ดูซีรีย์แนวตั้งจีน แล้วเจอประโยคนี้ "ไม่ว่าราชสำนักจะสงบสุขหรือเกิดสงคราม สุดท้ายความทุกข์ก็ตกที่ประชาชน" มันก็จริงนะ
ตอนได้ยินครั้งแรกก็รู้สึกสะดุดใจว่า เออมันก็จริงแฮะ เลยลองเอาไปค้นหาในเน็ต กลายเป็นว่ามีที่มาจริงๆ
บทสรุปที่ว่า "ไม่ว่าราชสำนักจะสงบสุขหรือเกิดสงคราม สุดท้ายความทุกข์ก็ตกที่ประชาชน" เป็นสัจธรรมที่สะท้อนผ่านประวัติศาสตร์จีนมาทุกยุคทุกสมัยแนวคิดนี้ถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจนที่สุดในวรรณกรรมและบทกวีจีน โดยเฉพาะบทกวีที่มีชื่อเสียงของ จาง หยางฮ่าว (Zhang Yanghao) กวีในสมัยราชวงศ์หยวน ชื่อบทกวีว่า "ซานพัวหยาง · รำลึกอดีตที่ด่านตงกวน" (山坡羊·潼关怀古) ซึ่งมีประโยคทองอันเป็นอมตะวาจาว่า:
อ้างอิงจาก:
"兴,百姓苦;亡,百姓苦。"
(ซิง, ไบ่ซิ่ง ขู่; หวัง, ไบ่ซิ่ง ขู่)
"ราชวงศ์รุ่งเรือง ประชาชนทุกข์; ราชวงศ์ล่มสลาย ประชาชนก็ยังทุกข์"
ทำไมยาม "สงบและรุ่งเรือง" ประชาชนถึงยังทุกข์?
ในยามที่บ้านเมืองไร้สงครามและราชสำนักมีความมั่นคง ประชาชนก็ไม่ได้สุขสบายอย่างที่คิดเนื่องจากปัจจัยเหล่านี้:การเกณฑ์แรงงานมหาศาล: ฮ่องเต้มักสั่งสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ เช่น พระราชวัง สุสานหลวง หรือกำแพงเมืองจีนภาษีที่หนักหน่วง: ต้องหาเงินมาบำรุงความสุขสบายของชนชั้นสูงและขยายกองทัพการกดขี่จากขุนนาง: ระบบศักดินาเปิดโอกาสให้ข้าราชการท้องถิ่นขูดรีดชาวนาเพื่อส่งเข้าส่วนกลางและเข้ากระเป๋าตัวเองความเหลื่อมล้ำสูง: ที่ดินทำกินมักตกไปอยู่ในมือของเศรษฐีและขุนนาง ส่วนชาวนาต้องกลายเป็นแรงงานทาส
ทำไมยาม "เกิดสงคราม" ประชาชนยิ่งทุกข์ทวีคูณ?
เมื่อราชสำนักอ่อนแอ เกิดการกบฏ หรือการผลัดเปลี่ยนราชวงศ์ ประชาชนคือกลุ่มแรกที่ต้องรับกรรม:ภัยสงครามโดยตรง: บ้านเมืองถูกเผาทำลาย ต้องอพยพหนีตายกลายเป็นผู้อพยพไร้ที่พึ่งการบังคับเกณฑ์ทหาร: ชายฉกรรจ์ถูกลากไปรบ ทิ้งให้คนแก่ เด็ก และผู้หญิงเผชิญความอดอยากที่บ้านเสบียงอาหารขาดแคลน: กองทัพทั้งสองฝ่ายมักปล้นสะดมเสบียงของชาวบ้าน ทำให้เกิดทุพภิกขภัย (ข้าวยากหมากแพง) จนถึงขั้นมีบันทึกว่า "มนุษย์กินกันเอง" ในหลายยุคสมัย