[บทความ] งามไส้ไปทั่วโลก! ฟ้าขาวแพ้แล้วพาล หันหลังหนีพิธีแชมป์ แฟนเห่าข่ม 'โรดรี' โดนสเปนสอนบอล
REPORT: งามไส้ไปทั่วโลก! ฟ้าขาวแพ้แล้วพาล หันหลังหนีพิธีแชมป์ แฟนเห่าข่ม 'โรดรี' โดนสเปนสอนบอล
บทความนี้วิพากษ์วิจารณ์ทีมชาติอาร์เจนตินาอย่างดุเดือด หลังแพ้ให้กับ สเปน ในนัดชี้ชะตาฟุตบอลโลก โดยเน้นย้ำว่าอาร์เจนตินาไม่ได้แพ้แค่ในเกมฟุตบอลเท่านั้น แต่ยัง "สอบตกเรื่องสปิริตและน้ำใจนักกีฬา" จากพฤติกรรมเกเร เล่นแรง และการตบตาผู้ตัดสิน ตบท้ายด้วยการ ยืนหันหลังให้สเปน ในพิธีมอบตารางรางวัลแชมป์โลก
Key Points
⚽
อาร์เจนตินาแพ้ทั้งเกมและสปิริต: พ่ายสเปนในนัดชี้ชะตาฟุตบอลโลก โดนใบแดงเหลือ 10 คน ยั่วโมโหคู่แข่งไม่สำเร็จ และเปิดฉากทะเลาะวิวาทหลังจบเกม
⚽ พฤติกรรมงามไส้: นักเตะอาร์เจนตินายืนหันหลังให้สเปนขณะขึ้นรับถ้วยแชมป์โลก และแฟนบอลตะโกนข่มช่วงมอบรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม
⚽ สเปนชนะด้วยฟุตบอล: สเปนรับมือกับเกมสายมืดและการยั่วยุด้วยความใจเย็น ดักทางได้หมด และเอาชนะด้วยระบบฟุตบอลที่เหนือกว่า
⚽ กระแสวิจารณ์ตีกลับ: แม้โค้ชอาร์เจนตินาจะพยายามยอมรับพ่ายแพ้ แต่พฤติกรรมก้าวร้าวของนักเตะทำให้ตำนานฟุตบอลและคนทั่วโลกออกมารุมสับว่าไร้สปิริต
บทความ
อาร์เจนตินาทำขายหน้าตัวเอง และทำลายเกียรติของนัดชิงฟุตบอลโลก ด้วยความก้าวร้าวไร้เสน่ห์
ในขณะที่เหล่าฮีโร่ผู้คว้าแชมป์โลกของสเปนกำลังรวมตัวกันบนโพเดียม ผู้แพ้อย่างอาร์เจนตินาในสภาพหมดสภาพกลับยืนหันหลังให้ มันคือจุดพีคของฟอร์มการเล่นที่ก้าวร้าว หงุดหงิด และน่าผิดหวังของอดีตแชมป์โลก ซึ่งทำให้พวกเขาเหลือผู้เล่น 10 คนในช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที และเปิดฉากทะเลาะวิวาทเหมือนพวกนักเลงร้านเหล้าบนสนามหลังเสียงนกเลื่อนจบเกม
ในความเดือดของเกม การกระทบกระทั่งกันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่การปฏิเสธที่จะยินดีในพิธีครองแชมป์ของสเปนนั้น ดูไร้เสน่ห์อย่างยิ่ง และเป็นการแสดงความไม่เคารพต่อผู้ชนะในรายการกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ถึงอย่างนั้น มันก็เข้ากันได้ดีกับฟอร์มไร้เสน่ห์ของอาร์เจนตินาตลอด 120 นาที ที่แทบไม่มีทั้งทรงบอลหรือสไตล์ใดๆ ให้เห็นเลย
ก่อนรอบชิงวันอาทิตย์ หลายคนรู้สึกว่าอาร์เจนตินาต้องทำลายจังหวะของสเปนที่เล่นได้อย่างละเมียดละไมและมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สเปนเปรียบเสมือนขั้วตรงข้ามของอาร์เจนตินา พวกเขาเป็นทีมระบบ มีระเบียบ ตรรกะเป๊ะ และเด็ดขาด หากสเปนคือความใจเย็น อาร์เจนตินาคือความเลือดร้อน อารมณ์ดิบ และเต็มไปด้วยความโกลาหล ฟอร์มขึ้นลงได้ตลอดเวลาในเกมเดียว ไม่เคยมีทีมไหนที่ดูเหมือนจะโดนล้มได้ง่ายขนาดนี้ แต่กลับแพ้คนอื่นยากขนาดนี้ การปูเรื่องก่อนเกมเห็นภาพชัดแม้จะดูตื้นไปหน่อย สเปนเล่นด้วยสมอง ส่วนอาร์เจนตินาเล่นด้วยหัวใจ แต่นั่นก็ดูจะดูเบาความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นของสเปนที่เป็นทั้งแชมป์ยุโรปและแชมป์โลก รวมถึงดูเบาความสามารถของอาร์เจนตินาในการตั้งรับภายใต้ความกดดันเช่นกัน
อาร์เจนตินาพยายามดึงสเปน เข้ามาเล่นในเกมถ่อยๆ ของตัวเอง เหมือนที่เคยทำกับอังกฤษในรอบรองชนะเลิศ คราวนั้นพวกเขาพยายามสะกิด แหย่ และยั่วโมโห เอนโซ เฟอร์นานเดซ ตั้งใจเล่นงานศีรษะของ เอลเลียต แอนเดอร์สัน ตั้งแต่ต้นเกม เลอันโดร ปาเรเดส ก็ไปหวดข้อเท้าของ จูด เบลลิงแฮม การร้องเพลงชาติก่อนเกมของพวกเขาเข้มข้นจนเหมือนการลงประหม่าทดสอบความรักชาติ เส้นเลือดปูดและร้องตะโกนสุดเสียง น่ากลัวเหมือนการเต้น ฮากา (Haka) ของนิวซีแลนด์ ตลกร้ายก็คือ อาร์เจนตินาชนะอังกฤษได้ ไม่ใช่เพราะการแอบศอกหรือตอดเล็กตอดน้อย แต่เป็นเพราะพวกเขากลับมาโฟกัสที่ฟุตบอลและเล่นข่มอังกฤษได้อย่างสมบูรณ์แบบใน 25 นาทีสุดท้าย
หากอาร์เจนตินาคิดจะป่วนสเปนเหมือนอังกฤษ ช่วงต้นเกมนี้พวกเขากลับดูเกร็งๆ และเป็นฝ่ายรับอย่างน่าแปลกใจ ทั้งเกมรุกและแท็กติกสายมืด การดิ่งลงสู่ความโกลาหลของพวกเขาเป็นไปอย่างช้าๆ ไม่ใช่การระเบิดทันที ความฉลาดของสเปนคือการ "ไม่เล่นด้วย" กับเรื่องไร้สาระนอกเกม พวกเขาทำให้เกมสงบลง จับอาร์เจนตินาขึ้นม้าหมุนแล้วถ่ายบอลไปมาตามใจชอบ มันเหมือนการฉีดยาชาเพื่อดับการยั่วยุ สเปนไม่ได้ชนะเพราะกินเหยื่อที่ล่อไว้ แต่ชนะเพราะเล่นฟุตบอลได้ดีกว่าอย่างสิ้นเชิง อายเมอริก ลาปอร์ต กองหลังสเปนเปิดเผยก่อนเกมว่าพวกเขารู้ดีว่าจะเจออะไร "นัดหลังๆ เราเห็นเหตุการณ์ที่น่าตกใจแต่กลับถูกมองข้าม โดยเฉพาะอาร์เจนตินา ทีมที่ชอบส่งสารเล็กๆ ผ่านการปะทะ"
ลาปอร์ตทายถูกเป๊ะ ผู้ตัดสินในทัวร์นาเมนต์นี้ปรานีอาร์เจนตินามาตลอด และมันเกิดขึ้นอีกครั้ง สลาฟโก วินชิช กรรมการนัดนี้อาจหวังว่าจะรักษาผู้เล่นไว้ครบ 22 คนด้วยการเป่านุ่มๆ แต่มันกลับกลายเป็นการเปิดทางให้อาร์เจนตินารอดตัว ฟาวล์เข้าพรวดใส่ ดานี โอลโม ของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ นั้นแย่มาก จากนั้น นิโคลัส ตาเกลียฟิโก กองหลังฟอร์มตกที่เจอ ลามีน ยามาล รุกใส่ ก็พยายามทำฟาวล์ปีกรายนี้ 4 วิธีพร้อมกัน แถมเอาปุ่มสตั๊ดขูดไปที่น่องของยามาลอย่างน่าเกลียด ทั้งคู่เดินลอยนวลโดยไม่โดนลงโทษ
เลอันโดร ปาเรเดส ที่ถูกส่งลงมาจากม้านั่งสำรองในครึ่งหลัง รับบทวายร้ายสายแอบ ผลัก ดานี โอลโม ล้มลง กดดันกรรมการ และทำหน้าไม่อยากเชื่อทุกครั้งที่ทีมโดนเป่าฟาวล์ ตลอดครึ่งหลัง อาร์เจนตินาเล่นด้วยเหงื่อแต่ไร้ซึ่งไอเดีย แม้กระทั่ง ลิโอเนล เมสซี ที่เคยเป็นพระผู้ช่วยให้รอด นัดนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ เป็นได้แค่ตัวแถมที่หมดอิทธิพลในเกม
เมื่ออดีตแชมป์เหนื่อยล้า การควบคุมตัวเองก็หลุดลอย ใบเหลืองแรกของ เอนโซ เฟอร์นานเดซ มาจากการเถียงกรรมการ แม้เขาจะโชคดีที่ไม่โดนใบแดงทันทีจากการปรบมือประชดใส่กรรมการวินชิช แต่สุดท้ายเขาก็โดนไล่ออกในช่วงเจ็บเวลาครึ่งหลัง จากความโง่เขลาไร้สติ ด้วยการพุ่งเสียบ ปาว คูบาร์ซี เซนเตอร์แบ็กวัยรุ่นของสเปน ทีมงานและนักเตะสำรองของสเปนวิ่งออกจากม้านั่งมาประท้วง พวกเขารู้ว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งความได้เปรียบให้สเปนแบบเต็มๆ
จากนั้น อาร์เจนตินาก็ยิ่งลนลาน เมสซีมีปากเสียงกับ มาร์ก กูกูเรยา โดยกองหลังชาวสเปนปิดปากตัวเองไว้ ซึ่งถือเป็นความผิดใบแดงหากใช้ซ่อนคำอุทานยั่วยุ แต่งการตอบสนองของเมสซีคือการยกมือขอความช่วยเหลือจากกรรมการ เหมือนเด็กวิ่งไปฟ้องครู
หลังเสียงนกหวีดจบเกม นักเตะอาร์เจนตินาบางคนจับมือกับสเปน เมสซีล้มลงไปกองกับพื้น ก่อนจะยืนร้องไห้อยู่คนเดียว แต่นักเตะคนอื่นกลับทำเรื่องงามไส้ ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยแสดงกิริยาไม่น่ารักในเกมชนะอังกฤษ โดยเฉพาะ คริสเตียน โรเมโร ที่ไปเย้ยนักเตะอังกฤษ หรือ วาเลนติน บาร์โก ที่วิ่งตัดหน้าคู่แข่งจนโดนเบลลิงแฮมตบหัวหลังเกม คราวนี้ดุเดือดยิ่งกว่าเดิม
ขณะที่สเปนกำลังฉลอง นาฮูเอล โมลินา พยายามใช้แขนฟาด โรดรี โรดรีเดินไปเอาเรื่อง โมลินาเลยเผชิญหน้าใส่ จากนั้น เอริก การ์เซีย วิ่งเข้ามาปกป้องเพื่อน ปาเรเดส โผล่มาอย่างไว คว้าคอการ์เซียแล้วผลักล้มลงพื้น แถมยังพยายามไปเอาเรื่อง กาบี้ อีก ส่วน นิโคลัส โอตาเมนดี ก็โดนกล้องจับภาพได้ขณะเข้าไปแซะ โรดรี ว่า เขากับ ลาปอร์ต 'เอาแต่ร้องไห้มาทั้งสัปดาห์' แล้วบอกให้หุบปากไปซะ
ลิโอเนล สกาโลนี เฮดโค้ชอาร์เจนตินาพยายามเข้ามาระงับเหตุ ในสัมภาษณ์หลังเกมเขากล่าวว่า "เราเคยยิ่งใหญ่ในวันที่ชนะ และเราต้องยิ่งใหญ่ในวันที่แพ้ วันนี้เราแสดงให้เห็นว่าเราใช้น้ำใจนักกีฬารับความพ่ายแพ้เป็น เราแพ้ และเรายอมรับมัน"
แต่คนอื่นไม่ได้อินด้วย โทนี โครส อดีตกองกลางเยอรมนีโพสต์ว่า สเปนทำให้ "ฟุตบอลเป็นฝ่ายชนะ" ขณะที่ โทมัส ฮิตเซิลสแปร์เกอร์ โพสต์ว่า "ปาเรเดส, เอนโซ, โอตาเมนดี และทั้งกลุ่ม คือนักกีฬาที่น่ารังเกียจ เมสซีคืออัจฉริยะบนผืนหญ้า แต่เพื่อนร่วมทีมส่วนใหญ่คือพวกนักเลงที่ไม่เข้าใจความสวยงามของฟุตบอล สเปนเจริญๆ"
เราต้องยอมรับว่าความสามัคคีและพลังรักชาติของอาร์เจนตินา คือจุดแข็งมาตลอด โดยมีเมสซีเป็นศูนย์รวมจิตใจ มันพาทัพคว้าแชมป์โลก 2022 และโคปา 2021, 2024 แฟนบอลของพวกเขาสร้างบรรยากาศสุดยอด เปลี่ยนเมืองต่างๆ ให้กลายเป็นสีฟ้า-ขาว ความเชื่อมโยงกับแฟนบอลนั้นชัดเจน กาเบรียล บาติสตูตา อดีตกองหน้าอาร์เจนตินาเคยบอกไว้ว่า "สิ่งหนึ่งที่คนเคยบ่นเกี่ยวกับทีมชาติชุดก่อนๆ คือสไตล์ที่ไม่เข้าถึงคนอาร์เจนตินา แต่ชุดนี้ทำตรงตามที่แฟนบอลต้องการ นั่นคือการเล่นด้วยหัวใจ"
อาร์เจนตินาไม่ได้มาเพื่อหาเพื่อน แต่มาเพื่อชนะ ทว่าความก้าวร้าวกลับย้อนมาทำร้ายตัวเอง "วันนี้เราไม่อาจสู้แบบตัวต่อตัวกับพวกเขาในเรื่องฟุตบอลได้" สกาโลนียอมรับ
ก่อนพิธีมอบถ้วย สเปนยื่นไมตรีด้วยการยืนตั้งแถวเกียรติยศ (Guard of Honour) ให้ แต่เมื่อถึงเวลาที่ผู้ชนะต้องได้รับการยกย่อง อาร์เจนตินากลับหันหลังให้ พวกเขารวมตัวกันอีกฝั่งสนามเพื่อสนใจแค่แฟนบอลตัวเอง ที่คอยก้มศีรษะคำนับเมสซี และเมื่อโรดรีขึ้นรับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม (Golden Ball) แฟนบอลอาร์เจนตินาก็ตะโกนชื่อเมสซีกลบเสียง
การทำแบบนั้น เท่ากับพวกเขากำลังลดทอนคุณค่าของตัวเองลงต่อหน้าคนทั้งโลก
Credit: The Athletic
https://www.facebook.com/share/p/1E3CoH7LwJ/
ผิดพลาดยังไง ก็ขออภัยนะครับ