สถานทูตจีนขยับตัว สู่กระแส "ทัวร์ไทยลง" นับหมื่นคอมเมนต์
◼ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย โพสต์แถลงรับทราบเรื่องที่พลเมืองของตนถูกเจ้าหน้าที่ใช้กำลังเกินสมควรในการนำตัวออกจากงาน
◼ สถานทูตได้อ้างอิงแถลงการณ์ของค่ายที่ออกมายอมรับก่อนหน้านี้ว่า "มีการใช้กำลังเกินกว่าเหตุ" พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของพลเมืองจีน
◼ หลังโพสต์นี้เผยแพร่ออกไป ทำเอาชาวเน็ตและแฟนคลับชาวไทยไม่พอใจ แห่เข้าไปคอมเมนต์โต้แย้งในเพจสถานทูตกว่าหมื่นข้อความ
◼ โดยตั้งคำถามถึงการอบรมเรื่อง "มารยาทสากล" และการเคารพกฎกติกาของส่วนรวม
◼ ชาวเน็ตไทยจี้ถามถึงความย้อนแย้งว่า หากคนไทยไปขัดขืนเจ้าหน้าที่แบบนี้ที่ประเทศจีน ทางการจีนจะยอมปล่อยผ่านหรือไม่ และทำไมถึงออกมาเรียกร้องการปกป้อง ทั้งที่พลเมืองของตนเป็นคนเริ่มละเมิดกฎและใช้ความรุนแรงถีบสตาฟฟ์ก่อน
แฟนคลับสุดทน แฉวีรกรรม "ซาแซงจีน" บุกคุกคามศิลปิน
◼ กระแสยิ่งเดือดขึ้นไปอีก เมื่อแฟนคลับไทยงัดหลักฐานแฉพฤติกรรม "ซาแซง" ของแฟนคลับชาวจีนหลายๆคน ที่มีพฤติกรรมตามคุกคามพื้นที่ส่วนตัวของศิลปิน
◼ยกตัวเช่น คลิปหลักฐานที่ซาแซงเดินตามคุกคามศิลปิน Gmm อย่างใกล้ชิดจนถึงในลิฟต์ของตึกบริษัท จนศิลปินต้องยืนหันหน้าเข้ากำแพงด้วยความอึดอัด
◼ ซาแซงรายดังกล่าวยังนำคลิปไปโพสต์ลงโซเชียลจีน พร้อมระบุแคปชันข่มขู่คุกคามร่างกายอย่างชัดเจนว่า "อยากถีบเขามาก" และยังโพสต์ภาพชูนิ้วกลางใส่ป้ายโลโก้หน้าตึกบริษัทเพื่อท้าทาย
◼ แฟนคลับชาวไทยจึงรวมพลังดันแฮชแท็ก #GmmTVProtectYourArtists เพื่อกดดันให้ค่ายมีมาตรการเด็ดขาดในการปกป้องศิลปินจากการถูกคุกคาม
◼ นอกจากนี้ยังมีการหยิบยกประเด็นการทำงานของการ์ดในจีน ที่มักใช้ความรุนแรงผลักหรือกระชากแฟนคลับที่สนามบินหนักกว่านี้มาก เพื่อสะท้อนความย้อนแย้ง ของการเรียกร้องความเป็นธรรมในเหตุการณ์นี้
GMMTV ร่อนประกาศจบด้วยดี คู่กรณีเคลียร์ใจถอนแจ้งความ พร้อมสั่ง "ยกเลิกพักงาน" คืนตำแหน่งให้สตาฟฟ์แล้ว
◼ GMMTV อัปเดตความคืบหน้า ระบุว่าหลังจากเกิดเรื่อง ทั้งฝั่งสตาฟฟ์และผู้เข้าร่วมกิจกรรมชาวจีน (คู่กรณี) ได้ไปยื่นคำร้องทุกข์แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเอาไว้
◼ ล่าสุดเมื่อวานนี้ (27 ก.ค. 2026) ทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสเข้าพบเพื่อพูดคุย ชี้แจง และทำความเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นร่วมกันแล้ว
◼ บทสรุปคือ ทั้งคู่สามารถตกลงยุติข้อพิพาทกันได้ด้วยดี โดยได้ "ถอนคำร้องทุกข์" และไม่ติดใจเอาความหรือดำเนินคดีต่อกันอีกต่อไป
◼ ทางด้านผู้เข้าร่วมกิจกรรมชาวจีน ได้ทำการลบโพสต์ ตลอดจนเนื้อหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดราม่านี้ ออกจากช่องทางโซเชียลส่วนตัวด้วยความสมัครใจเรียบร้อยแล้ว
◼ สำหรับกรณีของเจ้าหน้าที่สตาฟฟ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางบริษัทได้มีคำสั่งระงับการว่าจ้าง (พักงาน) ไปชั่วคราวเพื่อรอการตรวจสอบนั้น
◼ เมื่อผู้เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงยุติปัญหาข้อพิพาทกันได้แล้ว ทางบริษัทจึงได้พิจารณา "ยุติมาตรการระงับการว่าจ้างชั่วคราว"
◼ และได้มอบหมายงานให้สตาฟฟ์รายดังกล่าว กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามเดิมแล้ว
◼ บริษัทขอให้ทุกคนเคารพการตัดสินใจและความเป็นส่วนตัวของคู่กรณีทั้งสองฝ่าย โดยขอความร่วมมือ ไม่เผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ภาพ หรือคลิป ในลักษณะที่มุ่งคุกคาม ดูหมิ่น หรือสร้างความเกลียดชัง
◼ รวมถึงขอให้หยุดการพาดพิง หรือคุกคามศิลปิน และบุคคลอื่นที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เพื่อเป็นการยุติความขัดแย้งและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา
◼ ค่ายรับทราบว่าเหตุการณ์นี้สร้างความกังวลและไม่สบายใจให้กับแฟนคลับ จึงขออภัยผู้ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมน้อมรับฟังทุกเสียงสะท้อน
◼ บริษัทยืนยันว่า ยึดถือมาตรฐานดูแลผู้เข้าร่วมงานทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติหรือสัญชาติ
◼ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัยและความเป็นธรรม ของทั้งผู้เข้าร่วมกิจกรรมและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายเช่นเดียวกัน
ที่มา......เพจอรรถรส
เพจสถานฑูตจีน เจอไปหมื่นคอมเม้นต์ ก็เอาสิ คิดว่ายิ่งใหญ่รึไงกัน แล้วไอ้ตัวรัฐมนตรีต่างประเทศฝั่งนี้ก็ดิ้นตามเค้า ทั้งๆที่เรื่องนี้มันพูดคุยตกลงกันก็จบแล้ว มาทำให้เป็นเรื่องใหญ่ไปเอง อยากจะโชว์พาวจริงๆไอ้ 2 ทูตเนี่ย
ก็ดีแล้วจบแบบดีๆ อย่าสร้างข่าวปลอมปั่นให้เกลียดกันเลย ทั้งๆที่ตัวเองก็ผิด คราวหน้าก็ปฏิบติตามกฏ เค้าบอกแล้วว่าให้จองเอง ห้ามจองให้กัน หรืออย่าไปอุดหนุนพวกพรีเซลล์อีกเลย