เปิดคำวินิจฉัย กกต เรื่องคุณสมบัติ สว ขายก๋วยเตี๋ยวกับเขียงหมู
อ้างอิงจาก:
‘กกต.’ เปิดให้! คำวินิจฉัย 2 สว.อำนาจเจริญ แม่ค้าขายหมู-พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวไก่ ผ่านคุณสมบัติ สว.กลุ่ม 10 หลัง ‘ยิ่งชีพ’ บอก เคยเรียกร้อง กกต. แต่ไม่ได้รับการตอบรับ
วันที่ 29 ก.ค.69 สำนักงาน กกต. เผยแพร่คำวินิจฉัย ‘ยกคำร้อง’ ทั้ง 2 ฉบับ
คำวินิจฉัยกกต.ที่ 249/2567 ลงวันที่ 23 ธ.ค.2567 เรื่องการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ
นางแดง ผู้มีสิทธิ์เลือกระดับประเทศกลุ่มที่ 10 หมายเลข 24 ถูกร้องว่า การที่นางแดง ระบุประวัติและประสบการณ์ในแบบข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร (สว.3) ว่าประกอบอาชีพค้าขายหมู ตั้งแต่ปี พ.ศ.2541 แต่เป็นการประกอบอาชีพแผงขายเนื้อสุกร ที่ไม่มีใบประกอบกิจการตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ใบทะเบียนพาณิชย์ หรือใบสำสำคัญแสดงการจดทะเบียนการประกอบกิจการดังกล่าว นางแดงจึงสมัครรับเลือกเป็น สว.โดยรู้อยู่แล้วว่า ตนเองไม่มีสิทธิสมัคร เพราะไม่ใช่บุคคล ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่า 10 ปี เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561มาตรา 11 (10) มาตรา 13 (3) และมาตรา 74
กกต.ยกคำร้องกรณีนางแดง โดยระบุว่า ข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวน ได้ความว่า นางแดง ขายเนื้อสุกรในตลาดเอกชนวิชิตสิน อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ตั้งแต่ปี 2540 ถึงปัจจุบัน และเป็นกรรมการพัฒนาตลาดสดน่าซื้อตั้งแต่ปี 47 ถึงปัจจุบัน นอกจากนางแดงได้ลงลายมือชื่อ รับรองว่าตัวเองมีคุณสมบัติ ไม่มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครแล้ว เจ้าของตลาด และผู้ค้าในตลาดเอกชนวิชิตสินรวม 3 ราย ยังลงชื่อรับรองและเป็นพยานให้
รวมถึงผู้อำนวยการเลือกระดับอำเภอ ไม่ได้รับหนังสือจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง แจ้งข้อมูลว่านางแดงไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม จึงได้ประกาศชื่อให้เป็นผู้สมัครรับเลือกระดับอำเภอ
ดังนั้นพยานหลักฐานจึงรับฟังได้ว่า นางแดงเป็นผู้มีประสบการณ์การทำงานในกลุ่มที่สมัครมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี ตามมาตรา 11(10) และมาตรา 13 (3) และไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่า มีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่านางแดงกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายตามคำร้อง
ส่วนคำวินิจฉัยกกต.ที่17/2568 วันที่ 13 ม.ค.68 เรื่องการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ ซึ่งนายสมพาน ผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศกลุ่มที่ 10 หมายเลข99 ถูกร้องในข้อหาเดียวกันว่า การที่นายสมพานระบุประวัติและประสบการณ์ในแบบข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร(สว.3) ว่าประกอบอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระเป็นเวลา 12 ปี แต่ไม่มีใบประกอบกิจการตามที่กฎหมายกำหนดเช่นใบทะเบียนพาณิชย์หรือใบสำสำคัญแสดงการจดทะเบียนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การกระทำของนายสมพานจึงเข้าข่ายรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัคร เพราะไม่ใช่บุคคล ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่าสิบ
สำหรับเหตุผลที่กกต.ยกคำร้องระบุว่าข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนฟังได้ว่า นายสมพานประกอบกิจการขายก๋วยเตี๋ยวชื่อร้าน “ปุ๊ก ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา” ตั้งแต่วันที่4มิ.ย.52 ปรากฏตามใบทะเบียนพาณิชย์ ซึ่งออกให้โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานกลางทะเบียนพาณิชย์ ออกวันที่ 4มิ.ย.52 โดยมีพยานของนายสมพาน 3 ปากให้การสอดคล้องยืนยันว่านายสมพานขายก๋วยเตี๋ยวตั้งแต่ปี 52 ถึงปัจจุบัน และมีร้านหลายสาขาในอ.เมืองอำนาจเจริญ
อีกทั้งนายสมพานให้ถ้อยคำยืนยันว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามในการสมัครา โดยมีบุคคลลงลายมือชื่อเป็นผู้รับรองและพยานในหนังสือรับรองความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์หรือทำงานในกลุ่มที่สมัคร (สว. 4) รวมถึงไม่มีหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องแจ้งว่านายสมพานเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิก วุฒิสภาแต่อย่างใด
ดังนั้น พยานหลักฐานจึงรับฟังได้ว่า นายสมพานเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการ หรือทำงานในกลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมาย ว่าด้วยการนั้นไม่น้อยกว่าสิบปี และไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย ตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่า นายสมพานกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา มาตรา 11 (10) มาตรา 13 (3) และมาตรา 74 ตามคำร้อง
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1678687963618136&id=100044308452347
ที่มา สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว
อ่านแล้วคิดว่าประเทศนี้มันจะเจริญได้อีกเหรอ ?