มหากาพย์ 20 ปี โครงการบำบัดน้ำเสีย
งบประมาณกว่า 2 หมื่นล้านบาทถูกเปลี่ยนสภาพเป็นซากคอนกรีตร้างริมชายฝั่งจังหวัดในปริมณฑล ทิ้งปริศนาถึงอดีตนักการเมืองระดับสูงที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยก่อนวันตัดสิน
จุดเริ่มต้นของมหากาพย์นี้เกิดขึ้นเมื่อกว่า 20 ปีก่อน เมื่อโครงการบำบัดน้ำเสียที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคถูกผลักดันขึ้นมาพร้อมเม็ดเงินมหาศาล แต่ภายใต้ฉากหน้าของการรักษาสิ่งแวดล้อม กลับมีการวางแผนซับซ้อนตั้งแต่ออกแบบสัญญารื้อถอนระบบเดิม ไปจนถึงการจัดหาที่ดินกว่าพันไร่ที่พบความผิดปกติอย่างน่าตกใจ
โฉนดที่ดินจำนวนมากถูกออกทับซ้อนพื้นที่ป่าชายเลนและลำคลองสาธารณะ โดยมีรายงานว่าใช้อิทธิพลมืดบีบบังคับให้เจ้าหน้าที่รัฐลงนามออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ เพื่อนำที่ดินเหล่านั้นมาขายเก็งกำไรต่อให้กับรัฐในราคาที่สูงเกินจริงหลายเท่าตัว
เมื่อความจริงเริ่มปรากฏ กรมที่เกี่ยวข้องตัดสินใจสั่งระงับการก่อสร้างและหยุดการจ่ายเงินทันที ทั้งที่โครงการคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 95 จนทำให้โครงสร้างมหึมากลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความฉ้อฉลที่ถูกทิ้งร้างให้ผุพังตามกาลเวลา
การสืบสวนนำไปสู่การฟ้องร้องครั้งใหญ่ ศาลมีคำพิพากษาจำคุกอดีตรัฐมนตรีคนหนึ่งเป็นเวลา 10 ปี ฐานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบข่มขู่เจ้าหน้าที่ แต่เขากลับหลบหนีออกนอกประเทศไปก่อนที่จะได้รับโทษตามกฎหมาย
สิ่งที่น่าเจ็บปวดที่สุดคือความซับซ้อนทางกฎหมาย เมื่อกลุ่มเอกชนฟ้องกลับจนรัฐถูกสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายหลายพันล้านบาท กลายเป็นคำติดปากที่คนทั้งประเทศรู้จักในชื่อ "ค่าโง่" ของโครงการที่ไม่ได้เปิดใช้งานแม้แต่วันเดียว ทิ้งไว้เพียงคำถามถึงความรับผิดชอบและบทเรียนราคาแพงที่ประชาชนต้องเป็นผู้แบกรับ