[MUFC] "JJ Gabriel" เพชรเม็ดงามดวงใหม่ที่แมนฯ ยูไนเต็ด หวงแหนมากที่สุดในเวลานี้
"JJ Gabriel" เพชรเม็ดงามดวงใหม่ที่แมนฯ ยูไนเต็ด หวงแหนมากที่สุดในเวลานี้
จากเด็กหนุ่มวัย 14 ปีครึ่งที่แจ้งเกิดด้วยฟอร์มสุดโหด สู่ดาวรุ่งวัย 15 ปีที่มีชื่อ ติดทีมชุดใหญ่เดินทางไปลุยศึกพรีซีซันที่นอร์เวย์ ภายใต้การนำของ ไมเคิล คาร์ริก เป็นที่เรียบร้อย
อะไรที่ทำให้เด็กที่ยังอายุไม่ครบ 16 ปีเต็ม ก้าวขึ้นมาท้าทายโอกาสในทีมชุดใหญ่ได้เร็วขนาดนี้? ร่วมค้นหาเรื่องราว พัฒนาการ และเหตุผลที่ทำให้แฟนบอลปีศาจแดงทั่วโลกกำลังจับตาดูทุกก้าวเติบโตของเขากันครับ
Key Points
⚽
ปรากฏการณ์อคาเดมี: JJ Gabriel (ยังไม่เต็ม 16 ปี) ดาวรุ่งที่แมนฯ ยูไนเต็ด หวงมาก ขนาดผู้บริหารระดับสูงต้องลงมายื้อให้อยู่ต่อ
⚽ แจ้งเกิดวัย 14 ปีครึ่ง: ประเดิมสนามทีม U-18 นัดแรก แค่ 25 นาที ยิงทันที 2 ประตู ด้วยทักษะและความเร็วเกินวัย
⚽ ฟอร์มสุดโหด: ซัด 29 ประตู จาก 32 นัด พาทีมเข้าชิงทั้ง FA Youth Cup และ Premier League U-18 Cup
⚽ ข้ามรุ่นสู่ทีมชุดใหญ่: ถูกดึงขึ้นไปซ้อมกับทีมชุดใหญ่ และมีชื่อติดทัพพรีซีซันลุยศึกที่นอร์เวย์
⚽ ดูแลระดับพิเศษ: สโมสรให้เข้า Directors' Box และพาไปพบ "เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน" สะท้อนถึงการถูกประเมินไว้สูงมาก
⚽ ปรับสไตล์แก้จุดอ่อน: ปรับมาเล่นตรงกลางหลบฟูลแบ็กตัวใหญ่ พร้อมเร่งฟิตกล้ามเนื้อช่วงซัมเมอร์
⚽ ลุ้นสร้างประวัติศาสตร์: หากได้ลงสนามอุ่นเครื่องที่นอร์เวย์ จะกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นชุดใหญ่ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร
บทความ
JJ Gabriel คือใคร?
หนึ่งในผู้เล่นดาวรุ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในระบบอคาเดมีของอังกฤษ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอล ได้ลงมามีส่วนร่วมด้วยตัวเองในการโน้มน้าวให้ กาเบรียล อยู่กับยูไนเต็ดต่อไปเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว
นี่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างจริงจังที่จะดึงเอาเหล่าดาวรุ่งมีอนาคตมายังโอลด์แทรฟฟอร์ด ซึ่งการย้ายมาจากสเปอร์สของ ทอมป์สัน ก็เป็นส่วนหนึ่งในแผนนี้เช่นกัน
กาเบรียล เริ่มเป็นที่สนใจนอกวงการยูไนเต็ดเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2025
วิกเตอร์ มูซา กองหน้าของทีม เหมาคนเดียว 6 ประตูในเกมพรีเมียร์ลีกรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ที่ยูไนเต็ดถล่มลีดส์ไปขาดลอย 13-1
แต่ทั้งผลสกอร์ และการทำสองแฮตทริกของมูซา กลับไม่ใช่ประเด็นหลักที่ถูกพูดถึงในวันนั้น แต่เป็นการลงสนาม 25 นาทีในฐานะตัวสำรองนัดเปิดตัวของ กาเบรียล ซึ่งตอนนั้นเขาเพิ่งจะมีอายุแค่ 14 ปีครึ่งเท่านั้น
ความเร็ว การทรงตัว และการควบคุมบอล เห็นได้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว แถมเขายังยิงได้ 2 ประตูเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขามีสัญชาตญาณในการทำประตูอีกด้วย
เขาต่อยอดฟอร์มอันน่าทึ้งนั้นได้ในฤดูกาลที่แล้ว เกือบตลอดทั้งฤดูกาล ดูเหมือนเขาถูกกำหนดมาให้จบด้วยการเป็นดาวซัลโวของลีก เพียงแต่โดน เทดดี้ แลมบ์ ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แซงหน้าไปในไม่กี่เกมสุดท้าย
กาเบรียล เป็นผู้เล่นที่โดดเด่นมาก โดยยิงไป 29 ประตูจากการลงสนาม 32 นัดให้ทีมปีศาจแดง ช่วยให้ทีมทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ ยูธ คัพ และพรีเมียร์ลีก รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี คัพ
แรกเริ่ม เขาถูก รูเบน อโมอริม เรียกตัวไปซ้อมกับทีมชุดใหญ่ และกลายเป็นตัวหลักในการฝึกซ้อมเรื่อยมา โดยมี คาร์ริก คอยจับตาดูทีมอคาเดมีของยูไนเต็ดอย่างใกล้ชิด
กาเบรียล ไม่มีส่วนร่วมในเกมที่พ่าย เร็กซ์แฮม ที่เฮลซิงกิ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากเขาเพิ่งกลับมาซ้อมได้ไม่ถึงสัปดาห์ แต่ยูไนเต็ดกำลังดูแลดาวรุ่งพุ่งแรงคนนี้อย่างระมัดระวัง
เด็กหนุ่มคนนี้ได้รับเชิญเข้า Directors' box หลายต่อหลายครั้งในฤดูกาลที่แล้ว และได้พบกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หลังจากเกมเสมอเวสต์แฮมที่โอลด์แทรฟฟอร์ด เมื่อเดือนธันวาคม
การได้รับโอกาสเข้าถึงระดับนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ซึ่งเป็นสิ่งที่ย้ำชัดว่า ยูไนเต็ด เห็นศักยภาพในตัวเด็กหนุ่มคนนี้มากขนาดไหน
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น กาเบรียล เพิ่งจะกำลังเข้าสู่ปีการศึกษา GCSE (เทียบเท่ามัธยมต้นตอนปลาย) เท่านั้น แต่เขากลับได้ลงเล่น และทำประตูได้ในศึก เอฟเอ ยูธ คัพ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ด้วยอายุที่น้อยกว่าระดับตำนานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง ดันแคน เอ็ดเวิร์ดส์ และ เอ็ดดี โคลแมน ในยุค บัสบี เบบส์ หรือแม้กระทั่ง ไรอัน กิ๊กส์ เสียอีก
แน่นอนว่า มีนักเตะดาวรุ่งฝีเท้าดีเกิดขึ้นมากมาย ตัวอย่างในปัจจุบันคือ แม็กซ์ ดาวแมน ของอาร์เซนอล ซึ่งไม่ใช่ทุกคนจะไปได้ถึงจุดสูงสุด
สิ่งที่มอบความหวังเพิ่มเติมเกี่ยวกับ กาเบรียล ก็คือ เรื่องรูปร่างของเขา
เขาทำผลงานได้อย่างน่าทึ่งแม้จะมีรูปร่างที่เล็ก สตาฟฟ์โค้ชของยูไนเต็ดได้ขยับเขาเข้ามาเล่นด้านใน จากตำแหน่งโปรดเดิมที่ชอบหุบเข้าหาประตูจากทางฝั่งซ้ายเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เพื่อพาเขาออกห่างจากบรรดาฟูลแบ็กที่ตัวใหญ่กว่า แข็งแกร่งกว่า และอาจจะใช้กำลังเบียดเขาออกไปจากทางได้
มีความเชื่อว่า กาเบรียล จะตัวโตขึ้นในซัมเมอร์นี้ และถ้าดูจากโซเชียลมีเดียของเขา เขาก็กำลังตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อมเรื่องนี้อยู่จริงๆ
เมื่อตัดสินใจที่จะมุ่งเป้าไปที่ตลาดดาวรุ่งเพื่อโอกาสประสบความสำเร็จที่ดีที่สุดในอนาคต การมากั๊กคนที่มีอยู่ในทีมอยู่แล้วคงเป็นเรื่องที่ขัดต่อผลประโยชน์ ดังนั้น การเรียกตัว กาเบรียล มาร่วมเดินทางในทริปนี้(ติดทีมชุดใหญ่เดินทางไปลุยศึกพรีซีซันที่นอร์เวย์) จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
หาก กาเบรียล ได้ลงเล่นที่นอร์เวย์ เขาจะกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นในเกมชุดใหญ่ โดยผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นในเกมอย่างเป็นทางการให้ยูไนเต็ดคือ เดวิด กาสเคลล์ ผู้รักษาประตูที่ลงประเดิมสนามตอนอายุ 16 ปี 19 วัน ส่วน กาเบรียล จะยังอายุไม่ครบ 16 ปีจนกว่าจะถึงวันที่ 6 ตุลาคม
ไม่ใช่ทุกคนในทีมของ คาร์ริก ที่จะได้ลงเล่น
ยูไนเต็ด ขนผู้เล่นไป 25 คนที่เฮลซิงกิ ในเกมที่แพ้เร็กซ์แฮม ถึงแม้ว่า คาร์ริก จะเลือกผู้เล่นคนละชุดแบบยกทีมในแต่ละครึ่ง แต่ผู้รักษาประตูอย่าง เดอร์มอต มี, กองกลางอย่าง จิม ธเวตส์ และกองหน้าอย่าง ชิโด โอบี ก็ไม่ได้ถูกใช้งาน
แต่ถ้า กาเบรียล ได้รับโอกาส มันจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับโค้ชของยูไนเต็ด ในการดูว่าเขาจะรับมือกับคู่แข่งระดับทีมชุดใหญ่ได้ดีเพียงใด และนั่นจะเป็นตัวกำหนดโปรแกรมการลงสนามในอนาคตของ กาเบรียล เมื่อบรรดานักเตะชุดฟุตบอลโลกของยูไนเต็ดเริ่มทยอยกลับมา
Credit: Simon Stone [BBC Sport]
https://www.facebook.com/share/p/1C8eQ7ovtT/
ผิดพลาดตรงไหน ขออภัยนะครับ