพยนตร์ Oppenheimer ที่ว่า
“ทฤษฎีพาคุณมาได้ไกลแค่นี้” มาปรับใช้หน่อยแล้วกันว่า
“โค้ชอังกฤษ... ก็พาคุณมาไกลได้แค่นี้แหละ”
มันหมดเวลาของระบบ
"อิงลิชภักดี" แบบที่ฮาวยังมีสายตาพิศวาสและไว้วางใจผู้เล่นอย่าง Nick Pope, Dan Burn, Jacob Murphy หรือ Joe Willock ออกสตาร์ตตัวจริงต่อเนื่อง
มันหมดยุคที่สโมสรต้องยอมจ่าย
Homegrown Tax แบบที่ พอล มิตเชลล์ (อดีต DOF) ปฏิเสธจ่ายให้ Marc Guéhi (70m) ในอดีต หรือ รอสส์ วิลสัน ไม่อยากจ่ายแพงเกินจริงให้ James Trafford (40m) และ Liam Delap (40m) ในตลาดล่าสุด
นักบอลทุกคนมีราคา อย่างที่ ดาร์เรน เอิร์ลส์ อดีตประธานเคยบอกไว้ กฎการเงิน (SCR/PSR) มันบีบบังคับเข้มงวดขึ้นทุกปี ทางรอดเดียวของทีมระดับกลางถึงล่างคือ
Model ที่ยั่งยืน “คุณต้องหาเงินให้ได้มากกว่าที่จ่ายออกไป” และการปั้นดาวรุ่งขายคือวาระเร่งด่วน
ไม่ต้องแปลกใจถ้า
Dortmund Model จะถูกนำมาปรับใช้กับนิวคาสเซิล เพราะมันคือทางรอดที่ทีมอย่าง ไบรท์ตัน หรือ บอร์นมัธ เขานำหน้าไปหลายก้าวแล้ว ซึ่งข่าวล่าสุดที่เรามีเชื่อมโยงกับอดีตโค้ชเร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก มันก็ตอบโจทย์แนวทางนี้เป๊ะๆ
ชำแหละปัจจัยตกชั้น... นิวคาสเซิลเข้าข่ายตรงไหน?
ดังนั้น อยากบอกหลายๆ คอมเมนต์ที่เข้ามาแสดงความห่วงใยว่า...
ไม่ต้องเป็นห่วงนิวคาสเซิลหรอกครับ!
ทีมที่จะตกชั้น มันมักจะมี Pattern คล้ายๆ กันเสมอ เช่น:
ไม่มีเงินซื้อนักเตะเติมทีม (เคส เบิร์นลีย์)
กุนซือเสียการควบคุมในห้องแต่งตัว
ผิดกฎการเงิน จนโดนตัดแต้มหรือโดนแบนตลาดซื้อขาย (เคส เลสเตอร์)
เท่าที่ผมมอง นิวคาสเซิลยุคนี้ยังไม่เข้าข่ายสักข้อเดียวครับ! ปัจจุบันสโมสรล้างเพดานค่าเหนื่อยไปได้สัปดาห์ละ 3-4 แสนปอนด์ (ถ้า บรูโน่ จี ย้ายอีกคน จะเคลียร์เพดานได้สูงถึง 5-6 แสน/สัปดาห์) แถมโกยเงินสดเข้าบัญชีตุนไว้เก็บกินอุ่นๆ อีก 200 กว่าล้านปอนด์
ถ้าผลงานเปิดซีซั่นมาไม่ดี บอร์ดแค่เซ็นเช็คให้โค้ชใหม่ไปเลือกช็อปปิ้งแก้ปัญหาในตลาดมกราคมก็ยังทัน เพราะบัญชีล้างรอไว้หมดแล้ว
ตราบใดที่เงินไม่ได้ไหลเข้ากระเป๋าเจ้าของทีมแบบยุค ไมค์ แอชลีย์ (ประเภทขาย อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช ได้ 30 ล้าน แต่เจียดเงินให้ ราฟา เบนิเตซ ไปซื้อ โฆเซลู มา 5 ล้านปอนด์) มันก็ไม่มีอะไรน่าห่วงเลยครับ ยุคมืดมันผ่านไปนานแล้ว ผมไม่เคยสิ้นหวังเท่ายุคเฮียตืออีกแล้ว และคงไม่มีโค้ชคนไหนกากกว่า สตีฟ แม็คลาเรน อีกแล้วครับ 555+
เบื้องหลังการแยกทาง Eddie Howe... ฟางเส้นสุดท้าย
มาที่ประเด็นสุดท้าย บางคนบอกว่า
"ฮาวงอนที่สโมสรขายตัวหลัก เลยไม่คุมต่อ สโมสรแบบนี้ใครจะอยากมาคุม"
ฮาวเนี่ยแหละครับ... เมื่อท้ายฤดูกาลก่อน โดนเจ้าของเรียกเข้าปิดห้องคุย ออกมาหน้าซีดและพูดแบบง้องานสุดๆ ว่า
“I am so desperate to be successful at Newcastle” แถมข่าวเชิงลึกคือ เจ้าตัวพึ่งมาเปลี่ยนใจไม่อยากทำทีมต่อช่วงก่อนเปิดฤดูกาลนี้เองครับ (เรียกว่าตัดสินใจก่อนที่ดีลขาย กอร์ดอน หรือ โตนาลี จะจบลงซะอีก)
ฟางเส้นสุดท้ายจริงๆ น่าจะเป็นการโดนแฟนบอลด่าระงมในนัดอุ่นเครื่องที่โดน บริสตอล ซิตี้ ถล่มไป 4-1 เมื่อคืนมากกว่า... แมตช์นั้นฮาวเอา Jacob Murphy ไปเล่นแบ็กขวา โดนครอสเป็นว่าเล่น พอ Fabian Schar เจ็บ ก็โยก Sven Botman ไปเล่นเซนเตอร์ขวา แล้วสเวนก็เตะแป้กเข้าประตูตัวเอง (ไม่นับรวมแจกส้มให้อีก 2 ลูกนะ นัดเดียวเหมาคนเดียวเลย) เป็นผม ผมก็ท้อครับ 555+
อ้างอิงจาก:
ปีก่อนเห็นแฟนทีมใหญ่แถวๆ นี้บอกอยากได้ Botman กันจัง ช่วยให้ทีมรักของท่านมาเอาแกไปทีเถอะครับ 555+
สุดท้ายนี้ ก็ขออวยพรให้ Eddie Howe โชคดีครับ ขอบคุณที่ปลดล็อกถ้วยรางวัลใบแรกในรอบ 70 ปีให้สโมสร ดูจากแววตาแกคงเหนื่อยมามาก สมควรได้ไปพักผ่อนแล้ว
การตัดสินใจหลายๆ อย่างของฮาว ถ้าไปฟังแฟนบอลบอร์นมัธคุยกันใน Podcast จะรู้เลยว่ามันคือ Pattern เดิมๆ ครับ...
จับผู้เล่นเล่นผิดตำแหน่ง, ดันทุรังใช้ตัวที่ไว้ใจทั้งที่เล่นไม่ได้, ผลงานดิ่ง และเป็นโค้ชที่ปรับตัวช้า ขาดแผน B จนสุดท้ายทำบอร์นมัธตกชั้นในตอนนั้น
ขอขอบคุณที่ยอมเสียสละเพื่อให้ทีมไปต่อ สำหรับผม ยังไง Eddie Howe ก็คือโค้ชชาวอังกฤษที่ดีที่สุดในเวลานี้ครับ