จากผู้คลั่งไคล้ IS สู่ผู้ก่อเหตุโจมตี Pride ในวันที่ความรักยังไม่อาจเอาชนะความเกลียดชัง
เด็กชายผู้คลั่งไคล้กลุ่มก่อการร้าย
:
1- “อับดุล” (Abdul Ballout) อายุ 21 ปี เกิดเมื่อปี 2005 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี พ่อแม่ของเขาอพยพมาจากเลบานอน และได้รับสัญชาติเยอรมันก่อนให้กำเนิดเขาเพียง 3 ปี
2- พอเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น อับดุลมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง เช่น ตอนอายุ 14 ทำร้ายร่างกายเด็กผู้ชายอายุน้อยกว่า และตอนอายุ 15 ขู่กรรโชกทรัพย์เด็กวัยรุ่นคนอื่น
3- พออายุ 16 ปี อับดุลเริ่มหมกมุ่นคลั่งไคล้ในกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม (IS) จนออกจากโรงเรียน และถึงกับโพสต์ไอจีสนับสนุน IS ทำให้หน่วยงานความมั่นคงของเยอรมันเริ่มจับตามองเขานับแต่นั้น
4- อับดุลอาศัยอยู่กับแม่และน้องสาวอีก 2 คน ที่อพาร์ตเมนต์ในกรุงเบอร์ลิน ส่วนพ่อของเขาแยกทางกับแม่ แต่ก็ยังติดต่อกับเขาอยู่เรื่อย ๆ อับดุลเคยทำงานหลายอย่าง เช่น รปภ. คนขับรถ แต่ไม่เคยทำงานประจำที่มั่นคง
—————
คำตัดสิน (ที่ผิดพลาด) ของศาล
:
5- ในปี 2025 อับดุลในวัย 20 ปี เดินทางไปเลบานอน เพื่อจะข้ามแดนไปร่วมต่อสู้กับกลุ่ม IS ที่ซีเรีย แต่ทางการเยอรมันแจ้งเบาะแสให้เลบานอนทราบเสียก่อน ทำให้เขาถูกจับติดคุกที่นั่น 3 เดือน พอพ้นโทษก็ถูกส่งตัวกลับเยอรมัน
6- พอมาถึงสนามบินเยอรมัน อับดุลก็ถูกจับอีกรอบเพื่อดำเนินคดีต่อในข้อหา “เตรียมการก่ออาชญากรรมร้ายแรงที่เป็นภัยต่อรัฐ”
7- ศาลประเมินวุฒิภาวะของอับดุล และเลือกใช้โทษเยาวชนกับเขาแทนการลงโทษแบบผู้ใหญ่ ทั้งที่ตอนนั้นเขาอายุ 20 แล้ว ทำให้เขาถูกคุมขังในสถานกักกันเยาวชนระหว่างพิจารณาคดีนาน 6 เดือน
8- พฤษภาคม 2026 ศาลตัดสินจำคุกอับดุล 1 ปี 10 เดือน แต่เนื่องจากเขารับสารภาพ และยืนยันว่าได้ตีตัวออกห่างจาก IS แล้ว ศาลจึงสั่งปล่อยตัวและให้รอลงอาญาแทน โดยมีเงื่อนไขว่าเขาต้องเข้าร่วม ‘โครงการลดละแนวคิดหัวรุนแรง’
—————
คืนแห่ง Pride กลายเป็นโศกนาฏกรรม
:
9- วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2026 ผู้คนนับแสนเดินทางมายังกรุงเบอร์ลิน เพื่อร่วมเฉลิมฉลองงาน Pride ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป มีตำรวจกว่า 2,200 นายคอยดูแลความปลอดภัย
10- เวลาประมาณ 4 ทุ่ม รถตู้คันหนึ่งไล่ชนคนในสวนสาธารณะที่ใช้จัดงาน Pride ก่อนจะขับชนต้นไม้ แล้วชายหนุ่มผู้มีความสูง 190 ซม. ก็เดินลงมาจากรถ และใช้มีดพร้าขนาดใหญ่ไล่ฟันฝูงชนต่อ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย (ผู้หญิง) บาดเจ็บ 29 ราย ก่อนที่ชายคนนั้นจะหลบหนีไป
ใช่แล้ว… เขาคืออับดุลนั่นเอง!
11- ตำรวจสืบพบอย่างรวดเร็วว่าผู้ก่อเหตุคืออับดุล เพราะเขาเช่ารถตู้ในชื่อของตัวเอง หลังตามไล่ล่า 20 ชม. ในที่สุดก็พบเขาซ่อนตัวอยู่ในโรงเก็บของที่พ่อของเขาเช่าไว้ในสวน อับดุลถือมีดพร้าพุ่งเข้าใส่ตำรวจ จึงถูกวิสามัญเสียชีวิต
—————
ลูกพ่อเป็นเด็กดี (ที่ถูกล้างสมอง)
:
12- พ่อของอับดุล อายุ 64 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างไปเยี่ยมญาติประจำปีที่เลบานอน เล่าว่าเขากับอดีตภรรยาเสียใจมาก อับดุลเป็นเด็กน่ารัก ใจดี อ่อนโยน อ่อนไหวง่าย และมีหัวใจที่เหมือนเด็ก แต่เขาถูกล้างสมองโดยพวก IS
13- พ่อเล่าว่าไม่กี่ชั่วโมงก่อนเกิดเหตุตนได้โทรหาอับดุล ลูกบอกว่าคิดถึงเขาและอยากกลับไปอยู่กับญาติ ๆ ที่เลบานอน แล้วหลังจากนั้นก็ติดต่อลูกไม่ได้อีกเลย
14- พ่อบอกว่าครอบครัวของเขานับถือนิกายชีอะห์ และไม่สนับสนุน IS ภรรยากับลูกสาวของเขาสวมฮิญาบ แต่ไม่ได้เคร่งศาสนาจนเกินไป เขากับอับดุลเคยทะเลาะกัน เพราะเขาไม่อนุญาตให้ลูกไว้หนวดเครายาว เนื่องจากเขามองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความสุดโต่ง
—————
เกย์มุสลิมผู้รอวันที่ความรักจะชนะทุกสิ่ง
:
15- การกระทำของอับดุลไม่เพียงทำร้ายผู้บริสุทธิ์ แต่ยังทำให้ชุมชน LGBTQ+ ตกอยู่ในความหวาดกลัว แล้วยังส่งผลกระทบต่อผู้อพยพและชาวมุสลิมที่ต้องถูกเหมารวมไปด้วย
16- หนึ่งในนั้นคือ “อาลี” (Ali Darwich) อายุ 34 ปี เขาเป็นลูกครึ่งเลบานอน-ปาเลสไตน์ เกิดและโตที่เบอร์ลิน มีอาชีพตำรวจ เขาถูกครอบครัวตัดขาดเพราะเป็นเกย์ แต่เขาได้รับการซัพพอร์ตอย่างอบอุ่นจากชุมชน LGBTQ+ มาทดแทน
17- อาลีเป็นคนหนึ่งที่ออกมาร่วมขบวนพาเหรดงาน Pride ในวันนั้น เขาสวมเสื้อสีรุ้งและถือป้ายที่เขียนข้อความว่า “ทำไมบางคนถึงกลัวความรัก แต่ไม่กลัวความเกลียดชัง”
18- “ผมเกิดมาเป็นมุสลิม และใช้ชีวิตในฐานะเกย์ การโจมตีครั้งนี้กระทบกระเทือนตัวตนของผมในหลายด้าน ในฐานะเกย์ ผมต้องอยู่กับความหวาดกลัวมากขึ้นไปอีกใช่ไหม และในฐานะมุสลิม เราต้องเผชิญกับความเกลียดชังมากขึ้นไปอีกหรือไม่”
19- อาลียังเป็นอินฟลูเอนเซอร์ด้วย เขาโพสต์คลิปบนโซเชียลฯ เพื่อสื่อสารแง่บวกเกี่ยวกับการเป็นเกย์มุสลิม เขามักถูกโจมตีด่าทอแต่ก็อดทนอยู่เสมอ ด้วยความเชื่อว่า “สักวันความรักจะเป็นฝ่ายชนะ” แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกสิ้นหวัง
20- ที่น่าตกใจคือ ในเพจสำนักข่าว Al Jazeera ซึ่งโพสต์ข่าวงาน Pride ถูกโจมตี มีคนกดหัวเราะมากกว่า 3,500 ครั้ง คอมเมนต์จำนวนมากชื่นชมอับดุลและล้อเลียนเหยื่อ เช่น ขอคารวะผู้ก่อเหตุ, เขาเป็นฮีโร่, เขาทำงานรับใช้พระเจ้า, รถยนต์ปลอดภัยดีมั้ย, ขอให้ถนนกับรถฟื้นตัวโดยเร็ว, ขนาดรถยนต์ยังเกลียดคนพวกนี้เลย, ทำไมตายแค่คนเดียวเอง ฯลฯ
เครดิต ...............Poetry of Bitch
พวกนี้แบบ ถ้าไม่ชอบแค่ปล่อยผ่านไปไม่ได้สินะ ต้องทำลายทิ้งให้ได้ สิ่งที่แย่คือการที่นับถืออะไรแบบสุดโต่ง ไม่ใช้เหตุผลใดเลย ถึงเกิดที่นั่น แต่สังคมที่นั่นก็ไม่ทำให้เจ้าตัวเปลี่ยนไปได้เลย การถูกล้างสมองโดยแนวคิดพวกนี้น่ากลัวจริงๆ ไม่ได้บอกว่าศาสนานั่นผิด แต่หากการสั่งสอนแบบผิดๆต่างหากที่สร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา