ดาวซัลโวยุโรป
Status:
: 0 ใบ
: 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Jun 2008
ตอบ: 4210
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Jul 19, 2026 21:28
[WC2026] รวมสถิติน่าสนใจ "กระทิง-ฟ้าขาว" คู่ชิงที่สมศักดิ์ศรีที่สุดแห่งปี
◉ การดวลกันของ "สเปน-อาร์เจนติน่า" ถือเป็นนัดชิงชนะเลิศครั้งที่ 23 บนหน้าประวัติศาสตร์เวิลด์ คัพ ซึ่งนับเป็นหนที่ 12 ที่คู่ชิงเป็นการดวลกันของตัวแทน "ยุโรป-อเมริกาใต้" โดยสถิติที่ผ่านมา เป็นชาติจากอเมริกาใต้ ที่คว้าแชมป์ไปครองได้มากกว่าที่ 8 สมัย ส่วนชาติจากยุโรปเก็บชัยชนะไป 4 สมัย
◉ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่านี่คือการพบกันในเวทีฟุตบอลโลกเพียงครั้งที่ 2 เท่านั้น แม้ว่าจะมีการจัดแข่งขันฟุตบอลโลกมาแล้วกว่า 96 ปีก็ตาม โดยนัดแรกพวกเขาพบกันนั้น ต้องย้อนไปในรอบแบ่งกลุ่ม เวิลด์ คัพ 1966 ซึ่งเป็นทางฝั่งอาร์เจนติน่า เฉือนชนะสเปนไป 2-1
◉ เวิลด์ คัพ 2026 นับเป็นทัวร์นาเมนท์ที่ 4 ที่จัดขึ้นบนแผ่นดินอเมริกาเหนือ โดยก่อนหน้านี้ทั้ง 3 ครั้ง ไม่เคยมีทีมจากทวีปยุโรปสมหวังเลย ในการเข้าชิงชัยหนใดก็ตามที่ทวีปนี้เป็นเจ้าภาพ (บราซิล 2 สมัย, อาร์เจนติน่า 1 สมัย)
◉ เดิมที ตามกำหนดการของ FIFA คู่นี้มีโปรแกรมแข่งขันนัดพิเศษ ภายใต้ชื่อ "La Finalissima" ที่จับเอาเจ้าของแชมป์ยูโร (สเปน) มาแข่งกับ เจ้าของแชมป์โคปา อเมริกา (อาร์เจนติน่า) ทว่า ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ในท้ายที่สุด ทั้งคู่ก็หวนมาเจอกันจนได้ ในเกมที่ยิ่งใหญ่กว่ามากอย่าง "FIFA World Cup 2026 Final"
◉ จากการจัดอันดับ FIFA World Ranking* (*อ้างอิงล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 69) นี่คือการเจอกันของทีมอันดับที่ 1 (อาร์เจนติน่า) พบกับ อันดับที่ 2 (สเปน) นับว่าเป็นการพบกันที่ถูกที่ ถูกเวลาอย่างที่สุด
◉ ทั้งสเปน (ยูโร 2008-เวิลด์ คัพ 2010) และอาร์เจนติน่า (โคปา 2020-เวิลด์ คัพ 2022) เป็น 2 ชาติที่ต่างก็เคยคว้าแชมป์ทวีป แล้วต่อด้วยการคว้าแชมป์โลกมาแล้วชาติละ 1 ครั้ง นั่นแปลว่าจากการที่ทั้งคู่เป็นแชมป์ทวีปสมัยล่าสุด (ปี 2024) ก่อนมาแข่งขัน เวิลด์ คัพ 2026 ทำให้ผู้ที่สมหวังในเกมนี้ จะกลายเป็นชาติแรกของโลกที่ทำสถิติดังกล่าวนี้สำเร็จได้ถึง 2 ครั้ง
◉ อาร์เจนติน่า มีลุ้นเป็นชาติที่ 3 ต่อจากอิตาลี และบราซิล ที่สามารถป้องกันแชมป์โลกได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน
◉ ลิโอเนล เมสซี่ มีลุ้นเป็นกัปตันทีมชาติคนแรกและคนเดียวในหน้าประวัติศาสตร์ ที่ได้ชูถ้วยแชมป์โลกมากกว่า 1 ครั้ง หลังก่อนนี้ ดิเอโก้ มาราโดน่า (อาร์เจนติน่า), คาร์ลอส ดุงก้า (บราซิล) และอูโก้ โยริส (ฝรั่งเศส) เป็น 3 นักเตะที่เคยเกือบทำได้ ทว่า พลาดโอกาสไปทั้งหมด
◉ ลิโอเนล เมสซี่ ติดทีมชาติลุยศึกฟุตบอลโลกมาแล้ว 6 ทัวร์นาเมนท์ โดยในเวิลด์ คัพ 2006 ตอนที่เมสซี่เดบิวท์กับอาร์เจนติน่า ในปีนั้นยอดดาวรุ่งของฝั่งกระทิงดุอย่าง ลามีน ยามาล ยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ
◉ ลิโอเนล เมสซี่ (8 ประตู) และมิเกล โอยาร์ซาบัล (5 ประตู) เป็นตัวแทนนักเตะจาก 2 ทีมที่มีลุ้นทำอันดับดาวซัลโวเพิ่มเติมในเกมนัดชิงชนะเลิศ สิ่งที่น่าสนใจคือ นับตั้งแต่ โรนัลโด้ (บราซิล) คว้ารางวัลดาวซัลโวในเวิลด์ คัพ 2002 ไม่เคยมีดาวซัลโวปีไหน ที่มาจากทีมแชมป์โลกอีกเลย (*ข้อมูลล่าสุด เป็นคีลียัน เอ็มบาปเป้ ที่ขึ้นนำอยู่ที่ 10 ประตู)
◉ จากเวิลด์ คัพ 2022 สู่ เวิลด์ คัพ 2026 อาร์เจนติน่า ถือเป็นชาติที่เปลี่ยนแปลงขุมกำลังจากครั้งก่อนไม่มากนัก หากนับรวม ลิโอเนล สกาโลนี่ด้วย จะมีถึง 18 รายด้วยกัน ที่มีลุ้นสร้างประวัติศาสตร์ชาติในการป้องกันแชมป์โลก
◉ อาร์เจนติน่า เตรียมก้าวขึ้นเป็นอันดับที่ 2 ร่วมกับบราซิล คู่แค้นร่วมทวีป ในการเป็นชาติที่มีจำนวนเข้าชิงสูงสุดตลอดกาล (7 ครั้ง) ตามหลังอันดับที่ 1 เยอรมนี ที่มีประวัติการเข้าชิงเวิลด์ คัพ ทั้งหมด 8 สมัยด้วยกัน โดยสถิติก่อนหน้านี้ของ "ฟ้า-ขาว" เป็นการคว้าแชมป์ 3 สมัย (ปี 1978, 1986, 2022) และรองแชมป์ 3 สมัย (ปี 1930, 1990, 2014)
◉ ลิโอเนล สกาโลนี่ มีลุ้นเป็นรายที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ต่อจาก วิตตอริโอ้ ปอซโซ่ (อิตาลี ปี 1934 และ 1938) ที่สามารถป้องกันแชมป์โลกได้สำเร็จในฐานะเฮ้ดโค้ช
◉ ในบรรดาแชมป์เก่าที่มีประวัติการเข้าชิงมากกว่า 1 ครั้ง อุรุกวัยเป็นเพียงชาติเดียวที่ไม่เคยแพ้ใครเลยในเกมนัดชิงชนะเลิศ หากสเปนคว้าแชมป์โลกในครั้งนี้ พวกเขาจะตบเท้าเป็นชาติที่ 2 ที่ทำสถิตินี้ได้สำเร็จ
◉ หากชัยชนะเป็นของสเปนในค่ำคืนนี้ จะทำให้พวกเขาคว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 2 เทียบเท่ากับอุรุกวัย และจะส่งให้ "อังกฤษ" เป็นเพียงชาติเดียวทำเนียบแชมป์ ที่คว้าแชมป์ไปเพียง 1 สมัย
◉ เวิลด์ คัพ 2010 มีเกมนัดเปิดสนามเป็นการพบกันระหว่าง "เม็กซิโก-แอฟริกาใต้" ซึ่งเป็นเกมเดียวกันกับใน เวิลด์ คัพ 2026 ที่น่าสนใจคือ ทั้ง 2 ทัวร์นาเมนท์ สเปนล้วนประเดิมเกมแรกด้วยการไร้ชัยชนะ ก่อนที่ในท้ายที่สุดพวกเขาจะทำในสิ่งที่เหมือนกันกับครั้งก่อน คือการทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง ต่างแค่เพียงคู่ต่อกรของพวกเขาในรอบชิงฯ เท่านั้น
◉ หลุยส์ เดอ ลา ฟูเอนเต้ มีลุ้นเป็นเฮ้ดโค้ชที่อายุมากที่สุด (65 ปี 28 วัน) ที่สามารถคว้าแชมป์โลก ซึ่งบังเอิญไม่น้อยที่เจ้าของสถิติเดิมคือ บิเซนเต้ เดล บอสเก้ (59 ปี 200 วัน) ซึ่งก็เป็นเฮ้ดโค้ชที่เคยพาทีมชาติสเปนคว้าแชมป์โลกเมื่อเวิลด์ คัพ 2010 นั่นเอง
◉ ลามีน ยามาล (18 ปี) และเปา คูบาร์ซี่ (19 ปี) มีลุ้นเป็นนักเตะอายุไม่เกิน 20 ปี รายที่ 4 และ 5 ตามลำดับ ที่ได้มีส่วนร่วมในเกมรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก ต่อจาก เปเล่ (17 ปี, บราซิล เวิลด์ คัพ 1958) จูเซ็ปเป้ แบร์โกมี่ (18 ปี, อิตาลี เวิลด์ คัพ 1982) และคีลียัน เอ็มบาปเป้ (19 ปี, ฝรั่งเศส เวิลด์ คัพ 2018) ซึ่งทั้ง 3 รายก่อนหน้านี้ ทุกคนล้วนจบด้วยการคว้าแชมป์โลกทั้งสิ้น
◉ ทีมชาติสเปน มีลุ้นเป็นแชมป์โลกที่ทำสถิติเสียประตูน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ภายหลังจากที่พวกเขาถูกเจาะตาข่ายไปเพียง 1 ลูกเท่านั้น โดยสถิติเสียประตูน้อยที่สุดในปัจจุบันยังคงเป็นของฝรั่งเศส (ปี 1998) และอิตาลี (ปี 2006) ที่เสียไปเพียง 2 ประตูตลอดทัวร์นาเมนท์
◉ EA Sport ค่ายวิดีโอเกมยักษ์ใหญ่ ได้ทำนายเอาไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนท์ว่า "สเปน" จะคว้าแชมป์โลกในทัวร์นาเมนท์นี้ หากสเปนทำสำเร็จ จะทำให้ EA Sport รักษาสถิติอันสวยหรูของการทำนายแชมป์โลก ที่มีมาตั้งแต่เวิลด์ คัพ 2010 ให้คงอยู่ต่อไป
แก้ไขล่าสุดโดย Blue Sh!t เมื่อ Sun Jul 19, 2026 21:36, ทั้งหมด 1 ครั้ง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ