‘ศุภชัย’ จี้สังคมตรวจสอบบทบาท iLaw รับทุนต่างชาติ เคลื่อนไหวการเมือง !!
‘ศุภชัย’ จี้สังคมตรวจสอบบทบาท iLaw รับทุนต่างชาติ เคลื่อนไหวการเมือง ชี้ องค์กรรับผิดชอบต่อสังคม ควรตรวจสอบได้ทุกฝ่าย ถาม ภาพลักษณ์ iLaw เคลื่อนไหว-แสดงจุดยืน สอดคล้องกับข้อเสนอ ‘พรรคฝ่ายค้าน’ หรือกลุ่มการเมืองบางฝ่าย
วันที่ 22 ก.ค.69 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์
iLaw กับบทบาทที่สังคมควรตรวจสอบ
องค์กรภาคประชาสังคมมีบทบาทสำคัญในระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา วิจัย เสนอแนวทางแก้ไขกฎหมาย หรือสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน แต่ในขณะเดียวกัน องค์กรเหล่านี้ก็ต้องพร้อมรับการตรวจสอบ เช่นเดียวกับรัฐบาล พรรคการเมือง และสื่อมวลชน
iLaw เป็นองค์กรที่มีบทบาททางสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ทั้งการติดตามการออกกฎหมาย การรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ การเสนอแก้ไขกฎหมายหลายฉบับ และการจัดทำฐานข้อมูลด้านสิทธิเสรีภาพ จึงเป็นเรื่องปกติที่สังคมจะตั้งคำถามถึงความเป็นอิสระ ความโปร่งใส และแหล่งสนับสนุนขององค์กร
จากข้อมูลที่ iLaw เปิดเผยเอง องค์กรได้รับการสนับสนุนทั้งจากเงินบริจาคของประชาชน และทุนสนับสนุนจากองค์กรต่างประเทศหลายแห่ง เช่น Open Society Foundations (OSF), National Endowment for Democracy (NED), Fund for Global Human Rights (FGHR), American Jewish World Service (AJWS), Heinrich Böll Stiftung, Access Now รวมถึงการสนับสนุนโครงการบางส่วนจาก สถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ และ สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ตามที่องค์กรได้เปิดเผยไว้
การได้รับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศไม่ใช่ความผิดตามกฎหมายไทย แต่เมื่อองค์กรมีบทบาทในการผลักดันนโยบายสาธารณะ ย่อมเป็นสิทธิของสังคมที่จะสอบถามว่า เงินทุนเหล่านี้มีเงื่อนไขหรือไม่ มีผลต่อการกำหนดทิศทางขององค์กรหรือไม่ และมีระบบกำกับดูแลเพื่อรักษาความเป็นอิสระอย่างไร
อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอ คือ ภาพลักษณ์ของ iLaw ในการเคลื่อนไหวทางสาธารณะ หลายครั้งองค์กรได้แสดงจุดยืนหรือรณรงค์ในประเด็นที่สอดคล้องกับข้อเสนอของพรรคฝ่ายค้านหรือกลุ่มการเมืองบางฝ่าย เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และการแก้ไขกฎหมายบางมาตรา จึงทำให้เกิดข้อสังเกตจากผู้วิจารณ์ว่า การดำเนินงานขององค์กรมีแนวโน้มสอดคล้องกับแนวทางของฝ่ายค้าน มากกว่าการวางตัวเป็นผู้สังเกตการณ์ที่เป็นกลาง
อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตดังกล่าวไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่ามีการประสานงานหรือแบ่งบทบาทการทำงานกับพรรคฝ่ายค้าน หากจะกล่าวอ้างในลักษณะนั้น จำเป็นต้องมีหลักฐานโดยตรงรองรับ ไม่ควรสรุปจากความสอดคล้องของจุดยืนเพียงอย่างเดียว
สังคมไทยไม่ควรมีพื้นที่ที่ปลอดจากการตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้าน พรรคการเมือง สื่อมวลชน ภาคธุรกิจ หรือองค์กรภาคประชาสังคม หลักการเดียวกันควรใช้กับทุกฝ่าย คือ เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และพร้อมรับคำถามจากสาธารณะ
เพราะความน่าเชื่อถือขององค์กรไม่ได้เกิดจากการประกาศว่าทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่เกิดจากการแสดงให้เห็นว่า ทุกการดำเนินงานสามารถอธิบาย ตรวจสอบ และรับผิดชอบต่อสังคมได้ด้วยข้อเท็จจริง
####
####
ทำไมไม่ตรวจสอบฝ่ายค้าน แล้วอวยรัฐบาล ?
ศุภชัย งง ?